โลกของคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่


โลกของคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่

มนุษย์ลุง มนุษย์ป้า

Gen ME คือ แรงงานรุ่นใหม่อายุ ๑๘ – ๒๓ ปี เกิดปีพ.ศ. ๒๕๓๕ – ๒๕๔๐ พ่อแม่ของคน Gen ME ก็คือกลุ่มคนที่สังคมเรียกว่ามนุษย์ป้า อายุราวๆ ๔๐ – ๕๐ ปี นั่นคือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงประมาณปีพ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๒๐ นั่นเอง

มนุษย์ลุง มนุษย์ป้าจึงเกิดในยุค ๑๔ ตุลา ๑๖ และ ๑๖ ตุลา ๑๙

ปู่ย่าของคน Gen ME “พ่อแม่ของมนุษย์ลุง มนุษย์ป้า” ก็คือกลุ่มคนหนุ่มสาวร่วมสมัยที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการในช่วง ๑๔ ตุลา ๑๖ และ ๑๖ ตุลา ๑๙ จนต้องหนีกระเซอะกระเซิง หัวซุกหัวซุนเข้าป่าไปนั่นเอง

มนุษย์ลุง มนุษย์ป้าจึงเติบโตมาในช่วงที่ป๋าเปรมเรืองอำนาจ สงครามเย็น สงครามอุดมการณ์ระหว่าง ๒ ขั้วอำนาจ คือ เสรีนิยมอเมริกากับคอมมิวนิสต์โซเวียตมาถึงจุดสิ้นสุด กำแพงเบอร์ลินพังทลาย สหภาพโซเวียตล่มสลาย อเมริกาสยายปีกเป็นมหาอำนาจเดี่ยว ตลาดหุ้นเติบโตขยายตัวต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ร้านโชห่วยแปรสภาพเป็นห้างฯท้องถิ่น ประเทศไทยกำลังจะเป็นเสือตัวใหม่ของเอเชีย ถนน ๒ เลนกลายเป็นถนน ๔ เลน ฯลฯ เทคโนแครตมีบทบาท มีอิทธิพลสูงมากในการกำหนดอนาคตและความเป็นไปของบ้านเมือง ผลจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจคือความเจริญของบ้านเมือง คือความร่ำรวยของกลุ่มทุนรับเหมา พ่อค้า นักธุรกิจ เถ้าแก่โรงสี เจ้าของกิจการที่เกี่ยวข้องกับการรับเหมา การประมูลงานที่เคยแอบอยู่หลังฉากทยอยปรากฏโฉม เปิดตัวเองสู่สังคมการเมือง จากส.ท. สู่ส.จ. ตามมาด้วย ส.ส. ต่อจากนั้นก็เริ่มใฝ่ฝันถึงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตามลำดับ

พ.ศ. ๒๕๓๕ มนุษย์ลุง มนุษย์ป้าเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น กำลังแตกเนื้อหนุ่มอยู่ ไฟอุดมการณ์ที่แฝงฝังอยู่ในหัวจิตหัวใจของมนุษย์ลุง มนุษย์ป้าในวัยหนุ่มสาวก็คุโชนขึ้นในเดือนพฤษภา นำไปสู่เหตุการณ์ทมิฬ ไม่มีใครต้องหลบหนีเข้าป่าเฉกเช่นคนเดือนตุลาเพราะเผด็จการเป็นฝ่ายแพ้พ่าย ประชาธิปไตยเบ่งบาน การเมืองมีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่องยาวนาน ว่ากันว่าหน้าฉากทางการเมืองคือ มีดโกนกรีดน้ำผึ้ง มังกรสุพรรณ และพ่อใหญ่จิ๋ว แต่ฉากหลัง ผู้ชนะตัวจริง กินอิ่มนอนหลับ เติบโตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานคือกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ต่างๆทั้งทุนไทย ทุนต่างชาติล้วนเติบโตขยายตัวต่อเนื่องผ่านเครือข่ายสายสัมพันธ์ที่เป็นไปด้วยดีระหว่างอำนาจรัฐกับอำนาจทุน คณะรัฐมนตรีไม่ว่าจะยุคใด สมัยใดล้วนไม่อาจขาดปัญญาชนระดับหัวกระทิ ผู้บริหารมือดีที่ฝ่ายการเมืองไปดึงตัวมาจากภาคธุรกิจเอกชนชั้นนำ เช่น กลุ่มชินคอร์ป เจ้าสัวซีพี เครือเซ็นทรัล เครือซิเมนต์ เบียร์ช้าง เบียร์สิงห์ ฯลฯ

