๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ นัดที่ ๑๑ บางกอกกล๊าส 3 : 1 SWATCAT

หลังจากพักเบรคไปนานเพื่อเปิดทางให้นักเตะไปรับใช้ทีมชาติไทย ทั้งชุดซีเกมส์และชุด และแล้วความเงียบเหงา เหว่ว้า การรอคอยก็สิ้นสุดลง ฝูงแมวเกือบ ๑,๖๐๐ คนยังคงไปตามนัด ชักชวนกันเคลื่อนพลไปซุ่มยิงกระต่ายแก้วที่สนามหญ้าเทียมของทีมเจ้าถิ่นบางกอกกล๊าส ทีมอันดับ ๓ ของตาราง จนแน่นขนัดอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือนเพราะฝูงแมวผู้จงรักนั้นคิดถึงผลแพ้ชนะเป็นเรื่องรอง เชียร์ทีมรัก ทีมที่เป็นหน้าเป็นตา เป็นศักดิ์ศรีของเมืองโคราช-บ้านเกิดเมืองนอนให้สู้สุดใจ สู้ถวายหัว วิ่งไม่มีหมด สมศักดิ์ศรีลูกหลานย่าโมเป็นเรื่องหลัก แม้ทีมสวาทแคทจะใช้นักเตะชุดแชมป์ลีก ๑ เป็นแกนหลัก และยังคงพกพาสถิติชนะใครไม่เป็นยามเล่นนอกบ้านติดไม้ติดมือไปเล่นเกมเยือนตั้งแต่สมัยลีก ๑ ติดมือมาด้วยตลอดจึงไม่เคยอยู่ในหัวแฟนบอลชาวโคราช ฝูงแมวขี้โม้นับพันคงยังคงตามเชียร์ทีมรักไปทุกสนาม ส่งเสียงเชียร์เป็นกำลังใจ พร้อมอยู่เคียงข้างนักเตะเสมอ หลายๆเกมที่ผ่านมาบนเวทีไทยลีก กว่าที่ทีมเจ้าบ้านจะเก็บแต้มจากเจ้าแมวขี้โม้ได้จึงต้องอาศัยดราม่ากรรมการบ้าง ดราม่านักเตะเจ้าถิ่นแล้งน้ำใจ-ฉกฉวยโอกาสเล่นเกมต่อเนื่อง ไม่สนใจว่าเพื่อนร่วมทีมหรือเพื่อนร่วมอาชีพยังคงนอนเจ็บ กองอยู่กับพื้นนั้นเจ็บจริง หรือเจ็บเรียกฟาล์ว เล่นทีเผลอได้ข้าก็เล่นบ้าง(แต่ถ้าแมวขี้โม้ทำบ้าง เป็นเรื่อง) หรือดราม่านักเตะเล่นสกปรกเพราะรู้ดีว่ามาตรฐานกรรมการผู้ตัดสินไทยนั้นยังล้าหลัง ตามไม่ทันลูกตุกติก ดราม่าของนักเตะอาชีพเป็นเครื่องมือบ้าง

อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามองคือกลุ่มโต๊ะบอล เซียนพนันที่มีเงินสะพัดราวนัดละ ๕๒ ล้านบาท สูงติดลำดับต้นๆในเอเชียว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป่าของกรรมการเพื่อล็อคผลการแข่งขันหรือไม่ ทำไมสารพัดดราม่าจึงมักเกิดขึ้นกับแมวโม้-มวยรองในยามที่ต้องออกไปเล่นเกมเยือนเสมอ (ฟุตบอลอังกฤษ และกัลโช่เซเรียอา ของอิตาลีก็เคยตกต่ำลงเหวเพราะโต๊ะบอลย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาแล้ว)

ก่อนเกมนัดนี้จะเริ่มต้นขึ้น แมวโม้อาศัยช่วงพักเบรคอันยาวนานซุ่มซ้อมปรับแผนใหม่ และมีโอกาสได้เล่นเกมอุ่นเครื่องเพื่อทดสอบเกมมาแล้วหลายนัด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทีมงานถ่ายทอดสดจะทำกราฟฟิคผิดเพราะคิดว่าโค้ชคัมเบะจะจัดทัพแบบ 4-5-1 เหมือนในช่วง ๑๐ นัดที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเอาเข้าให้จริงๆ เกมครึ่งแรกแมวโม้เริ่มต้นเกมด้วยการเล่นแบบเซ็นเตอร์ ๓ ตัว คือ เฉลิมพงศ์ นากาโนะ และสถาพร โดยมีประลองกับปริญญาเล่นเป็นวิงแบ๊ก เกมรุกใช้ลี ทัค-ลินเดมันและมาเล็กเป็น ๓ ประสานในแนวรุก คู่กลางยังเป็นชิวูต้ากับไกรเกียรติเช่นเดิม

