๖ มีนาคม ๒๕๕๙ เวลา ๕:๒๓ น. ดาวมฤตยู-๐ ย้ายจากราศีมีนกลับมาอยู่ที่ราศีเมษ ทับลัคนาเมืองอีกครั้งหนึ่ง

มฤตยู-๐ ก็คือดาวยูเรนัสในทางดาราศาสตร์/โหราศาสตร์สากล ดาวยูเรนัสนั้นมีดวงจันทร์บริวาร ๒ ดวง ดวงหนึ่งหมายถึงมนุษยชาติ อีกดวงหนึ่งหมายถึงธรรมชาติ ดาวยูเรนัสจึงหมายถึงความรู้ความเข้าใจในธรรมชาตินำมาซึ่งการประดิษฐ์คิดค้น การค้นพบสิ่งแปลกใหม่

คนที่มียูเรนัสกุมลัคน์เป็นคนที่ชอบทำอะไรตามความรู้สึกนึกคิดของของตนเอง ชอบทำอะไรแปลกๆ แหวกแนว จึงมักเป็นคนที่มีความโดดเด่นจากพฤติกรรมผิดแผกแหวกแนวนั้น เป็นคิดที่คิดอะไรได้ปุ๊บก็ทำปั๊บในทันทีด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เอาจริงเอาจัง

ในทางนิสัยใจคอ คนที่มียูเรนัสโดดเด่นมักจะเป็นคนขี้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเข้าใจยากจนคนรอบข้างคิดตามไม่ทัน ส่งผลให้เจ้าชะตากลายเป็นคนขี้หงุดหงิด แปลกแยก รักอิสระ เพื่อเปิดทางให้ตนเองใช้ได้ชีวิตในแบบของตัวเอง เป็นที่ดูจะมีแนวคิดที่ล้ำหน้าทันสมัย หาเหตุผลมารองรับไม่ค่อยได้เพราะว่าสิ่งต่างๆที่ทำลงไปนั้นอาศัยสัญชาติญาณ ความรู้สึก เวลาหลงใหลหรือตั้งใจทำอะไรสักอย่างก็จะทำสิ่งนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง บ้าทำแบบไม่ลืมหูลืมตา บทจะเบื่อขึ้นมาก็ทิ้งมันไปเสียดื้อๆเฉยๆเลย เข้าข่ายเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่ไม่ค่อยเคารพขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม เป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องพิธีรีตอง เปี่ยมล้นไปด้วยจินตนาการทั้งในทางริเริ่มและทำลาย เป็นนักเสรีนิยม ปัจเจกชนนิยมตัวยง ไม่ชอบทำอะไรซ้ำใคร ชอบแสวงหาความรู้ใหม่ๆ มักมีความรู้สึกถึงความมุ่งหมายของผู้อื่นที่มีกับตนเองได้ง่าย สิ่งใดที่หวังมักไม่ค่อยได้ สิ่งที่ไม่คลาดหวังกลับได้มาประจำ ชอบในสิ่งลี้ลับ สิ่งที่หาคำตอบยาก ชอบศึกษาสิ่งที่ไม่มีจุดสรุป ชอบที่จะศึกษาในเรื่องลี้ลับ การทำนายทายทัก

เมื่อมฤตยูกุมลัคน์จึงส่งผลให้เจ้าชะตามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อยากทำอะไรแผลงๆ ผิดแผกแหวกแนว หลุดกรอบ รักอิสระ อารมณ์แปรปรวน หุนหันพลันแล่น อวดดื้อถือดี แต่ในบางที บางครั้งก็หันกลับไปสนใจของเก่า ของโบราณ ศาสตร์ลี้ลับ อาจจะมีการเดินทางโยกย้ายไปโน่นนี่นั่นอยู่บ่อยๆ ความสัมพันธ์กับคู่ครอง คู่ชีวิต(ปัตนิ)ไม่ดีนัก

