Hedge Fund ในโลกลูกหนัง

คราวนี้เรามาลองไล่เรียงสารพัดเรื่องราวอื้อฉาว เสียงลือเสียงเล่าอ้างต่างๆที่เกิดขึ้นในรังแมวแล้วหลับตา นึกคิด จินตนาการดูว่าหากเราจะคิดทำให้เรื่องราวต่างๆนั้นเป็นความจริงขึ้นมา แล้วก็ทำให้เรื่องราวต่างๆนั้นมีความถูกต้องชอบธรรมประกอบกันไปด้วย เราจะต้องทำอะไร อย่างไรกันบ้าง

นักธุรกิจอเมริกันอย่างฮิคส์และยิลเล็ต รวมถึง John Henry ต่างก็มีความคิดเห็นในแนวเดียวกันคือเข้ามาซื้อทีม Liverpool เพื่อปลุกปั้นยักษ์หลับให้ตื่นจากหลับใหล ทำให้ทีมมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นแล้วขายต่อทำกำไร โดย John Henry เจ้าของทีมคนปัจจุบันตั้ง FSG ขึ้นมาดูแล บริหารจัดการทีม Liverpool โดยมีเอียน แอร์เป็น CEO ของสโมสร

เมื่อเจ้าของทีมตัวจริงไม่มีใจ ไม่มีเวลาเลยยกสิทธิให้ Korat Sport Group ดูแลด้านการเงิน หารายได้ บริหารสิทธิประโยชน์ต่างๆ ส่วนการบริหารจัดการด้านอื่นๆ เช่น หานักเตะและสตาฟโค้ชนั้นให้ M. Management เป็นผู้ดูแล ดังนั้น สิทธิขาดในการบริหารจัดการทีม SWATCAT ก็จะตกอยู่ภายใต้อุ้งมือของ ๒ ผู้ยิ่งใหญ่คือ CEO ของ KSG และ M.Management

วิธีการหารายได้ของ M. Management ก็เหมือนกับ Agent นักเตะ คือ ส่วนแบ่งรายได้จากค่าเซ็นสัญญา

ส่วน M. Management นั้นจะหักเปอร์เซ็นต์จากนักเตะ ต้นสังกัดเก่าของนักเตะ เอเย่นต์ หรือ SWATCAT หรือจะเก็บกินทั้งหมดก็สุดแท้แต่ฝีไม้ลายมือในการเจรจาทำข้อตกลงของ M. Management กับคู่เจรจาแต่ละฝ่าย

ขณะที่วิธีการหารายได้ของ KSG นั้นก็จะเหมือนกับ Hedge Fund ทั่วไปคือมีรายได้จากการหักเปอร์เซ็นต์ค่าตั๋ว ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอด การจำหน่ายสินค้าต่างๆของสโมสร ค่าโฆษณาสินค้าบนชุดแข่ง ป้ายโฆษณาและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้ารอบสนาม การเดินสายโชว์ตัวของนักเตะ เป็นต้น

SWATCAT เปิดบ้านรับเมืองทอง แฟนบอลกว่า ๓ หมื่นคน เก็บค่าตั๋วได้ ๑ ล้านบาท ค่าตั๋วเฉลี่ยคนละ ๓๙ บาทจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกแต่อย่างใดหากค่าตั๋วนั้นเป็นรายได้ของ KSG ก่อน แล้ว KSG ทำหน้าที่หักเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งแล้วจึงส่งกลับเข้ามาเป็นรายได้ของ SWATCAT ในภายหลัง

เมื่อสโมสรมีค่าใช้จ่ายในการทำทีมปีละ ๑๒๐ ล้านบาท(เดือนละ ๑๐ ล้านบาท) ส่วน KSG ได้สิทธิบริหารสิทธิประโยชน์ต่างๆของทีมเป็นเวลา ๒ ปีด้วยเงินลงทุน ๒๐ ล้านบาท(ปีละ ๑๐ ล้านบาท เดือนละ ๑ ล้านบาท) เท่ากับว่า KSG ต้องหาเงินให้ได้ปีละ ๑๒๐ + ๑๐ ล้านบาท สโมสรและ KSG จึงจะมีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย หากมีรายได้มากกว่า ๑๒๐ + ๑๐ ล้านบาทนั่นคือกำไร

แต่ก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าบอลอาชีพเมืองไทยนั้นนักการเมืองใช้เป็นบอลหาเสียง/รักษาฐานเสียง นักธุรกิจและหน่วยงานราชการใช้บอลเป็นสื่อโฆษณา สร้างภาพพจน์ ภาพลักษณ์ให้กับสินค้า/บริษัท/หน่วยงาน ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรจากการทำบอลให้เป็นธุรกิจเต็มตัว