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม

(ที่มา http://www.goal.com/th/match/บางกอกกล๊าส-vs-นครราชสีมา/1988839/report)

บางกอกกล๊าส เอฟซี: นริศ ทวีกุล(GK), วสันต์ ฮมแสน, แมทธิว สมิธ, สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว, ณรงค์ จันทร์เสวก, พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์(C), ภคิณ ไก่แก้ว (เจษฎากร เหมแดง น.73), ดาร์โก้ ทาเซฟสกี้, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา (บดินทร์ ผาลา น.40), ลาซารัส คาอิมบี้, โกชิ โอคูโบะ (อนันต์ บัวแสง น.28)

นครราชสีมา เอฟซี: กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล(GK), สถาพร แดงสี (ศราวุฒิ มาสุข น.46), เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว(C), ซาโตชิ นากาโนะ, ประลอง สาวันดี, ไกรเกียรติ เบียดตะคุ, ปริญญา อู่ตะเภา, โนอาห์ ชิวูต้า, บียอร์น ลินเดมันน์, มาเล็ก ยาวาหาบ (ณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ น.60), ลี ทัค (โดมินิค อดิเยียห์ น.67)

บางกอกกล๊าส-เจ้าบ้าน เริ่มเกมมาได้อย่างวูบวาบ น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง แมวโม้-ทีมเยือนดูตื่นๆ เกร็งๆ เล่นไม่เป็นธรรมชาติเหมือนถูกมนต์นะจังงังของบรรดา rabbit girls ที่ขึ้นชื่อลือชามานานสะกดจนเล่นไม่ออก ทั้งหวั่นเกรงศักดิ์ศรีเจ้าบ้าน ทั้งไม่ชินสนามจึงออกบอลไม่เป็นธรรมชาติ แถมยังไม่ชินกับรูปแบบการเล่นใหม่ บางกอกกล๊าสจึงคุมเกม คุมสถานการณ์ไว้ได้หมด เหนือกว่าทุกอย่างทั้งสปีดบอล ความแม่นยำในการรับส่งบอล การคุมพื้นที่ และการเล่นเกมเพรสซิ่ง แมวโม้ที่ถนัดการเล่นแบบวิ่งสู้ฟัดกลับกลายเป็นแมวเซา แมวเงื่องหงอย ริมเส้น ๒ ข้างถูกกระต่ายแก้วเจาะจนพรุน โดยเฉพาะหมายเลข 11 ของเจ้าบ้าน คือ ตาอิมบี้ เล่นงานประลอง-สถาพรจนอยู่หมัด เกมรับของแมวโม้-ทีมเยือนออกอาการเดิมคือเมื่อถูกเจาะริมเส้นแล้ว ฝ่ายตรงข้ามเปิดบอลหักเข้ามากลาง กองกลางหาย พื้นที่เปิด ผลคือแมวโม้เสียประตูอย่างรวดเร็ว ๔๕ นาทีแรกก็โดนไปแล้ว ๓ ลูกแบบหาทรงบอลไม่เจอ ที่พอจะดูดีมีลุ้นคือการขึ้นเกมฝั่งขวา ปริญญา “แบ็คจำเป็น มิดฟิลด์ธรรมชาติ” เติมขึ้นมาเมื่อไหร่ฝูงแมวได้ลุ้นเมื่อนั้น

