จาก COP21 สู่แผน ๒๐ ปี


อนาคตพลังงานไทย

๑. พลังงานทดแทน

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้มาจากฟอสซิลนำพาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤติมาแล้ว ๓ ครั้ง

ครั้งที่ ๑ เกิดขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๑๖(ค.ศ. ๑๙๗๓) เกิดสงคราม Yom Kippur ขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์และซีเรีย ราคาน้ำมันปรับเพิ่มจาก $3.65 ต่อบาร์เรลมาซื้อขายกันที่ $12 ต่อบาร์เรล โดยที่ก่อนหน้านั้นคือในปีพ.ศ. ๒๕๑๔(ค.ศ. ๑๙๗๑)สหรัฐอเมริกาได้ประกาศยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์สหรัฐไว้กับทองคำส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงอย่างหนัก

๖ ปีต่อมาคือในปีพ.ศ. ๒๕๒๒(ค.ศ. ๑๙๗๙)ก็เกิดวิกฤติน้ำมันครั้งที่ ๒ ขึ้นมาอีก ด้วยสาเหตุเดิมๆคือสงครามในตะวันออกกลาง คราวนี้คู่กรณีคืออิรักกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นจาก $15.85 ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ $39.50 ต่อบาร์เรล

วิกฤติพลังงานผ่านพ้นไป เศรษฐกิจโลกก็เติบโตขยายตัวต่อเนื่อง มีสะดุดเท้าตัวเองล้มบ้างเพื่อปรับสมดุลย์แต่ก็ยังไปต่อได้ทุกครั้งในช่วงเกือบ ๓๐ ปีที่ผ่านมา จนกระทั่ง OPEC ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้ราคาน้ำมันต่ำกว่า $100 ต่อบาร์เรลอย่างแน่นอน วิกฤติน้ำมันรอบที่ ๓ จึงเกิดขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๕๑(ค.ศ. ๒๐๐๘)

วิกฤติพลังงาน ๒ ครั้งที่ผ่านมา โลกก็ได้เรียนรู้ถึงบทเรียนอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นมาแล้ว หนทางแก้ไข ป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำของคนในยุคนั้นหลักๆคือ (๑) หาแหล่งสำรองน้ำมันแห่งใหม่ กับ (๒) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๙(ค.ศ. ๑๙๘๖) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครนระเบิด ประชาชนราว ๓ แสนคนได้รับรังสีเกินขีดสูงสุดถึง ๕๐๐ เท่า

๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔(ค.ศ. ๒๐๑๑๗ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ทั่วโลกต่างหวาดหวั่นจากมหันตภัยร้ายที่เกิดจากพลังงานนิวเคลียร์ หลายประเทศประกาศแผนปลดระวางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หันไปพัฒนาและพึ่งพาพลังงานทดแทนแบบจริงๆจัง รถยนต์ไฮบริดได้ฤกษ์แจ้งเกิดอย่างจริงๆจังๆ รถยนต์ไฟฟ้าก็ประกาศตัวตามมา พลังงานทดแทนอื่นๆอย่างเช่น น้ำ ไฮโดรเจน หรือพลังงานแม่เหล็กก็มีคนคิด มีคนทำขึ้นมาเช่นกัน

๒. ภาวะโลกร้อน

พ.ศ. ๒๕๓๑ องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติได้จัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC)ขึ้น

พ.ศ. ๒๕๓๕ สมาชิกสหประชาชาติ ๑๘๙ ชาติจาก ๑๙๑ ชาติเห็นพ้องต้องกันในการประชุมสุดยอดของโลก(Earth Summit)ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล กำหนดกรอบอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(UNFCCC) ต่างให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่าจะช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือเท่ากับระดับพ.ศ. ๒๕๓๓ ภายในปีพ.ศ. ๒๕๔๓

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ออกพิธีสารเกียวโต กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘

๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ไทยลงนามรับรองพิธีสารเกียวโต

๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไทยให้สัตยาบันพิธีสารเกียวโต

พ.ศ. ๒๕๕๕ (ค.ศ. ๒๐๑๒) ที่ประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยการรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก (COP18) ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ตกลงว่าจะขยายเวลาสนธิสัญญาที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘(ค.ศ. ๒๐๐๕)ซึ่งจะสิ้นสุดในปีพ.ศ. ๒๕๕๕(ค.ศ. ๒๐๑๒)นี้ออกไปอีกจนถึงปีพ.ศ. ๒๕๖๓(ค.ศ. ๒๐๒๐)

๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘(ค.ศ. ๒๐๑๕) ผู้นำ ๑๙๖ ชาติร่วมประชุม COP21 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อหาข้อยุติในข้อขัดแย้งตามข้อตกลงว่าด้วยการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าจะจำกัดระดับอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน ๒ องศาเซลเซียส

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยประกาศต่อที่ประชุมว่า (๑) ไทยจะลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ ๒๐-๒๕ (๒) นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ (๓) ลดใช้พลังงานฟอสซิล (๔) ใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (๕) ผลักดันระบบขนส่งทางราง (๖) ขจัดการรุกป่า (๗) ทำแผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (๘) ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยความร่วมมือระหว่างประชารัฐ ที่ประกอบไปด้วย รัฐ เอกชน ประชาสังคม NGO และประชาชน
2016-06-29_07.58.06[1]

อนาคตประเทศไทยกับพลังงานสีเขียว

จากคำมั่นที่นายกรัฐมนตรีของไทยได้ให้ไว้กับนานาชาติในที่ประชุม COP21 นั้นจะเห็นภาพที่ชัดเจนว่าสถานการณ์โลกบีบคั้นบังคับให้ไทยต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับนานาชาติรักษาระดับอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน ๒ องศา : โลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย แม้แต่กทม.เองก็ไม่พ้นกลายเป็นเมืองใต้บาดาล ถ้าเราไม่ช่วยกันตั้งแต่วันนี้

แกนหลักที่สำคัญคือ (๑) ปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (๒) ใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด (๓) คืนสมดุลย์ให้กับระบบนิเวศน์วิทยา สิ่งแวดล้อม และ (๔) การมีส่วนร่วมของคนในสังคมทุกภาคส่วน

นั่นหมายความว่าในแผนแม่บทประเทศไทยที่วางไว้ ๒๐ ปีซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยแผนงานย่อยระดับ ๑๐, ๕ ปี และแผนงานประจำปีนั้นจะต้องประเมินเอาไว้แล้วว่าทิศทาง อนาคต ความเป็นไปของโลกนั้นจะมุ่งไปสู่การใช้พลังงาน เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รัฐบาลย่อมมองเห็นแล้วว่าไม่ว่าจะมองในเชิงความมั่นคง เชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือในเชิงพาณิชย์แล้ว อนาคตของเชื้อเพลิงฟอสซิล(น้ำมันและก๊าซ)นับวันมีแต่จะหดสั้นลงไปเรื่อยๆ เชื้อเพลิงจากถ่านหินและนิวเคลียร์ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากเวทีนานาชาติกันอีกแล้ว ไม่ช้าไม่นานก็จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ล้าหลัง โรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์คงต้องปลดระวางไปจนหมดแน่ๆจะใช้เวลากี่ปีแค่นั้นเอง

ฝั่งเอเชียและยุโรปดูจะสนใจ ใส่ใจ และให้น้ำหนักกับพลังงานแสงอาทิตย์มากเป็นพิเศษ ส่วนฝั่งอเมริกานั้นเขาถือว่าเขาเป็นชาติมหาอำนาจ สามารถใช้กำลังเข้าบุกยึด ควบคุมบ่อน้ำมันในตะวันออกกลางได้ หนทางนี้นอกจากจะได้ควบคุมบ่อน้ำมันในตะวันออกกลางแล้วยังขายอาวุธได้อีกด้วย ขณะที่รัสเซียนั้นยังนิ่งนอนใจ วางใจในบ่อน้ำมันที่ตนเองมีอยู่เหลือเฟือ สามารถส่งขายต่างประเทศได้จึงนิ่งๆอยู่ในเรื่องพลังงานทดแทน

2016-06-29_07.57.23[1]

ญี่ปุ่น ในฐานะประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกที่มีอยู่หลายยี่ห้อนั้นเลือกที่จะผลิตทั้งรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ ต้องพร้อมเสมอที่จะป้อนรถยนต์ทุกประเภทป้อนตลาดโลก

เพียงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม COP21 บริบทเดียวก็ครอบคลุมแผนแม่บทการพัฒนาประเทศไทยในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าไปได้อย่างมากมาย กว้างขวาง

