คู่มือการฝึกสมาธิภาวนา : ๑ แบบถึงพระไตรสรณคมน์


แบบถึงพระไตรสรณคมน์กับแบบนั่งสมาธิภาวนา

โดย

พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยคาโม

พระมหาปิ่น ปญฺญพโล

ความสำคัญของไตรสรณคมน์
ความสำคัญของไตรสรณคมน์

คำปรารภ

แบบถึงพระไตรสรณคมน์กับแบบนั่งสมาธิภาวนานี้ ครั้งแรกข้าพเจ้ากับพระมหาปิ่น ปญฺญพโล ป.๕ ได้เรียบเรียง และพิมพ์ไว้ย่อๆ บัดนี้ ได้ขยายเนื้อความให้กว้างขวางขึ้น เพื่อผู้ฟัง ผู้อ่าน และผู้ปฏิบัติตามได้เข้าใจง่ายๆ เป็นวิธีปฏิญาณตนถึงพระไตรสรณคมน์แห่งอุบาสก อุบาสิกา และเป็นวิธีไหว้พระโดยย่อๆ

พระบาลีมีในคัมภีร์ปฐมสมโพธิกถา ปรากฏแจ้งอยู่แล้วว่าสมเด็จพระสัพพัญญู บรมครูเจ้า เมื่อทรงตรัสรู้แล้วก็ทรงโปรดพุทธบริษัททั้ง ๔ ด้วยวิธีรับรองประชาชนผู้เลื่อมใสให้ถึงพระไตรสรณคมน์ เป็นพุทธบริษัท ๔ คือ เป็นอุบาสกอย่างหนึ่ง เป็นอุบาสิกาอย่างหนึ่ง บรรพชาเป็นสามเณรแล้วอุปสมบทเป็นภิกษุอย่างหนึ่ง และบรรพชาเป็นสามเณรีแล้วอุปสมบทในสงฆ์ ๒ ฝ่ายเป็นภิกษุณีอย่างหนึ่ง

เมื่อมีพุทธบริษัท ๔ ครบแล้ว ได้ทรงตั้งพระธรรมวินัยไว้ในที่เป็นบรมครู แล้วจึงทรงเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน ล่วงลับไป

แบบถึงพระไตรสรณคมน์กับแบบนั่งสมาธิภาวนานี้ ได้ขาดคราวมานานจนเกือบจะไม่มีผู้ประกาศปฏิญาณตนถึงพระไตรสรณคมน์เป็นอุบาสก อุบาสิกาเสียเลย ถึงแม้มีอยู่บ้างก็เฉพาะเริ่มต้นแห่งการสมาทานศีล ๕ ศีล ๘ เท่านั้น ไม่ได้นับถือเพื่อปฏิบัติจริงๆ จนประชาชนบางเหล่ากลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ ถือลัทธิภายนอกพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก บางพวกถือลัทธิศาสนาผี บางพวกถือศาสนาลัทธิพราหมณ์ บางพวกถือลัทธิศาสนาอื่นๆยังมีอยู่อีก ไม่ใช่นับถือพุทธศาสนาทั้งหมด

ส่วนว่า บุคคลที่นับถือพระพุทธศาสนาจริงๆก็มีเฉพาะแต่บุคคลที่ได้ประกาศปฏิญญาณตนถึงพระไตรสรณคมน์ และได้บรรพชาอุปสมบทโดยถูกต้องด้วยพระธรรมวินัยเท่านั้น นอกนั้นเป็นศาสนาอื่นทั้งหมด ไม่ใช่นับถือแต่พระพุทธศาสนาอย่างเดียว

ข้าพเจ้าก็เคยได้นำประชาชนชาวไทยให้ถึงพระไตรสรณคมน์มาแล้วจำนวนมาก ขาดแต่ยังไม่มีตำรับตำรา แบบแผนจำแนกแจกจ่ายให้ศึกษาเล่าเรียน ท่องบ่นจดจำ และประพฤติปฏิบัติตามสืบไป