แมวโม้โชคดีเล็กน้อยที่โกชิ โอคูโบะ และเต๋าดินโญ่เจ็บ ถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ก่อนหมดครึ่งแรก เกมในครึ่งหลัง โค้ชคัมเบะกลับมาเล่นแบ็ค 4 เหมือนเดิม ถอดสถาพรออกให้มาสุขลงมาเล่นแทน เจ้าหนุ่ยก็ไม่ทำให้สาวกแมวผิดหวัง ทำเกมรุกได้อย่างวูบวาบน่ากลัว เปิดบอลให้คิงบียอร์นโหม่งทำประตูไล่ขึ้นมาเป็น 3 : 1 ได้ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ชิวูต้าที่หายๆไปในช่วงครึ่งแรกก็มีบทบาทต่อเกมอย่างโดดเด่น ทั้งเชื่อมเกม ทั้งเติมเกมขึ้นไปส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ แมวโม้มีลุ้น มีเสียว ดูวูบวาบน่ากลัว บดทีมเจ้าบ้านแบบ one-way ticket มีโดนเจ้าบ้านสวนกลับบ้าง แต่ผลจากการเซฟลูกหวาดเสียวอันตรายในช่วงท้ายครึ่งแรกได้ส่งผลให้ความมั่นใจกลับคืนมา ไอซ์-กัมพลโชว์เซฟลูกยิงของทีมเจ้าบ้านได้หลายลูก หยั่งงี้สิ ต้องให้ได้หยั่งงี้สิ ค่อยสมราคาที่โค้ชซิโก้จับตามองหน่อย ถ้ารักษาฟอร์มแบบนี้ไปได้เรื่อยๆก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเอ็งเล่นไทยลีกได้แน่ ไม่ใช่เก่งแค่ลีก ๑

นาทีที่ ๖๐ กร-ณธฤทธิ์ นักเตะตัวยืม ขวัญใจคนใหม่อีกคนของแมวสาวได้โอกาสลงไปป่วนแนวรับของเจ้ากระต่ายแก้ว จังหวะกระชากดูดีมีสีสัน น่าตื่นตาตื่นใจ แต่จังหวะเปิดบอลให้เพื่อนยังทำได้ไม่ดีนัก เห็นหนุ่ย-มาสุขกับกร-ณธฤทธิ์เล่นแล้วทำให้นึกถึงรุ่งรัตน์ เด็กปากช่องที่ทีมงานแมวโม้ไม่เอาเพราะเห็นว่าตัวเล็กเกินไป ผลคือรุ่งรัตน์ไปได้ดีกับเชียงราย ติดทีมชาติชุดซีเกมส์ ยิ่งเล่นยิ่งดี ยิ่งดูยิ่งชอบ ทักษะดี มีความเร็ว sense บอลเยี่ยมคล้ายๆหนุ่ย-มาสุขแต่คนละสไตล์กับกร-ณธฤทธิ์ สารภาพเลยว่าถ้าให้เล่นหน้าต่ำแบบที่ BR ให้ Raheem เล่น รุ่งรัตน์จะทำได้ดีกว่ากร แต่ถ้าให้กระชากบอล วิ่งแข่งกับกองหลังเวลาที่ต้องเล่นเกมแบบ counter attack แล้วกร-ณธฤทธิ์จะเหมาะสมมาก คล้ายๆ David Thompson เด็กปั้นคนหนึ่งในอดีต ที่มีโอกาสได้เล่นบ่อยมากในยุคที่ราฟาคุมทีม (ถ้าจำไม่ผิด)

ท้ายเกมพี่โดมได้โอกาสลงมาเล่นแทนลี ทัค การต่อบอล การเล่นเป็นทีมพี่โดมทำได้ดีกว่าลี ทัคมาก แต่เกมนี้พี่โดมช่วยอะไรทีมไม่ได้มาก

เกมนัดเดียวยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่า centerback ๓ ตัวที่โค้ชคัมเบะนำมาใช้ในวันนี้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมกับทีมในระยะยาวหรือไม่ LVG ยังต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะปรับจูนผีแดงให้เข้าใจปรัญชาของการเล่นระบบ Centerback ๓ ตัวได้ เหล่าขุนพลสวาทแคทก็เช่นกัน ย่อมต้องใช้เวลาสักพักจึงจะเข้าใจปรัชญา ปรับตัวให้เข้ากับระบบใหม่ได้

๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๘ นัดที่ ๑๒ SWATCAT 1 : 0 BEC Tero

แม้จะมีฝนตกทั้งก่อนเกมและระหว่างเกมแต่แฟนบอลชาวโคราชก็ไม่หวั่น ฝูงแมวเข้าชมเกมในสนามอย่างเนืองแน่น แฟนบอลหลายคนประเมินด้วยตาว่าน่าจะเกิน ๒ หมื่นคน แต่ยอดผู้ชมในสนามอย่างเป็นทางการ คือ ๑๘,๒๑๖ คน