ตั้งใจไว้ตอนยังเล็ก ยังเป็นเด็กเรียนป.ขี้ไก่

จบจากรามวันไหน จะไปทำงานอยู่ธนาคารกะลุ๊กปุ๊กไทย

บทเพลง “ไอ้หรั่ง” นี้ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่สะท้อนสภาพค่านิยมของคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ได้เป็นอย่างดีว่าปู่ย่าปลูกฝัง คาดหวังให้เรียนจบสูงๆ จบมาจะได้เป็นเจ้าคนนายคน ใส่สูท ผูกเนคไท กินเงินเดือนสูงๆใน ธนาคาร บริษัทเอกชน ผิดกับคนรุ่นปู่ รุ่นย่าที่ปรารถนาจะเป็นข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๔๐ เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง คนรุ่นปู่ รุ่นย่าอยู่ในช่วงวัยกลางคน บางคนล้มละลาย บางคนก็ถูกไล่ออกจากงาน ปู่ย่าในวัยกลางคนอายุ ๔๐ – ๕๐ ปีแล้วถ้าไม่เก่งจริง ไม่เจ๋งจริงก็ยากที่จะหางานใหม่ทำได้ ไม่ว่าจะสมัครใจลาออกจากงานหรือถูกเขาบีบออก ปลดออกจากงานก็ตาม หนทางที่เหลืออยู่จึงมีทางเดียวคือหอบเงินค่าชดเชยที่ได้รับกลับบ้าน ลงทุนทำร้านค้าเล็กๆพอได้มีรายได้เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัวกันไป รอดบ้าง ไม่รอดบ้างก็เป็นไปตามธรรมดา ธรรมชาติของธุรกิจ การทำมาค้าขาย

ทรมาน – พราย ปฐมพร

ตกอยู่ในความมืดมิด ร่างกายคล้ายไร้ชีวิต
พันธนาการแม้ความคิด หมดสิ้นอนาคต
* เหมือนกระชากลมหายใจให้ขาด
ทุรนทุราย ดังไฟเผากาย ทรมานเยี่ยงสัตว์ร้าย.. ถูกฆ่า

 

ถูกฝังดังกากสังคม ตรมเพียงเดียวดาย
ไม่มีใครเห็นใจ กลายเป็นผีร้าย
(ซ้ำ *)
อยู่ในเหวแห่งความทุกข์ทน ทุกคนพากันเกลียดชัง
มันฝังรากลึกในวิญญาณ มันคืบคลานควบคุม
มันเกาะกุมคล้ายคลายความเศร้า แต่กลับเคล้าด้วยน้ำตา
พาตัวเองออกจากมัน หนีความฝันอันทรมาน
ทรมาน ทรมาน ทรมาน ทรมาน

ขณะที่คนรุ่นปู่ รุ่นย่าออกจากงานในวัยกลางคนนั้นก็เป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ที่เรียนจบสถาบันการศึกษาออกมาหางานทำพอดี ตำแหน่งงานว่างในตลาดแรงงานจึงถูกแทนที่ด้วยแรงงานรุ่นใหม่คือคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ซึ่งเป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง แถมยังลดต้นทุนด้านค่าจ้างแรงงานได้อีกเพราะให้เงินเดือนต่ำกว่า ตามอัตราค่าจ้างเริ่มต้น ไม่ต้องบวกค่าประสบการณ์เพิ่มเข้าไปในเงินเดือน ส่วนคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ที่หางานทำไม่ได้ในขณะนั้นก็แพ้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเรียนต่อปริญญาโท กว่าจะเรียนจบวิกฤติต้มยำกุ้งก็คลี่คลายไปบ้างแล้ว ก็ได้อาศัยวุฒิปริญญาโทนั้นนั่นเองสมัครเข้าทำงาน และได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราค่าจ้างเริ่มต้นตามวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ห้างสรรพสินค้าจากส่วนกลางก็เริ่มรุกคืบ ขยายตัวออกสู่ภูธร ท้าชนห้างท้องถิ่น คนรุ่นพ่อ รุ่นแม่จึงเป็นคนรุ่นแรกที่ได้ใช้โปรแกรม Windows MS.Words  MS.Excel เสาร์อาทิตย์นัดเพื่อนมาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า กินอาหารฟาสต์ฟู๊ด ดูหนังจีนกำลังภายใน หนังฮอลลีวูดในโรงภาพยนตร์ ฯลฯ