ในทางการเมืองเมื่อมฤตยู – ๐ ทับลัคนาเมืองก็จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การปรับปรุงแก้ไข การสูญเสีย ความวิบัติอย่างฉับพลันขึ้น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สัญญาณโทรศัพท์/โทรทัศน์ โรงไฟฟ้า การไฟฟ้ามีความโดดเด่น

มฤตยู-๐ ทับ อาทิตย์-๑ จะพลัดที่อยู่ไปยังต่างแดน หรือไปยังประเทศไกล ระวังสุขภาพทรุดโทรม ไปเที่ยวยังเมืองโบราณ จะเจ็บไข้ จะมีเรื่องกระทบการะเทือนใจอย่างแรง เกิดการทะเลาะวิวาท
เมื่อมองย้อนกลับไปศึกษาเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต โหรรัตนโกสินทร์พบว่า

เมื่อ ๘๓ ปีก่อนนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองขึ้นในประเทศไทย

เมื่อ ๑๖๖ ปีก่อนนั้น ไทยเสียดินแดนสิบสองปันนา

เมื่อ ๒๔๙ ปีก่อนนั้น ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่ ๒

หันกลับมามองดูในยุคปัจจุบันบ้าง

ลัคนาของ นรม.๒๙ อยู่ที่ราศีตุลย์ มฤตยู-๐ จึงย้ายจากภพอริมาอยู่ที่ภพปัตนิ แสดงถึงการได้คู่ครองที่มีหัวดี มีความสามารถพิเศษในตัวเองหรือ เก่งในทางใดทางหนึ่ง

อังคาร-๓ และ เสาร์-๗ เล็ง ตามตำราได้กล่าวเอาไว้ว่า

มฤตยูถึงอังคาร ระวังอุบัติเหตุ สุขภาพทรุดโทรมอย่างหนัก จะมีเหตุเดือดร้อนเกี่ยวกับบริวาร และลูกเมีย มีเรื่องกระทบใจอย่างแรง ระวังฟืนไฟ ไฟจะไหม้ มีเรื่องตื่นเต้น เรื่องน่าสยดสยอง มีเหตุตกใจอย่างสุดขีด
มฤตยูถึงเสาร์ ระวังเจ็บตัว อุบัติเหตุ จะเจ็บหนัก ได้รับข่าวร้าย ได้ไปเยี่ยมคนป่วย ไปงานศพ ได้พบสิ่งอันหน้าหวาดเสียวน่ากลัว ได้พบคนเก่าๆ พบญาติพี่น้อง ได้ไปยังสถานที่แต่อดีตของตระกูล ข้าวของเสียหาย จะถูกโจรกรรม

เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันก็จะเห็นได้ว่า บ้านเมืองของเราในขณะนี้ก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านยุคสมัย : ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งโดยรัฐบาลทหาร มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประชารัฐซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคธุรกิจ ตัวแทนบริษัทเอกชน นี่คือ “ปัตนิ : คู่ครองที่ดี” ของ นรม.๒๙ นั่นเอง

แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยร่างแรกที่ปรากฏออกมาก็เอาใจนายทุนสุดฤทธิ์ : มุ่งกวาดล้างคอรัปชั่น ทำการเมืองให้ใสสะอาด ปิดปากชุมชน กรุยทางสู่การเป็นชาติอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว

กลุ่มทุนได้ทุกสิ่งที่ตนต้องการ : กลไกปราบนักกินเมืองถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ สิทธิพลเมือง สิทธิชุมชนที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเจริญ การดำเนินโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐและการขยายธุรกิจ ขยายการลงทุนของภาคเอกชนถูกขจัดทิ้งไป ดังนั้น เสียงเรียกร้อง คัดค้าน ความพยายามของภาคธุรกิจ ชนชั้นกลาง คนเมือง คนกรุงซึ่งเป็นแกนหลัก กำลังสำคัญในการล้มล้างอำนาจรัฐมาหลายรัฐบาลก็จะเงียบหายไป ส่งผลให้รัฐบาลใหม่หลังการปฏิรูปมีเสถียรภาพและความมั่นคง ขอแค่แบ่งเค๊กให้ลงตัวระหว่างนักการเมืองด้วยกันเอง และนักการเมืองกับภาคธุรกิจ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม อะไรๆก็จะเรียบร้อย สะดวกโยธิน ทำได้ทุกอย่าง