อีกประการหนึ่ง บุคคลผู้เข้าถึงพระไตรสรณคมน์แล้ว ก็ถึงได้แต่เพียงชั้นโลกียสรณคมน์เท่านั้น ไม่ได้ถึงโลกุตรสรณคมน์ๆนั้นต้องเป็นผู้ชำนาญในการนั่งสมาธิภาวนา และแบบวิธีนั่งสมาธิภาวนาก็หาไม่ได้เสียด้วย เป็นการสมควรอย่างยิ่งจะต้องเรียบเรียงและพิมพ์ไว้เป็นแบบสืบไป

อีกประการที่ ๒ ความจนใจของบุคคลผู้ไม่มีสมาธิภาวนา โดยมากย่อมจนใจอยู่ในข้อที่ว่า ทำบุญล้างบาป ก็ล้างไม่ได้ หรือคำว่าทำบุญแก้บาป ก็แก้ไม่ได้ เมื่อเช่นนี้ บุคคลผู้จะละบาปบำเพ็ญบุญนั้น จะต้องทำอย่างไรกัน

ข้อนี้ตอบได้ง่ายๆว่า ต้องนั่งสมาธิภาวนา นอกจากนั่งสมาธิภาวนาแล้ว ไม่มีวิธีอย่างอื่นจะพึงแก้ได้

เพราะเหตุว่า การนั่งสมาธิภาวนานี้มีอานิสงส์มาก เป็นวิธีแก้จิตที่เป็นบาปให้กลับเป็นบุญได้ ตลอดจนแก้จิตที่เป็นโลกีย์ให้เป็นโลกุตรได้ เมื่อแก้จิตให้บริสุทธิ์แล้ว บาปอกุศลก็หลุดหายไปเอง อุทาหรณ์ข้อนี้ พึงเห็นพระองคุลีมาลเป็นตัวอย่าง

หัวข้อที่ปรารภเหล่านี้ทั้งสิ้น ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการจำเป็นและสมควรอย่างยิ่งในการเรียบเรียง และการพิมพ์ไว้ในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าคงเป็นประโยชน์แก่พุทธบริษัทที่เป็นนักปฏิบัติตลอดไป

คุณหา บุญมาไชย์ ปลัดขวาอำเภอพระสับ จังหวัดขอนแก่น อาราธนาให้เรียบเรียง แบบถึงพระไตรสรณคมน์และแบบวิธีนั่งสมาธิภานา หวังเพื่อประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดียิ่ง

พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม

พระมหาปิ่น ปญฺญพโล

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๔

หลวงปู่ฝั้น-หลวงปู่มหาปิ่น-หลวงปู่สิงห์
หลวงปู่ฝั้น-หลวงปู่มหาปิ่น-หลวงปู่สิงห์

แบบถึงพระไตรสรณคมน์

พระพุทธเจ้าทรงพระมหากรุณาประดิษฐานพระพุทธศาสนาลงในโลก ย่อมทรงวางระเบียบแบบแผนไว้ครบบริบูรณ์แล้ว แบบถึงพระไตรสรณคมน์ก็มีอยู่แล้ว แต่ขาดผู้นำ จึงไม่ได้ถือเป็นหลักปฏิบัติสืบมาจนถึงสมัยปัจจุบันทุกวันนี้

เนื่องด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องนำลงไว้เป็นแบบปฏิบัติสืบไปของพุทธบริษัททั้ง ๔ คือ ๑. พระภิกษุและสามเณร ๒. พระภิกษุณีและสามเณรี ๓. อุบาสก ๔. อุบาสิกา

ทั้ง ๔ จำพวก เมื่อน้อมตนเข้ามานับถือพระพุทธศาสนานี้ ย่อมประกาศปฏิญาณตนถึงพระไตรสรณคมน์ทุกคนตลอดไป