สัมภาษณ์ก่อนเกมเปิดบ้านรับมังกรไฟ ทั่นอุทัยบอกเลค ๒ เสริมทีมทั้งนักเตะไทยและต่างชาติ พี่โดมก็ตั้งโต๊ะเจรจากับหลายทีมทั้งไทยลีกและต่างชาติ (หมายความว่าขายพี่โดมได้ก็ขาย ได้มาฟรีๆอยู่แล้ว จะมากจะน้อยยังไงก็กำไร ของดีมีไม่ใช้คงด้วยเหตุนี้ล่ะมั้ง ถ้าจะอยู่ต่อก็ต้องกดค่าเหนื่อยเอาไว้ไม่ให้สูงมากเพราะเอ็งไม่ใช่ตัวจริง รับข้อเสนอใหม่ไม่ได้ก็ไปซะ ไปให้ไกลๆ ยังไงกูก็ได้กำไร เป็นแฟนบอลสวาทแคทต้องทำใจ เจ้าของตัวจริงไม่เคยลงมาดู ลูกน้องที่มานั่งคุมทีม นั่งบริหารก็ไม่เคยมีความรู้ ไม่เคยดูบอล วัดใจกันว่าตัวใหม่จะดีกว่าพี่โดมหรือเปล่า)

รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม 

นครราชสีมา เอฟซี : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล(GK), อดิศักดิ์ หาญเทศ , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , ซาโตชิ นากาโนะ, ประลอง สาวันดี, ไกรเกียรติ เบียดตะคุ, ปริญญา อู่ตะเภา, โนอาห์ ชิวูต้า, ศราวุฒิ มาสุข , บียอร์น ลินเดมันน์,ลี ทัค

บีอีซี เทโรศาสน : ทศพร ศรีเรือง (GK), พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ, โฟเด้ ดิอากิเต้, อดิศร พรหมรักษ์, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา -อภิเชษฐ์ พุฒตาล , ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ธีระพล เยาะเย้ย – ทริสตอง โด , เจนรบ สำเภาดี, อดิศักดิ์ ไกรษร

(ที่มา goal.com)

นัดนี้มังกรไฟที่เต็มไปด้วยผู้เล่นทีมชาติไทยมากหน้าหลายตามีปัญหานักเตะบาดเจ็บเยอะมาก โชคดีเป็นของเจ้าแมวขี้โม้ที่ตัวทีเด็ดอย่าง เจ-ชนาธิปเองก็ไม่สมบูรณ์ ลงเล่นไม่ได้

เริ่มเกม สวาทแคทวางเกมมาในรูป 4-4-2 ฝั่งซ้ายให้อดิศักดิ์ช่วยประลองจัดการกับทริสตอง โด ฝั่งขวาให้มาสุขดวลกับพีระพัฒน์โดยมีปริญญาเป็นตัวช่วยเวลาขึ้นเกมรุก ด้วยเหตุที่มาสุขกับพีระพัฒน์ฝึกซ้อมด้วยกันบ่อยๆในแคมป์ทีมชาติ พีระพัฒน์จึงรู้ทาง รู้สไตล์การเล่นของเจ้าหนุ่ย-มาสุขเป็นอย่างดี เจอกันเดี่ยวๆ มาสุขแพ้พีระพัฒน์ตลอด ต้องอาศัยปริญญากับลี ทัคมาช่วยจึงพอจะทะลวงผ่านด่านริมเส้นด้านขวานี้ไปได้

นาทีที่ 9 สวาทแคทได้ลูกจุดโทษจากการเติมเกมของปริญญาที่บุกทะลวงเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วโดนธนบูรณ์เข้ามากระแทก จังหวะนี้มีกระแสถกเถียง ถากถางกันในสังคมออนไลน์อยู่พอสมควรว่าควรเป็นจุดโทษหรือไม่ จากภาพช้าที่ทีมงานถ่ายทอดรีเพลย์ให้ดูจะเห็นว่าเป็นจังหวะที่ไหล่ของธนบูรณ์ปะทะกับอกของปริญญา วินิจฉัยว่าเป็นชน/กระแทกแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ไหล่ต่อไหล่จึงไม่สามารถใช้คำว่า “เบียด” ได้ ลูกบอลก็อยู่ที่เท้าของปริญญา ไม่ใช่ปริญญาจับบอลยาวจนไล่บอลไม่ทันแล้วพุ่งล้มเอาจุดโทษ กรรมการสามารถให้จุดโทษในจังหวะนี้ได้ ไม่มีอะไรน่ากังขา ชิวูต้าสังหารจุดโทษให้สวาทแคทขึ้นนำ 1 : 0 ได้อย่างใสสะอาด