แล้วค่านิยม วิถีชีวิตแบบนี้ก็ถ่ายทอดสู่คนรุ่นลูก รุ่นหลาน คือ เด็ก Gen ME กันต่อไป

ความถูกต้อง เหมาะ ควร บนเกมอำนาจและผลประโยชน์

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2
เรื่องราวเพียงเรื่องเดียว แต่กลับสามารถบอกเล่าถึงสภาพความเป็นไปของสังคมได้ในหลายมิติ

ผู้ประกอบการรายหนึ่งใช้เวลาอยู่นานหลายปีในการรวบรวม กว้านซื้อที่ดินหลายแปลงจากชาวบ้านมาสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลที่มีกระบวนการผลิตครบวงจร เริ่มต้นจากการทำลานรับซื้ออ้อย จากนั้นก็ส่งเข้าโรงงานหีบอ้อยเพื่อผลิตน้ำตาล เศษวัสดุที่เหลือก็ผลิตเป็นแผ่นไม้อัด เอทานอล และนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ากำลังการผลิต ๔.๙ เมกะวัตต์ โดยมีที่ดินอยู่ ๒ แปลงๆหนึ่งอยู่ห่างจากชุมชน ตัวอำเภอราวๆ ๒ กิโลเมตร อีกโรงงานหนึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอราวๆ ๕ กิโลเมตร

โรงงานน้ำตาลอยู่ห่างจากชุมชน ตัวตลาด ๕ กิโลเมตรนั้นชาวบ้านรับได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่โรงไฟฟ้าชีวมวลนี่สิ ห่างจากชุมชน ห่างจากตลาด ห่างจากตัวอำเภอเพียงแค่ ๒ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ก็คิดกันไปได้ ทำกันไปได้หนอคนเรา

การตั้งโรงงานอะไรสักอย่างหนึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะยื่นเรื่องวันนี้ พรุ่งนี้อนุมัติ ก็ไม่ใช่อีก กระบวนการขั้นตอนมีเยอะแยะมากมาย

เสียงลือเสียงเล่าอ้างเขาก็เลยเล่ากันว่าเรื่องนี้น่ะเขาอนุมัติกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๕๕ แล้ว ข้างบนเขาสั่งมา ข้างล่างจะทำอะไรได้ล่ะ ไม่เซ็นให้ผ่านคนข้างล่างก็อยู่ไม่ได้น่ะสิ

การกว้านซื้อที่ดินหลายร้อยไร่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำกันได้ในชั่วข้ามคืน แต่ต้องใช้เวลาอยู่นานหลายปี แต่คนในชุมชน คนในพื้นที่กลับไม่มีใครรู้เรื่องเลยว่าที่นายทุนใหญ่เขามากว้านซื้อที่ดินตั้งหลายร้อยไร่นี้ เขาจะเอาที่ดินไปทำอะไร

เขาล้อมรั้วสังกะสีกัน มีรถบรรทุกดินวิ่งเข้าออกขวักไขว่ก็ยังไม่มีใครรู้อีกว่าที่ดินแปลงนี้เขาถมที่เสร็จแล้วจะทำอะไร