วิธีถึงพระไตรสรณคมน์

ตามแบบที่พระองค์ได้ทรงพระมหากรุราโปรดพระเจ้าพิมพิสารกับทั้งบริวาร ๑๑ นหุต และทรงโปรดสิงคาลมาณพนั้น

พระองค์ตรัสเทศนาจบแล้ว พระเจ้าพิมพิสารกับทั้งบริวาร ๑๐ นหุตได้สำเร็จโสดาปัตติผล อีกนหุตหนึ่งนั้นถึงพระไตรสรณคมน์

ส่วนสิงคาลมาณพ เมื่อฟังธรรมเทศนาจบลง ก็ได้ประกาศปฏิญญานตนถึงพระไตรสรณคมน์ ดังต่อไปนี้ คือ เปล่งวาจาว่า

“เอสาหํ ภนฺเต สุจิรปรินฺพุตมฺปิ ตํ ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ(อุปาสิกํ) มํ สงฺโฆ ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตํฯ

ทุติยมฺปิ ฯลฯ

ตติยมฺปิ ฯลฯ

อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตํฯ”

แปลความว่า

“ข้าพเจ้าขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานนักหนาแล้ว กับทั้งพระธรรมและพระอริยสงฆ์สาวก ว่าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก ที่นับถือของข้าพเจ้า ตลอดสิ้นชีวิต ขอสงฆ์จงจำไว้ซึ่งข้าพเจ้าว่าเป็นอุบาสก(อุบาสิกา) มีวันนี้เป็นต้น ตราบเท่าสิ้นชีวิตฯ”

แบบถึงพระไตรสรณคมน์ในสมัยนี้

ตามแบบที่พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่พระอรหันตขีณาสพพุทธสาวก ๖๐ องค์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี ที่จะส่งไปประกาศพระพุทธศาสนา เพื่อให้สำเร็จกิจบรรพชา อุปสมบท แก่กุลบุตรทั้งปวง ด้วยวิธีให้ถึงพระไตรสรณคมน์นี้ และในสมัยนี้ ก็ได้ถือเป็นแบบถึงพระไตรสรณคมน์ทั้งอุบาสก อุบาสิกา และบรรพชาเป็นสามเณรฯ

วิธีถึงพระไตรสรณคมน์ในสมัยนี้

พระอาจารย์ผู้นำให้นึกถึงพระไตรสรณคมน์นั้น พึงแนะนำพร่ำสอนให้รักษาความสัตย์ ความจริงใจในพระไตรสรณคมน์อย่างยิ่ง ดังต่อไปนี้ คือ

  • สอนให้นั่งคุกเข่า กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง แล้วเตือนให้รักษาความจริงว่า เวลานี้เป็นเวลารักษาความสัตย์ ความจริง คือ ร่างกายที่นั่ง คุกเข่า ประนมมืออยู่บัดนี้ พึงทราบว่าเป็นร่างกายที่จะประกาศตนถึงพระไตรสรณคมน์จริงๆ
  • วาจาที่จะกล่าวถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ในกาลบัดนี้ พึงทราบว่าเป็นวาจาที่ได้ประกาศตนถึงพระไตรสรณคมน์จริงๆ
  • น้ำใจที่น้อมนึกถึงพระคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พึงทราบว่าเป็นน้ำใจจริงๆ ฯ
  • พึงตั้งเป็นความสัตย์ อธิษฐานไว้ในใจว่า ข้าพเจ้าขอนับถือเอาคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ที่พึ่ง ที่ระลึกนับถือของข้าพเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าสิ้นชีวิต ฯ

เมื่อตั้งเป็นความสัตย์แล้ว พึงนำให้ถึงพระไตรสรณคมน์ ดังต่อไปนี้

อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, พุทฺธํ ภควนฺตํ อภิวาเทมิ ฯ (กราบลงครั้งหนึ่ง)

สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ธมฺมํ นมสฺสามิ ฯ (กราบลงครั้งหนึ่ง)

สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ สงฺฆํ นมามิ ฯ (กราบลงครั้งหนึ่ง)

นำว่า นโม ๓ จบ

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสฯ

ฯลฯ

นำว่า ถึงพระไตรสรณคมน์ ๓ จบ

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ,

ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ,

สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ,

ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ,

ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ,

ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ,

ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ,

ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ,

ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ,

แปลความว่า

“ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า กับทั้งพระธรรม และพระอริยสงฆ์สาวก ว่าเป็นสรณะ ที่พึ่ง ที่ระลึก ที่นับถือของข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าสิ้นชีวิตของข้าพเจ้านี้แล ฯ”

นำรำลึกถึงพุทธคุณว่า

อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโณ สุคโตโลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ

กราบหมอบลงนิ่งอยู่ ว่า

กาเยน วาจาย ว เจตสา วา พุทฺเธ กุกมฺมํ ปกตํ มยา ยํ

พุทฺโธ ปฏิคฺคณฺหตุ อจฺจยนฺตํ กาลนฺตเร สํวริตุ ว พุทฺเธ

(จบพุทธคุณแล้ว เงยขึ้น)

นำระลึกถึงคุณพระธรรม ว่า

สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิ ปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติฯ

กราบหมอบลงนิ่งอยู่ ว่า

กาเยน วาจาย ว เจตสา วา ธมฺเม กุกมฺมํ ปกตํ มยายํ

ธมฺโม ปฏิคฺคณฺหตุ อจฺจยนฺตํ กาลนฺตเร สํวริตุ ว ธมฺเม ฯ

(จบธรรมคุณแล้ว เงยขึ้น)

นำระลึกถึงคุณพระอริยสงฆ์สาวก ว่า

สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเนยฺโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ ฯ

กราบหมอบลงนิ่งอยู่ ว่า

กาเยน วาจาย ว เจตสา วา สงฺเฆ กุกมฺมํ ปกตํ มยายํ

สงฺโฆ ปฏิคฺคณฺหตุ อจฺจยนฺตํ กาลนฺตเร สํวริตุ ว สงฺเฆ ฯ

(จบสังฆคุณแล้ว เงยขึ้น)

กราบ ๓ หน

อุบาสก – อุบาสิกานั่งพับเพียบประนมมือ ฟังคำสั่งสอนในระเบียบวิธีรักษาและปฏิบัติพระไตรสรณคมน์ต่อไป ผู้ที่ได้ปฏิญาณตนถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์แล้ว ชื่อว่าเป็นพุทธบริษัท ชายเป็นอุบาสก หญิงเป็นอุบาสิกาในพระพุทธศาสนา มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

วิธีรักษาพระไตรสรณคมน์ไม่ให้ขาด และไม่ให้เศร้าหมอง ดังนี้ คือ

  • เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเคารพ ๖ ประการ คือ
  • เคารพในพระพุทธเจ้า ๑
  • เคารพในพระธรรม ๑
  • เคารพในพระอริยสงฆ์สาวก ๑
  • เคารพในความไม่ประมาท ๑
  • เคารพในไตรสิกขา ๓ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ๑
  • เคารพในปฏิสันถารการต้อนรับ ๑

ต้องเป็นผู้มีความเลื่อมใสนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกของตนจริงๆ ถ้าประมาทเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น