จากนั้นมังกรไฟก็แทบพับสนามบุก นัดนี้มิดฟิลด์คู่กลางคือไกรเกียรติกับชิวูต้าเล่นเกมรับได้ดีผิดหูผิดตา ปกติแมวโม้มักเสียประตูจากการถูกทะลวงริมเส้นแล้วหักกลับเข้ามากลางให้แถว ๒ ส่องไกลบ้าง ลากเข้าไปยิงโล่งๆบ้างโดยไม่มีใครเข้ามาบัง เข้ามาปิด หรือเข้ามาประกบได้ทันเพราะมิดฟิลด์คู่กลางหายเทไปช่วยประคองริมเส้นแล้วกลับมารักษาพื้นที่ตรงกลางหน้าแผงหลังไม่ทัน แต่เกมนี้ไม่มีอาการเช่นนั้นให้เห็น นักเตะมังกรไฟแทบหาจังหวะส่องไกลหรือทะลวงเข้าไปในเขตโทษจากพื้นที่หน้าแผงหลังไม่ได้เลย เกมริมเส้นที่เคยเป็นปัญหาโดนเจาะมาตลอดนัดนี้ก็มีอดิศักดิ์ลงมาช่วยซ้อนประลองทางด้านซ้าย ด้านขวาเป็นหน้าที่ของศูนย์หน้าบ้าพลังอย่างลี ทัคที่ลงมาช่วยบดพีระพัฒน์จนเล่นไม่ออก เจนรบ พีระพัฒน์ ทริสตอง อดิศักดิ์ล้วนแต่มีดีกรีเป็นนักเตะทีมชาติทั้งนั้นแต่กลับไม่สามารถทะลวงแนวรับของโคราชได้ ไอซ์-กัมพลก็เล่นได้อย่างมั่นใจมาก เล่นได้สมราคาควรค่าให้ซิโก้จับตามองและเรียกติดทีมชาติ

ท้ายครึ่งแรกมีจังหวะดราม่าเกิดขึ้นต่อเนื่อง เริ่มจากจังหวะที่สวาทแคทเกือบได้ประตูจากการโหม่งลูกเตะมุมของชิวูต้า บีอีซีได้สวนกลับ ทริสตองพาบอลไปถึงสุดเส้นหลังแล้วหักกลับมา ประลองเสียบพลาดบอลลอดขามาโดนมือ กรรมการไม่ว่าอะไรเพราะเป็นจังหวะ ball to hand ไม่ตั้งใจแน่ๆ จากนั้นทริสตองก็โดนประลองเตะข้อเท้าล้มลงในเขตโทษแต่กรรมการก็ยังเฉยอีก ไม่ว่าอะไร นอกจากทริสตองที่โวยวายกรรมการเล็กน้อยแล้วผู้เล่นคนอื่นๆในสนามก็ไม่ได้ติดใจ เอาความอะไร ผิดกับจังหวะที่ทีมเสียจุดโทษ นักเตะเทโรโวยวาย รุมล้อมกรรมการกันเป็นการใหญ่ทั้งๆที่ภาพช้าออกมาวินิจฉัยได้ว่าเป็นการกระแทกอย่างชัดเจน สามารถให้จุดโทษได้ เล่นมา ๑๒ นัดพึ่งจะมีนัดนี้นี่แหละที่สวาทแคทได้ประโยชน์จากการใช้ดุลยพินิจของกรรมการ ทั้งๆที่อัตราต่อรองในตลาดนั้น เซียนบอลให้สวาทแคทเป็นรองบีอีซี (แต่สวาทแคทยามเล่นในบ้านนี่เซียนบอลน่าจะกล้ารองนะเพราะฟอร์มดีมาตลอด)