แล้วจู่ๆเรื่องก็แดงขึ้นมาว่าเขาจะถมที่ทำโรงงานไฟฟ้าชีวมวล

แล้วก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างต่อมาอีกว่า … ที่เรื่องมันแดงขึ้นมาก็เพราะว่านายหน้าที่อกหัก ขายที่ดินไม่ได้เป็นคนแฉ

เมื่อคนในชุมชนทราบระแคะระคายก็นัดแนะกันทำประชาคม เมื่อรู้ตำแหน่งแห่งที่ว่าอยู่นอกเขตเทศบาลแต่อยู่ในเขตของอบต.ก็ไปสอบถาม ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากอบต. ตามที่ พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ ได้เปิดช่อง เปิดทางไว้ให้ภาคประชาชนสามารถทำได้เพื่อตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ

เมื่อคนในชุมชนมีข้อมูลในมือมากพอสมควร กระแสต่อต้านโรงไฟฟ้าชีวมวลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างแข็งขัน เอาจริงเอาจังเพราะมีคุณชีวิต สุขภาพของคนในตลาด ในเขตเทศบาล ในเขตอบต. : ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของคนทั้งอำเภอเป็นเดิมพัน

เมื่อถูกประชาชน คนในพื้นที่เสี่ยงต่อต้านหนักๆเข้าก็เลยมีกระแสข่าวออกมาทำลายความน่าเชื่อถือของแกนนำต่อต้านโรงไฟฟ้าชีวมวลว่าถ้าโรงงานถูกระงับการก่อสร้าง แกนนำจะได้รับเงินรางวัล ๓๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่รู้อีกว่าเจ้ามือ พ่อบุญทุ่มคนนั้นเป็นใคร ทำไมต้องจ่ายเงิน ๓๐ ล้านบาท แล้วคนจ่ายจะได้ประโยชน์อะไรหากโครงการนี้ล้ม

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็เรื่องหนึ่ง บทเรียนที่เราจะได้รับจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่แน่ๆก็คือโรงงานนั้นมาตั้งอยู่ในที่ๆไม่สมควรตั้ง คือ ห่างจากชุมชน ตัวอำเภอเพียง ๒ กิโลเมตรเท่านั้นเอง

… งานนี้ได้เหม็นเน่า เป็นโรคภูมิแพ้กันหมดตลาดแน่ๆ : โรงพัก ทั้งที่ว่าการอำเภอ อบต. ตลาด โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ส.ท. นายกฯเล็ก นายกฯอบต.ก็มีบ้าน มีที่ทำงานอยู่แถวๆตลาดด้วยกันทั้งนั้น กลิ่นเหม็นเน่า โรคภูมิแพ้มันรู้จักยกเว้นให้กับใครคนใดคนหนึ่งไหมล่ะ ไม่ว่าหน้าไหนมันก็เหม็น ก็ป่วยภูมิแพ้ได้ด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ ก่อเวรสร้างกรรมกับคนไว้เยอะแยะมากมายขนาดนี้ ถ้ากระบวนการอนุมัติโครงการไม่ถูกต้องงานนี้ก็หลายเด้งล่ะ คนที่เกี่ยวข้อง เริ่มจากตกนรก เป็นสัตว์นรกให้เขาทิ่มแทง เอาน้ำร้อนกรอกปากก่อน หมดเวรหมดกรรมแล้วก็มาเป็นเปรตจมูกหายใจไม่ออก ปากเท่ารูเข็ม ใครเขาแผ่ส่วนบุญให้ก็ไม่ได้รับจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรมถึงจะรับกุศลผลบุญที่ญาติอุทิศมาให้ได้ จากนั้นก็มาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานกลิ่นตัวเหม็นเน่า น่ารังเกียจให้เขาขับไล่ ทุบตีอีก บาปกรรมที่ทำไว้เสมอกับผลบุญแล้วถึงได้กลับมาเกิดเป็นคนใหม่

… เรื่องเวร เรื่องกรรมมันเป็นอย่างนี้ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ใครทำกรรมอันใดไว้ย่อมได้รับผลจากกรรมนั้นๆเสมอไป แค่เงื่อนเวลาเท่านั้นเองว่ากรรมจะตามทันเมื่อไหร่ มีบุญมา สร้างกุศลไว้เยอะก็รับกุศลผลบุญก่อน บุญน้อยกว่าบาปก็ต้องใช้กรรมก่อนเสวยผลบุญ

กรรมของคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลักไก่นี้ก็ว่ากันไป ถึงเวลาคนที่เกี่ยวข้องย่อมหนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม ได้รับผลกรรมนี้อย่างแน่นอน

แล้วคนที่มีอำนาจราชศักดิ์อยู่ในขณะปัจจุบันนี้ล่ะจะว่าอย่างไร ท่านสามารถใช้อำนาจพิเศษที่มีอยู่ในมือเพื่อสร้างบุญ สร้างกุศล เสริมบารมีของตนให้สูงขึ้นได้ด้วยการใช้อำนาจพิเศษทำในสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะ ควร เพื่อช่วยเหลือคนทั้งชุมชนให้รอดพ้นจากหายนะนี้ได้ แค่ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้อง สกัดยับยั้งความผิดพลาด บาปกรรมที่คนอื่นก่อไว้ด้วยอำนาจพิเศษที่มีอยู่ในมือ ก็เท่านั้น สุขภาพของคนทั้งชุมชน ทั้งในเขตเทศบาลและอบต.ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของคนทั้งอำเภอ กับความมั่งคั่ง ร่ำรวยของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ ท่านจะเลือกฝั่งไหน และหากท่านมีกระบวนการ ขั้นตอนที่หมดจด สวยสดงดงาม ท่านยังจะได้รับประโยชน์ทางการเมืองตามติดมาอีกด้วย

เรื่องนี้ไปถึงมือท่านแล้วจากหลากหลายช่องทาง ทั้งร้องเรียนโดยตรง ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม ร้องเรียนต่อกระทรวงอุตสาหกรรม ศาลปกครอง และปปช.

สุดแท้แต่ท่านผู้มีอำนาจและกุนซือ : กลุ่มทุน-บุ๋นประชารัฐ และสายบู๊-เสนาธิการทหาร จะพิจารณาครับ

ยักษ์ร้องทุกข์ – พราย ปฐมพร

เฮ้ย !!! อุเหม่ ปวดกะบาลลล…

กูเป็นยักษ์ดุร้าย แค่เขี้ยวโง้วยาว…
มึงเป็นคนตัวน้อยนิด ไยเขี้ยวลากดิน…
กัดกินพวกเดียวกันเอง เอาเปรียบ เหยียบตีนกัน
วันทั้งวันลมหายใจ คิดจะเอาแต่…เงินทองงง
เกิดเป็น คนบนโลก มัน น่าแปลกใจ
อัปรีย์ ปลิ้นปล้อน จัญไรมากมาย ร้ายกาจกว่าเวทมนต์
แย่งกันทำมาหากิน กินกันซะ จนไม่เหมือนคน
คืนทั้งคืนไม่นอน กระเสือกกระสนหาเงินทองงง
อุเหม่…มนุษย์
บูชา ทำไมนักหนาเงินทอง
หรือกูจะต้องกรีธา ยักษ์อสุรา มาร้องทุกข์

มนุษย์หน้าเงิน เนื้อตัวเหม็น
กระเดือกยาก รสชาติ ไม่เป็น สับปะรด
ยักษ์คงสูญพันธุ์ คนดีเนื้ออร่อย ตายกันหมด
พวกทุเรศเต็มเมือง ขายตัวเองได้ เพื่อเงินทองงง
อุเหม่…มนุษย์ บูชา ทำไมนักหนาเงินทอง
หรือกูจะต้องกรีธา ยักษ์อสุรา มาร้องทุกข์

(ร้องแบบโขน)+++
ปวดกะบาลลลลลลลล
ยักษ์ไม่มี อาหารจะกิน
พลยักษ์คง จะด่าวดิ้น สิ้นชีวา
วันนี้…จะประท้วง ถึงสวรรค์ชั้นฟ้า
คนดีกลับไม่ส่งลงมา
มีแต่พวกตัวเหม็น ทะเล้น
เซ่นไหว้ แต่เงินทองงง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s