ชาวเลราไวถูกกลุ่มทุนไล่ที่จึงเป็นแค่เพียงหนังตัวอย่างเท่านั้น

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่มีผลบังคับใช้ รัฐบาลจึงต้องเร่งปฏิรูปก่อนเลือกตั้งให้มีผลโดยเร็วด้วยการนำอำนาจพิเศษที่มีอยู่ในมือคือ มาตรา ๔๔ มาบังคับใช้เพื่อยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายผังเมือง ฯลฯ อะไรที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเจริญจะได้หมดไป โรงไฟฟ้านิวเคลียร์และถ่านหิน ท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม โรงงาน ฯลฯ จะตั้งที่ไหนก็ได้

คำสั่ง คสช.ม.๔๔ ฉบับ ‘มัดมือชก’
คำสั่งฉบับที่ ๔ คือ คำสั่งฉบับ ‘มัดมือชก’
๑.คำสั่งนี้มีผลบังคับกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ จึงมีผลทำลายสิ่งแวดล้อม สุขภาพและละเมิดสิทธิชุมชนทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ
๒.คำสั่งนี้เปิดทางให้กิจการอุตสาหกรรม ๘ ประเภทเข้าดำเนินการโดยไม่ต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ของแต่ละจังหวัด กิจการอุตสาหกรรมจะสร้างหน้าบ้านใครก็ได้ เพราะ คำสั่ง คสช.เปิดทางให้จำนวน๘ประเภทคือ
(1) คลังน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(2) กิจการโรงงานลำดับที่ 88: โรงงานผลิต ส่ง หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (โรงไฟฟ้าและสถานีส่งไฟฟ้า)
(3) กิจการที่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิต ขนส่ง และระบบจำหน่ายพลังงานของกิจการตาม (1) และ (2)
(4) กิจการโรงงานลำดับที่ 89: โรงผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ (เช่น โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ)
(5) กิจการโรงงานลำดับที่ 101: โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวม (เช่น โรงบำบัดน้ำเสีย เตาเผาขยะ)
(6) กิจการโรงงานลำดับที่ 105: โรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (เช่น หลุมฝังกลบขยะ)
(7) กิจการโรงงานลำดับที่106 โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม
(8) กิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการกำจัดมูลฝอย
๓.คำสั่งนี้ละเมิดธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม เพราะการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกิจการอุตสาหกรรมจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่าเดิมเช่นตั้งในเขตชุมชน ตั้งในเขตพื้นที่ต้นน้ำ ตั้งในเขตพื้นที่เกษตรกรรมหรือตั้งที่หน้าบ้านใครก็ได้ ซึ่งเดิมทีนั้นกิจการอะไรจะตั้งอยู่ตรงไหนต้องพิจารณาตามผังเมืองซึ่งมีการจัดวางผังการพัฒนาไว้แล้วว่าตรงไหนเป็นบ้านเรือน ตรงไหนเป็นเขตเกษตรกรรม ตรงไหนเป็นพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม
๔.คำสั่งนี้ละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดสิทธิการกำหนดอนาคตการพัฒนาเป็นการละเมิดที่น่ากลัว เพราะจะนำมาซึ่งความขัดแย้ง นำมาซึ่งการริดรอนโดยรัฐและนายทุน ซึ่งหลังจากนี้เป็นการจุดฉนวนให้เกิดความขัดแย้งขึ้นทุกพื้นที่
๕.หลังจากนี้กิจการอุตสาหกรรมทั้ง๘ชนิดจะสามารถเกิดขึ้นทั้งประเทศโดยที่ท่านไม่รู้ตัว เพราะเกราะป้องกันเรื่องผังเมืองได้ถูกทำลายลงแล้ว และกฎหมายอีไอเอได้ยกเว้นสำหรับบางกิจการ จนไม่มีกฎหมายมากรั่นกรองความปลอดภัยของประชาชน เพราะที่ผ่านมาแม้มีกฎหมายอีไอเอก็ยังไม่สามารถสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนได้
ก่อนหน้านี้เราจะพาหมามาขี้บริเวณใดบริเวณหนึ่งของบ้าน ให้มันขี้เป้นที่เป็นทางนี่คือความหมายของการมีผังเมืองมันจะจัดโซนนิ่งการพัฒนาเอาไว้ แต่หลังจากที่มีคำสั่งม.๔๔ ฉ.๔ ออกมา หมาจะขี้ตรงไหนก็ได้ในบ้าน ทั้งในห้องนอน ห้องครัว ห้องรับแขก เรี่ยราดไปหมด..นี่คือความอัปยศของคำสั่งฉ.๔
ที่มา facebook : ประสิทธิ์ชัย หนูนวล
โพสต์เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 10:46 น.