(๑) แผนพลังงาน ที่ต้องลดน้ำหนักพลังงานฟอสซิลลง เพิ่มน้ำหนักพลังงานสีเขียวให้มากขึ้น ถอดโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ออกจากแผนพัฒนาฯ คำนวณว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซที่มีอยู่นั้นจะใช้ได้อีกกี่ปี จะหมดอายุการใช้งานเมื่อไหร่ แล้วจะนำพลังงานอะไรมาใช้ทดแทนภายใต้ภัยคุกคามเรื่องสงครามระหว่างชาติต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มิติความมั่นคงก็ต้องถูกผนวกเข้ามาเพิ่มเติมเป็นอีก ๑ เงื่อนไข ระหว่าง Solar Farm กับ Solar Rooftop อะไรจะตอบโจทย์นี้ได้ดีกว่ากัน ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งของรัฐ(วิสาหกิจ)และเอกชนจะทำอย่างไร จะจูงใจ โน้มน้าว หรือสั่งการให้เขาต้องเตรียมตัว ปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มของทิศทางพลังงานในอนาคตกันอย่างไร จำเป็นต้องมีสายงานธุรกิจพลังงานทางเลือกหรือไม่ ภายใน ๕ ปี, ๑๐ ปี, ๑๕ ปี และ ๒๐ ปีข้างหน้านั้นจะต้องเพิ่มน้ำหนักให้กับธุรกิจพลังงานทางเลือกและลดน้ำหนักธุรกิจพลังงานฟอสซิลหรือไม่ อย่างไร นี่คือสิ่งที่รัฐในฐานะเจ้าของตัวจริงต้องสั่งการไปยังปตท. ปตท.สผ. กฟผ.ให้คิดให้ดำเนินการ ในฐานะผู้ถือหุ้นของอีกหลายๆกิจการอย่างราชบุรี บ้านปู(ประกันสังคม และอื่นๆ)ก็ต้องตั้งข้อสังเกตุ ไต่ถามผู้บริหารว่าวางอนาคตธุรกิจไว้อย่างไร ดังนั้นประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการจะให้น้ำหนักการลงทุนในกิจการเหล่านี้อย่างไร แนวโน้มความน่าลงทุนในอีก ๕ ปี, ๑๐ ปีจะว่ายังไง ควรที่จะค่อยๆลดสัดส่วนการถือครองหุ้นในธุรกิจเหล่านี้ให้น้อยลงหรือไม่ แล้ว BOI ล่ะจะให้สิทธิพิเศษกับธุรกิจเหล่านี้อย่างไร ธนาคารรัฐควรจะปล่อยเงินกู้ให้ธุรกิจเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ที่อัตราดอกเบี้ยระดับใด หุ้นกู้/ตราสารหนี้ที่ธุรกิจเหล่านี้ออกจะมีความเสี่ยง มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ อย่าลืมว่าในท้ายที่สุดแล้วนั้ หาก กฟผ. ปตท. ปตท.สผ. ฯลฯ ปรับตัวไม่ได้ ปรับตัวไม่ทันกับความเปลี่ยนไปของโลกแล้วก็หนีไม่พ้นรัฐบาลอีกนั่นแหละที่ต้องเจ็บตัว หาทางช่วยเหลือกิจการรัฐที่ไปไม่รอดเหล่านี้ แล้วทำไมไม่คิด ไม่เริ่มลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้เล่า

(๒) แผนการบริหารทรัพยากรต่างๆ เช่น การรักษาและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ การใช้ที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม-เกษตรกรรม-ที่อยู่อาศัย-แก้มลิง-คูคลองหนองบึง ซึ่งเชื่อมโยงต่อไปยังมิติเรื่องประชากรและแรงงาน ค่าจ้างแรงงานอีกว่าจะยังไงกันดี สังคมไทยกลายเป็นสังคมสูงอายุแล้ว แรงงานมีน้อย จะตั้งโรงงานในประเทศหรือจะย้ายฐานไป CLMV อย่างไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน นิคมฯร้าง โรงงานร้างจะทำยังไง แรงงานไทยที่มีอยู่ส่วนใหญ่นั้นมีทักษะด้านไหน จำนวนเพียงใด จะวางตำแหน่ง ฐานะประเทศไทยอย่างไรให้สอดคล้องกับแรงงานที่มีอยู่ เจ็บตายพิการเพราะอุบัติเหตุ/ตีกันก็มาก ประชากรเกิดใหม่ส่วนใหญ่ก็เกิดกับคุณแม่วัยใส คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งขาดความพร้อม ทำแท้งก็มาก ทิ้งถังขยะก็เยอะ จะทำอะไร อย่างไรกันดี มันโยงต่อไปได้ไกลขนาดนี้ มาได้ไกลถึงวินัยจราจร อาชญากรรม การศึกษา การสาธารณสุข ศาสนา ศีลธรรม วัฒนธรรม การปลูกฝังค่านิยมผ่านสื่อ ผ่านละครโน่นเลย