ดังนั้น ถ้า KSG หาเงินได้ไม่ถึง ๑๓๐ ล้านบาทต่อปี KSG ก็ต้องชักส่วนแบ่งรายได้ออกมาไว้ก่อนไม่น้อยกว่าปีละ ๑๐ ล้านบาทเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าเนื้อเพราะทุกคนต่างก็รู้ๆกันดีอยู่ว่าทำบอลแล้วขาดทุนปีละ ๑๐ – ๒๐ ล้านบาทนั้นถือเป็นเรื่องปกติ

สมมติว่า SWATCAT นั้นมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ ๑๐๐ ล้านบาท นักเตะแต่ละคนก็เซ็นสัญญากับสโมสรไว้เพียงแค่ ๑ ปี ดังนั้น ค่าตัวนักเตะเท่ากับศูนย์ ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ของสโมสร หากคิดจะทำทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าก็ต้องกู้ยืมเงินเจ้าของทีมมาทำทีมต่อ ธุรกิจหลักของเจ้าของทีมก็จะมีกำไรลดลงเพราะต้องจัดสรรรายได้/ผลกำไรส่วนหนึ่งมาให้ SWATCAT กู้ยืมทุกปี
เงิน ๑๐ ล้านบาทนี้ หากอยู่ที่ธุรกิจหลักก็จะต้องเสียภาษีเพราะเป็นผลกำไรของบริษัท แต่เมื่อกลายสภาพเป็นเงินกู้ยืมแล้ว SWATCAT ที่เป็นลูกหนี้ก็ขาดทุนต่อเนื่องทุกปี เงินกู้ยืมปีละ ๑๐ ล้านบาทนี้ก็ถูกแทงบัญชีเป็นหนี้สูญไป

ส่วน SWATCAT ที่ขาดทุนต่อเนื่องทุกปีๆละ ๑๐ ล้านบาทนั้น ๑๐ ปีผ่านไป สโมสรก็จะมีหนี้สินเท่ากับทุนจดทะเบียน ปีที่ ๑๑ ส่วนของผู้ถือหุ้นก็จะเริ่มติดลบ หากเจ้าของทีมไม่ถอดใจ ก็ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนหรือไม่ก็แปลงหนี้เป็นทุน สโมสรจึงจะฝ่าวิกฤติ พ้นจากภาวะล้มละลายได้

ดังนั้น ทุกเรื่องราวข่าวสารที่ปรากฏออกมาแม้จะไม่ถูกใจแฟนบอลแต่ก็อาจเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม สามารถทำได้ทั้งสิ้น

บอร์ดบริหารจึงไม่ร้อนใจกับผลขาดทุนที่เกิดขึ้น เสียงลือเสียงเล่าอ้างต่างๆนานาก็ไม่ต้องสนใจ ใส่ใจว่าอะไรเป็นอะไร และไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องออกมาแก้ข่าวให้แฟนบอลรู้ว่าความจริงคืออะไร ใครโพสต์ข้อความระคายเคืองเบื้องสูงท่านท้าวก็ลบออกและถีบคนโพสต์ออกไปจากกลุ่มก็จบ

ฤดูกาลสิ้นสุด SWATCAT กลับลงไปเล่นลีก 1

KSG, K. Management และเพื่อนสุวัจน์สะบัดตูดจากไปรับหน้าที่ภารกิจใหม่ปั้น Thai Fight ให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่าเดิม

ส.ส.พลพีร์แท็คทีมกับส.ส.วัชรพลอาสากลับมากู้วิกฤติ เจ็บหนักกับการพาทีมเติบโตแบบก้าวกระโดด หันกลับมาวางรากฐาน SWATCAT ให้หนักแน่น ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว แฟนบอลเรือนหมื่นที่หายไปเหลือเพียงร้อยค่อยๆขยับกลับมาเป็นหลักพัน “แมวพิฆาต ย่ากูเป็นนักรบ” กลับมาทำให้สนาม ๘๐ พรรษากลายเป็นนรกสำหรับทีมเยือนได้อีกครั้ง แฟนบอลหลักพันกลับกลายเป็นหลักหมื่น SWATCAT กลับคืนสู่ไทยลีก

ก็ได้แต่มโนกันไป เป็นแฟนแมวต้องทำใจ

แมวมโน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s