ครึ่งหลัง บีอีซีบุกแหลก คูมสันที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาใหม่เล่นได้วูบวาบ น่ากลัวมาก แมวโม้แทบแย่ คัมเบะปรับเกมจาก 4-4-2 มาเป็น 4-3-3 โดยให้อดิเยียร์ลงมาเล่นแทนลินเดมันด์ที่มีส่วนกับเกมน้อยมาก นัดนี้เล่นไม่ออก สอบไม่ผ่าน โอกาสส่องมีน้อย แล้วให้เมธีลงมาเล่นแทนมาสุขในช่วงท้าย พี่โดมลงมาเกมสวนกลับของสวาทแคทดูวูบวาบน่ากลัวทันที นัดนี้แสดงให้เห็นว่านอกจากพี่โดมกับชิวูต้า พี่โดมกับคิงบียอร์นจะเล่นเข้าขากัน เซ้นส์บอลถึงกันแล้ว พี่โดมยังประสานงานกับมาสุขได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จังหวะสปีดไปเอาบอล จังหวะกระชากบอลหนีกองหลังน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง เปิดบอลแม่น น้ำหนักดี เสียดายที่โอกาสเดียวที่พี่โดมมีต้องหลุดลอยไปเพราะทำบอลลั่นออกจากเท้าซะนี่ นักเตะเรื้อสนามไปนาน ไม่ค่อยได้ลง ย่อมขาดความมั่นใจเป็นธรรมดา แต่ที่เห็นได้อย่างถนัดชัดตาคือระดับของความสามารถ ศักยภาพของพี่โดม คนละชั้นกับนักเตะส่วนใหญ่ในไทยลีก เซ็นส์บอลนี่สุดยอดมากๆ เล่นบอลเป็นธรรมชาติ เล่นเพื่อทีม บอลอยู่กับพี่โดมแล้วไว้ใจได้ ไม่ค่อยเสีย เพราะรู้จังหวะบอล จ่ายได้ก็จ่าย ไปเองได้ก็ไป ไปไม่ได้ก็คืน ไม่มีฝืน ไม่ค่อยมีจังหวะพาบอลไปตายให้เห็น(เป็นประจำ)แบบลี ทัค เหตุที่พี่โดมได้รับโอกาสลงเล่นน้อยมาก น้อยจนผิดปกติ ผิดสังเกตุไม่น่าจะเกี่ยวกับแท็คติค รูปเกม หรือจังหวะของเกมที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของโค้ชคัมเบะโดยตรง น่าจะเป็นเรื่องของบอร์ดบริหารที่ต้องการกดค่าเหนื่อยในสัญญาใหม่หรือบีบให้ย้ายมากกว่า

ท้ายเกมเฉลิมพงศ์เจอใบเหลืองที่ ๒ สวาทแคทต้องเล่น ๑๐ คนอีกหนึ่งเกม บีอีซีได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของนากาโนะ(ball to hand)แต่ AK9 ซัดเหินข้ามคาน หลุดกรอบไปแบบไม่ได้ลุ้น จบเกมสวาทแคทเก็บ ๓ แต้มในบ้านได้สำเร็จ

ดราม่าหลังเกมมีเล็กน้อยจากจังหวะที่เจนรบโดดเข้าเสียบประลอง ประลองเตะบอลทิ้งได้ทันแต่ตัวคนโดดข้ามตัวเจนรบไปไม่พ้น ภาพช้าที่ปรากฏให้เห็นทางสื่อดูเหมือนประลองย่ำศีรษะของเจนรบ แต่ประลองก็ขอโทษเจนรบทันที เจนรบก็ไม่ได้ติดใจอะไรในจังหวะนี้ คนที่ติดใจกลับกลายเป็นแฟนบอลสวาทแคทเสียเอง และที่ผ่านมาประลองก็เป็นนักเตะที่เล่นบอลขาวสะอาด เล่นในเกม ไม่มีลูกตุกติกอะไร เช่นเดียวกับลูกทีมสวาทแคททุกคนในยุคโค้ชคัมเบะ ไม่มีใครเล่นตุกติก ไม่มีใครเป็นนักแสดงสายดราม่าทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะแบบที่ฉัตรชัย ศอกคมหรือใหญ่ นิลวงค์ทำ

อีกหนึ่งดราม่าคือเรื่องยอดแฟนบอลที่เข้าชมเกมในสนามกับค่าบัตรเข้าชมเกมฝั่งทีมเยือนที่ฝ่ายจัดการแข่งขันนำบัตรโซน W ไปใช้แล้วแก้ราคาจาก ๑๕๐ บาทเป็น ๒๐๐ บาท ฝูงแมวเห็นแล้วอึ้ง ตกใจ ช็อคตาตั้งกันเลยทีเดียว

๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘ นัดที่ ๑๓ สระบุรี 2 : 0 SWATCAT