นี่คือภาพสะท้อนของอังคาร- ๓ และเสาร์-๗ ทับลัคน์ นรม.๒๙ ที่พื้นดวงชะตาบ่งชี้เอาไว้ว่า
 กดุมพะ-ตนุ-กัมมะ-ลาภะ
 ปัตนิ-ตนุ-กัมมะ-ลาภะ
 พันธุ-ตนุ-กัมมะ-ลาภะ

กลุ่มทุนกินแบ่ง นักธุรกิจ ชนชั้นกลาง นักวิชาการที่ต่อต้าน เกลียดชังคนตระกูลชินอาศัยสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลแสวงลาภผลใส่ตัว(๕๖ ที่กัมมะ) นี่คือสิ่งที่ นรม.๒๙ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ๓๗ คืออังคารกับเสาร์ทับลัคน์นั้นหมายถึงการบั่นทอน ทำร้าย นรม.๒๙ นี่คือวิบากกรรมที่ นรม.๒๙ ต้องสู้ ต้องเผชิญ ต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยว ห้าวหาญ จิตใจที่กล้าแข็ง มุ่งมั่น “กรรมปัจจุบัน” เอาชนะเจ้ากรรมนายเวร(๗-เสาร์)นี้ให้ได้ เมื่อพ้นจากอำนาจไปแล้วจะได้ไม่ถูกใครเขาด่าว่าเอาได้ว่า

“มันก็อีหรอบเดียวกัน ทีใครทีมัน ใครมาเป็นรัฐบาล ใครมีอำนาจก็ไม่ต่างกัน พวกใครพวกมัน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นประชาชนตาดำๆรับเคราะห์ รับกรรมกันไป ก็เป็นแบบนี้มาตลอด พอมีอำนาจมากลุ่มทุน(กินแบ่งซึ่งแตกคอกับกินรวบ)ก็ช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด พอร่ำรวยล้นฟ้าแล้วก็ลืมอดีตว่าความร่ำรวยนี้ท่านได้แต่ใดมา เชิดหูชูหางด่าว่าชาวบ้าน คนยากคนจนว่าเป็นภาระของสังคม ให้คนไม่กี่คนหาเลี้ยง(ชนชั้นกลาง คนรวยไม่กี่คนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้ต่ำกว่าฐานภาษี ชนชั้นกลางและคนรวยอีกกลุ่มหนึ่งหลีกเลี่ยง ไม่เสียภาษีแต่ก็ผสมโรงร่วมด่าคนจนไปกับเขาด้วย) ฯลฯ”