  • เว้นจากการนับถือพระภูมิต่างๆ คือ ไม่นับถือภูตผีปีศาจ พระภูมิเจ้าที่ เทวบุตร เทวดา มนตร์กลคาถา วิชาต่างๆต่อไป ถ้านับถือเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  • ไม่เข้ารีตเดียรถีย์ นิครนถ์ คือ ไม่นับถือลัทธิพิธี ศาสนาอื่นภายนอกพระพุทธศาสนามาเป็นสรณะที่พึ่ง ที่ระลึกของตนสืบต่อไป ถ้านับถือเข้ารีตเดียรถีย์เมื่อไร ก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  • ไม่นับถือลัทธิศาสนาพราหมณ์ คือ ไม่ดูไม้ดูหมอ แต่งแก้แต่งบูชาเสียเคราะห์ เป็นต้น ถ้านับถือเมื่อไร ก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  • เป็นผู้เชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม เช่น เชื่อว่าทำชั่วได้ชั่ว ทำดีได้ดี เป็นต้น ตลอดจนเชื่อความตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่สุด ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว ต้องเป็นผู้มีสมาธิเสมอ ถ้าขาดสมาธิเมื่อไร ก็ขาดความศรัทธา ความเชื่อเมื่อนั้น ถ้าขาดความศรัทธา ความเชื่อเมื่อไร ก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น

ต้องไว้พระ นั่งสมาธิทุกวัน

ท่านสอนให้ปฏิบัติใจของตนเอง เพราะคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ทั้งสามนี้สำเร็จด้วยใจ ล้วนเป็นคุณสมบัติของใจทั้งนั้น ท่านจึงสอนให้ปฏิบัติใจของตนให้เป็นคนหมั่น คนขยันไหว้พระทุกวัน นั่งสมาธิทุกวัน

ปฐมํ ยามํ จงฺกมาย นิสชฺชํ อาวรณิเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ

เวลาก่อนเข้านอนตอนหัวค่ำให้เดินจงกรม แล้วทำพิธีไหว้พระ เจริญพรหมวิหาร นั่งสมาธิภาวนาทำจิตให้สงบ และตั้งมั่นเป็นสมาธิก่อนเข้านอน

อฑฺฒรตฺตํ จงฺกมาย นิสชฺชํ อาวรณิเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ

เวลาเที่ยงคืน นอนตื่นขึ้น เป็นเวลาที่สงบสงัดดี ให้เดินจงกรม ทำพิธีไหว้พระ เจริญพรหมวิหาร นั่งสมาธิภาวนาทำจิตให้สงบ และตั้งมั่นเป็นสมาธิแน่วแน่ จึงนอนต่อไปอีก

ปจฺฉิมํ ยามํ จงฺกมาย นิสชฺชํ อาวรณิเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ

เวลาปัจจุบันสมัย จวนใกล้รุ่ง ให้ลุกขึ้นแต่เช้า ล้างหน้าเช็ดหน้าเรียบร้อยแล้ว ทำพิธีไหว้พระ เจริญพรหมวิหาร นั่งสมาธิภาวนา ทำให้จิตสงบ และตั้งมั่นเป็นสมาธิแน่วแน่แล้ว เดินจงกรมต่อไปอีกจนแจ้งเป็นวันใหม่ จึงประกอบการงานต่อไปฯ

เจริญพรหมวิหารทั้ง ๔ แปล

แผ่เมตตาตนเอง

อหํ สุขิโต โหมิ          ขอเราจงเป็นผู้มีความสุขๆเถิด ฯ

นิทฺทุกฺโข โหมิ           ขอเราจงเป็นผู้ปราศจากทุกข์ทั้งปวงเถิด ฯ

อเวโร โหมิ             ขอเราจงเป็นผู้ปราศจากเวรทั้งปวงเถิด ฯ

อพฺยาปชฺโช โหมิ        ขอเราจงเป็นผู้ปราศจากความเบียดเบียนทั้งปวงเถิด ฯ

อนีโฆ โหมิ              ขอเราจงปราศจากความลำบากยากเข็ญทั้งปวงเถิด ฯ

สุขี อตฺตานํ ปริหรามิ    ขอเราจงบริหารตนให้มีความสุขตลอดทุกเมื่อเถิด ฯ

(เมตตาตน จบเท่านี้)

เจริญเมตตาสัตว์

สพฺเพ สตฺตา            สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

สุขิตา โหนฺตุ           จงเป็นสุขๆเถิด ฯ

สพฺเพ สตฺตา           สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อเวรา โหนฺตุ           จงอย่าได้เป้นผู้มีเวรแก่กันและกันเลย ฯ