สระบุรี ทีมบ๊วยของตาราง ที่ไม่เคยชนะใครในลีกและกำลังระส่ำหนักหลัง Gulf ถอนสปอนเซอร์ได้ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก มาเป็นโค้ชคนใหม่ ปะทะแมวโม้ น้องใหม่ไทยลีกที่ควงแขนกันขึ้นมาจากลีก ๑ พร้อมๆกัน แมวโม้กำลังคึกหลังเปิดบ้านชนะบีอีซี มังกรพ่นไฟไม่ออกเพราะเจอฝน นัดนี้แมวโม้เองก็หมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างมากว่าจะสามารถปลดล็อค ๓ แต้มนอกบ้านได้สำเร็จ ล้างอาถรรพ์ที่ไม่เคยชนะสระบุรีได้เลยสักครั้ง สระบุรีป่วนหนักขนาดนี้ ไม่ชนะก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ใครๆต่างก็เชื่อกันเช่นนั้น แต่เซียนบอลก็ไม่ได้ไว้ใจแมวโม้อะไรมากนัก อัตราต่อรองก่อนเกมจึงให้แมวโม้เป็นต่อนิดๆ

ก่อนเกมนัดนี้จะเริ่มต้นขึ้น ในรังแมวมีการถกเถียงกันเล็กน้อยเรื่องอนาคตของอดิเยียร์ว่าจะยังไงกันแน่ ขาย/ไม่ขาย ควรต่อสัญญา/ปล่อยให้หมดสัญญา ซึ่งกระแสเรียกร้องของแฟนบอลแทบจะเห็นตรงกันทุกคนว่าแมวโม้มีของดี ระดับโลก แต่ไม่รู้จักใช้ ไม่รู้แมร่งเป็น -่าอะไร นั่งข้างสนามจนตูดด้านหมดแล้ว แต่ที่ยังถกเถียงกันอยู่ไม่ลงตัวสักทีคือ ถ้าให้พี่โดมลงแล้วจะถอดใครออก ลีทัคหรือคิงบียอร์น แต่ด้วยกระแสความแรงของแฟนคลับลีทัคที่มีมากกว่า บอลบู๊แบบนี้พี่ชอบ(หลานย่าโม) คิงบียอร์นที่พังประตูต่อเนื่องแต่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเกมมากนัก หนักไปทางเดินเล่นรอส่องไกลจึงเสียเปรียบอยู่หลายช่วงตัว ผลคือแฟนคลับลีทัคได้เห็นลีทัคยืนหน้าคู่พี่โดมสมใจ

รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม

สระบุรี เอฟซี : พิศาล ดอกไม้แก้ว (GK), ทินกร อสุรินทร์, ยุทธพงษ์ ศรีละคร, ได มิน จู , ทัศนา แช่มสะอาด , ศิริวัฒน์ โชติเวชารักษ์ – พานุวัฒ ยิ้มสง่า, วศิน ทองสง, ปฐมชัย เสือสกุล – ดิยุฟ บิรัม, อองรี เบอร์นาร์ด

นครราชสีมา เอฟซี : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล(GK), อดิศักดิ์ หาญเทศ , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว , ซาโตชิ นากาโนะ, ประลอง สาวันดี, ไกรเกียรติ เบียดตะคุ, ปริญญา อู่ตะเภา, โนอาห์ ชิวูต้า, ศราวุฒิ มาสุข , โดมินิค อดิเยียห์ , ลีทัค

 ที่มา goal.com

เกมนัดนี้ ๒ ทีมน้องใหม่ไทยลีกเปิดแลกกันอย่างสุดมัน แต่เป็นทางสระบุรีที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่บิรัมกับเฉลิมพงษ์วิ่งเบียดกัน ต่างฝ่ายต่างเหนี่ยวกันทั้งคู่ แต่กรรมการกลับเป่าให้สระบุรีได้ลูกจุดโทษ เบอร์นาดซัดไม่เหลือ