ประชารัฐ-อำนาจพิเศษพอมีใครออกมาบ่นโวยวายก็ลำเลิกว่า

“ตอนเขาออกมาลำบากตรากตรำ กินนอน เจ็บตาย สูญเสียเลือดเนื้อชีวิตอยู่ข้างถนนทำไมไม่ออกมาสู้กับเขา พวกกูลำบากเกือบตายกว่าจะได้มาซึ่งชัยชนะ ทีอย่างนี้ล่ะอยากได้โน่น อยากได้นี่ ฯลฯ”
เอ่อ…แล้วเด็กอาชีวะลูกชาวบ้าน รวมถึงชาวสวนยาง ชาวไร่ ชาวนา คนยากคนจน แรงงานรัฐวิสาหกิจ แรงงานเอกชน คนขายข้าวแกง คนหาเช้ากินค่ำสารพัดวิชาชีพที่เขาออกมาเป่านกหวีดร่วมกับท่านล่ะทุกวันนี้เป็นไง ท่านเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อะไรให้เขาบ้าง : ผู้ต้องหาละเมิดคำสั่งห้ามชุมนุมของ คสช. ห้ามประมงพื้นบ้านออกทะเลลึก ไล่รื้อ ยกเลิกพื้นที่ผ่อนผันทำกินริมทางเท้า ยกเลิกกฎหมายผังเมือง ตั้งโรงงานไม่ต้องประเมินความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อม … นี่หรือคือการตอบแทนให้แก่สหายร่วมรบของท่าน ???

สลากกินแบ่ง : เรื่องเล็กที่ไม่เล็กเพราะตกจำเลยของผู้มีอำนาจในฐานะกลุ่มทุนผู้อยู่เบื้องหลังการล้มรัฐบาลหลายๆรัฐบาลที่เข้ามาวุ่นจุ้นจ้านกับผลประโยชน์นอกระบบนี้ ทุกวันนี้เป็นอย่างไร นายทุนเกณฑ์มือปืนรับจ้างมานอนเฝ้าตู้แย่งชิงโควตากับนักเก็งกำไร และผู้ค้าปลีกตัวจริง(กลุ่มคนที่ขายลอตเตอรี่เป็นอาชีพ แผงหนึ่งขายลอตเตอรี่ประมาณ ๑๐ – ๓๐ เล่ม คนที่มีโควต้าอยู่ในมืออยู่แล้วเมื่อถูกปรับลดโควต้าเหลือ ๕ เล่มก็ต้องโดดลงมาร่วมวงแย่งชิงลอตเตอรี่ในส่วนนี้ด้วย ขณะที่คนขายอีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่เร่ขายลอตเตอรี่เป็นรายได้เสริมนั้น อาจมีหรือไม่มีทุนเป็นของตัวเอง จึงเน้นไปที่การรับเลขชุดจากยี่ปั๊วมาขายเพื่อเพิ่มรายได้จากกำไรต่อหน่วยที่สูงกว่า) ลอตเตอรี่ส่วนหนึ่งจึงตกอยู่ในมือนายทุนที่จ้างคนมานอนเฝ้าตู้ อีกส่วนหนึ่งตกอยู่ในมือนักเก็งกำไรที่เมื่อได้ลอตเตอรี่มาแล้วก็นำไปขายต่อให้ยี่ปั๊วหรือคนขายปลีก มีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่เข้าถึงมือคนขายปลีกโดยตรง เมื่อคนขายตัวจริงโวยวายว่าซื้อลอตเตอรี่ไม่ได้ กองสลากก็จัดให้ด้วยวิธีคิดตามสูตรสำเร็จแบบเดิมๆคือพิมพ์ลอตเตอรี่เพิ่มขึ้น พนักงานกองสลากก็มีรายได้จากค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผลคือกองสลากรวย ยี่ปั๊วรวย สลากเกินราคาฟื้นคืนชีพทั้งเลขชุด เลขใบ คนซื้อก็เอะอะโวยวาย ด่าว่าคนขาย แล้วยอดขายก็ตก ผลสุดท้ายคนขายปลีกตาย : กดก็กดไม่ได้ ขายก็ขายไม่หมด