(๓) ประชารัฐในฝันของนายกฯที่ประกอบด้วยภาคส่วนต่างๆมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ก็คือการดึงคนร้อยพ่อพันแม่มาพูดคุยกัน ฟังกันให้เข้าใจ ละลายพฤติกรรมความขัดแย้งมาสู่จุดที่เห็นชอบร่วมกัน ก็คือการสร้างความปรองดอง ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน, เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนานั่นเอง ปัญหาคือนโยบายรัฐฟังแต่นายทุน ข้าราชการชงเรื่องอะไรมาก็เชื่อหมด ประชาชนเดือดร้อน ประชาชนเห็นต่างลูกน้องสั่งจับกุมตัวไปปรับทัศนคติลูกเดียว เวทีประชาพิจารณ์ EIA HIA สารพัดที่เขาออกแบบไว้อย่างดีกลายเป็นเวทีจัดฉากเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มทุน อำนาจรัฐ แล้วมันจะปรองดองกันได้อย่างไร มันเป็นประชารัฐที่ตรงไหน

นี่ว่ากันคร่าวๆยังเชื่อมโยงไปได้ไกลขนาดนี้ ถ้าเจาะลึกลงให้ละเอียดกว่านี้ ก็เชื่อมโยงมิติแรงงานไปยังเรื่องแรงงานต่างด้าว แรงงานเถื่อน การค้ามนุษย์ ค่าแรงที่แรงงานพม่าเรียกร้องขอ ๓๐๐ บาท สวัสดิการเทียบเท่าคนไทยจะว่าอย่างไร จะกระทบกับความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน

จากเรื่องแรงงานเถื่อน ค้ามนุษย์ มันก็เชื่อมต่อไปถึงเรื่องใบเหลืองประมงไทยได้อีก ประมงล้างผลาญ ประมงเกินขนาด ทำอย่างไรให้ทะเลไทยกลับมาสมบูรณ์ โรงงานปลาป่น โรงงานปลากระป๋อง โรงงานอาหารสัตว์ก็เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนผูกขาด การผูกขาดทางการค้า โยงไปได้ไกลถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ การกระจายรายได้ ซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งอันนำไปสู่สงครามสีเสื้อ สงครามกลางเมือง จนทหารต้องลากรถถังออกมาสงบศึกไทยฆ่าไทย รัฐบาลทหารเข้ามาก็รู้แค่ว่าต้องสร้างความปรองดอง ต้องลดความเหลื่อมล้ำ ต้องนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ต้องปฏิรูปประเทศไทย แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ดึงกลุ่มทุนมาเป็นที่ปรึกษา เขาว่าไงก็ว่าตามเขาหมด คนไทยก็ขัดแย้งไม่สิ้นสุด ปัญหาความเหลื่อมล้ำมีแต่จะยิ่งขยายวงกว้างเพราะคนของกลุ่มทุนคิดแต่จะฉกฉวยประโยชน์จากอำนาจ สะท้อนว่าหลักสูตรการเรียน การประเมินสถานการณ์ของกองทัพต้องลงลึก ต้องเตรียมความพร้อมมากกว่านี้ ทหารต้องรู้ลึก รู้กว้าง ต้องลงรายละเอียดของแผนปฏิบัติการหลังยึดอำนาจ ต้องมีเป้าหมายและแผนงานคร่าวๆในใจว่าต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง ไม่ใช่เข้ามาแบบสมองแบบนี้ นี่มันไปได้ไกลขนาดนั้น

ประมงกับท่องเที่ยวก็ขัดแย้งกับท่าเทียบเรือ แท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลอีก จะจัดโซนกันอย่างไรให้เหมาะสม สัมปทานน้ำมันก็เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางพลังงาน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ชาติ เกี่ยวข้องกับ COP21 เกี่ยวข้องกับแผน ๒๐ ปีอีก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s