สพฺเพ สตฺตา           สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อพฺยาปชฺฌา โหนฺตุ      จงอย่าได้เป็นผู้เบียดเบียนแก่กันและกันเลย ฯ

สพฺเพ สตฺตา           สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อนีฆา โหนฺตุ           จงอย่าได้มีความลำบากยากแค้นทั้งปวงเถิด ฯ

สพฺเพ สตฺตา           สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ    จงบริหารตนให้มีความสุขตลอดกาลทุกเมื่อเถิด ฯ

(จบเมตตาสัตว์เท่านี้)

เจริญกรุณาแก่สัตว์ทั้งปวง

สพฺเพ สตฺตา           สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

สพฺพทุกฺขา ปมุญฺจนฺตุ   จงเป็นผู้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงเถิด ฯ

                     (จบกรุณาเท่านี้)

เจริญมุทิตาแก่สัตว์ทั้งปวง

สพฺเพ สตฺตา           สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

ลทฺธสมฺปตฺติโต มาวิคจฺฉนฺตุ  จงอย่าได้ปราศจากสมบัติ อันตนได้แล้ว

(จบมุทิตาเท่านี้)

เจริญอุเบกขาพรหมวิหาร

สพฺเพ สตฺตา           สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

กมฺมสฺสกา             เป็นผู้มีกรรมเป็นของๆตน

กมฺมทายาทา          มีกรรมเป็นผู้ให้ผล

กมฺมโยนี              มีกรรมเป็นแดนเกิด

กมฺมพนฺธู              มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

กมฺมปฏิสรณา          มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ       จักทำกรรมอันใดไว้

กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา   ที่เป็นบุญ หรือเป็นบาป

ตสฺส ทายาทา ภวิสฺสนฺติ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้นๆ

                     (จบอุเบกขาพรหมวิหาร)

แบบวิธีบูชาดอกไม้ธูปเทียน

ยมหํ สมฺมา สมฺพุทฺธํ สรณํ คโต (ผู้หญิงว่า คตา)

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์เป็นผู้ตรัสรู้ดีแล้วเองโดยชอบพระองค์ใด ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นที่พึ่งกำจัดภัยได้จริง

อิมินา สกฺกาเรน ตํ ภควนฺตํ อภิปูชยามิ ฯ

ข้าพเจ้าบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเครื่องสักการะอันนี้

(กราบลงครั้งหนึ่ง)

ยมหํ สฺวากฺขาตํ ภควตา ธมฺมํ สรณํ คโต (ผู้หญิงว่า คตา)

พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเทศนาไว้ดีแล้วเหล่าใด ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นที่พึ่งกำจัดภัยได้จริง

อิมินา สกฺกาเรน ตํ ธมฺมํ อภิปูชยามิ ฯ

ข้าพเจ้าบูชาพระธรรมเหล่านั้น ด้วยเครื่องสักการะอันนี้

(กราบลงครั้งหนึ่ง)

ยมหํ สุปฏิปนฺนํ สงฺฆํ สรณํ คโต (ผู้หญิงว่า คตา)

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วหมู่ใด ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นที่พึ่งกำจัดภัยได้จริง

อิมินา สกฺกาเรน ตํ สงฺฆํ อภิปูชยามิ ฯ

ข้าพเจ้าบูชาพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเครื่องสักการะอันนี้

(กราบลงครั้งหนึ่ง)

แบบคำประกาศทานมัยกุศล

อิทํ เม ทานํ อาสวกฺขยา วหํ นิพฺพานปจฺจโย โหตุ.

เรายินดีในทาน การให้ของ ขอจงได้สำเร็จอาสวขัย สิ้นไปแห่งเครื่องดองสันดาน ขอจงเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานเถิด

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s