สลากกินแบ่งยังแก้ไม่ตกลอตเตอรี่เกินราคานั้นเป็นตัวอย่างของปัญหาเดิมๆ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ สิทธิชุมชนที่ขาดหายไป ประชาธิปไตยภาคประชาชนที่เลวร้ายหนักกว่าเดิม

บทสรุปของภาพความขัดแย้ง แตกแยกทางสังคมที่เกิดขึ้นจึงไม่ต่างจากการส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิม เป้าหมายแท้จริงที่แต่ละคน แต่ละฝ่ายต้องการก็คือเศรษฐกิจปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
เมื่อกินอิ่มนอนหลับแล้วก็อยากสุข อยากสบายก็แสวงหาความสุข ความสบายกัน จากนั้นก็มองหาความรัก การยอมรับ ความสำเร็จในชีวิตซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลว่าจะหมายถึงสิ่งใด แค่พอมีพอกินหรือต้องร่ำรวยล้นฟ้า ต้องเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี, แค่มีกินก็พอแล้ว หรือต้องกินดี กินหรูขนาดไหน ฯลฯ จะหาสิ่งนั้นมาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ขายสมอง อำนาจราชศักดิ์ อำนาจเงิน ฯลฯ
เป้าหมายเดียวกันคือชีวิตที่ดีนั้นจึงถูกบัญญัติ ตีความแตกต่างกันไป วิธีการที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายก็เช่นกัน … ความเจริญก้าวหน้าในสายตาของชาวบ้าน คนเมือง คนกรุง นักวิชาการ นักธุรกิจ ข้าราชการ นักการเมืองเหมือนกันหรือไม่เพียงใด คิดแทนกันได้หรือ ?

ภาคเกษตรกรรมของไทยใหญ่มากแต่ผู้มีอำนาจ ผู้เข้าถึงอำนาจมองว่าความเจริญหมายถึงการเป็นชาติอุตสาหกรรม : ใช่หรือ ? จริงหรือ ?
การเปลี่ยนผ่านสังคมไทยไปสู่ความเจริญ ความสงบร่มเย็นเป็นสุขต้องอาศัยภูมิปัญญาของผู้มีความรู้ จริงนั่นคือนักวิชาการในรั้วมหาวิทยาลัย นักธุรกิจชื่อดังที่ทำงานอยู่ในบริษัทมหาชนชั้นนำของประเทศผสานกับข้าราชการในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆเท่านั้น เสียงชาวบ้านจึงเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาที่น่ารำคาญ ปราชญ์ชาวบ้านคือหมาเห่าใบตองแห้งที่ต้องหาอิฐขว้าง ถือไม้ออกไปไล่เพราะพวกนี้มันโง่จะไปรู้อะไร อีกพวกก็ขวางความเจริญ จะอนุรักษ์อะไรกันนักหนากับธรรมชาติบ้าบอคอแตก !!!

ส่งเสียงบูรพา คือ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง สกัดกั้นนักการเมืองทุจริต ทำการเมืองให้ใสสะอาด

ฝ่าตีประจิม คือ ใช้อำนาจพิเศษเปิดทางทุนกินแบ่งกินรวบ “เทคโอเวอร์” อำนาจและผลประโยชน์จากการมีและใช้อำนาจทางการเมืองต่อจากนายทหาร ในฐานะ “ทายาทโดยชอบธรรมตามพินัยกรรมของรัฐบาลทหาร” ที่ต้องการให้นักวิชาการสายทุนศักดินา “ขั้วตรงข้ามกับทุนกินรวบ” ปกครองบ้านเมืองต่อไป รัฐบาลมั่นใจว่าเมื่อทหารก้าวลงจากอำนาจ ประเทศไทยก้าวข้ามจากยุคนักรบ “ขุนศึกครองเมือง” เข้าสู่ยุคปัญญาชนครองเมืองแล้วจะไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจใดๆตามมา ?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s