จากนั้นแมวพิฆาตก็บุกหนักแทบพับสนามเล่น เกมเร็วโคราชวูบวาบน่ากลัวมาก จังหวะชิ่ง ๑-๒ ระหว่างอดิโด้-ชิวูต้า-มาสุขเล่นงานสระบุรีจนน่วม โอนไปเอนมา แบ็คขวาสระบุรีต้านทานไม่ไหว แต่ด้วยเหตุที่พี่โดมนั่งข้างสนามจนตูดด้าน สนิมเกาะเกรอะกรังจึงไม่สามารถพาบอลไปสู่ก้นตาข่ายของสระบุรีได้เลยแม้แต่ลูกเดียว มาสุข-อดิโด้ได้บอลเจอ ๒ ด่านขวางทางไว้ตลอด หนึ่งเข้าอีกหนึ่งคอยซ้อน แบ็คซ้ายสระบุรีเล่นได้เหนียวแน่นมากในนัดนี้ เกมรุกฝั่งขวาของโคราชเดี้ยงไปเลย ตื้อ ตันไปไม่รอด ลีทัคก็เหมือนเดิมพาบอลไปตายตลอด พอพี่โดมลงมาจังหวะการจ่ายบอลของแมวพิฆาตไหลลื่นและรวดเร็วมากจนไกรเกียรติตามเกมไม่ทัน แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมรุกของสวาทแคท เมื่อแมวพิฆาตขึ้นบอลได้ฝั่งเดียวคือฝั่งซ้าย ปริญญาก็พลอยหายไปจากเกมด้วยอีกคน อดิศักดิ์ที่ลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ฝั่งซ้ายก็ไม่สามารถช่วยทีมได้มากนักเพราะถนัดเล่นเกมรับมากกว่า การขึ้นเกม ทำเกมจึงเป็นหน้าที่ของชิวูต้าที่ขยับออกไปเล่นริมเส้นด้านซ้ายให้เห็นบ่อยมาก มาสุขที่ถนัดเกมริมเส้นก็ต้องหุบเข้าไปเล่นตรงกลางแทน เมื่อไม่มีคิงบียอร์นลงมาเล่น จังหวะส่องไกล ๓๐ – ๓๕ หลาแบบเสียวๆ สวยๆก็หายไป การเปิดเกมเข้าทำมีแต่ความเร็วอย่างเดียว เล่นแบบไร้จังหวะ ไม่มีใครคอยกำกับบทว่าเมื่อไหร่ควรเร่ง เมื่อไหร่ควรผ่อนเกม จังหวะทะลุทะลวงตรงกลางสไตล์บอลเยอรมันก็ไม่มีให้เห็น ซ้ำร้ายเกมรับโคราชไม่ชอบนักเตะแนวรุกสไตล์อัฟริกันอีกต่างหาก บิรัมได้บอลทีแฟนบอลเสียววาบ ลุ้นหนักกลัวเสียประตูแทบใจจะขาด

ครึ่งหลังสระบุรีปรับเกมด้วยการโยกบิรัมไปขึ้นเกมทางซ้าย คอยขู่ คอยกดดันไม่ให้ปริญญาเติมเกมรุกได้มากนัก ฝั่งซ้ายที่แมวโม้ใช้เล่นงานสระบุรีมาตลอดในครึ่งแรกก็เจอหมากเด็ด ซ้อน ๒ ของแผงหลังสระบุรีเข้าไป แมวโม้เลยโม้ไม่ออก ไม่รู้จะรุกยังไง ซ้ำร้ายโดนลูกทีเด็ดสวนกลับของสระบุรีกลายเป็น 2-0 เข้าให้อีก โค้ชคัมเบะจึงต้องแก้เกมด้วยการส่งเมธีลงมาแพ็คเกมแดนกลางให้แน่น แล้วดันนากาโนะขึ้นไปเป็นศูนย์หน้า โยกอดิศักดิ์ไปเป็นแบ็คขวาแทนปริญญาที่บาดเจ็บต้องเปลี่ยนออก แล้วต่อด้วยการส่งสถาพรลงมาแทนลีทัคที่มักพาบอลไปตายบริเวณริมเส้นด้านขวาบ่อยๆ ประลองรับหน้าที่สาดบอลจากริมเส้นด้านซ้ายเข้ากลางให้นากาโนะโหม่ง ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีของโค้ชคัมเบะ แม้จะโดนแฟนบอลด่าเละว่าบอลตามทำไมไม่เปลี่ยนกองหน้าลงมา ไหงกลายเป็นกองหลังซะงั้น พิจารณาจากแท็คติคที่โค้ชคัมเบะใช้ เห็นกับตาตัวเองจากการถ่ายทอดสดของทรูแล้วเข้าใจได้ครับว่าคัมเบะกำลังคิดอะไรอยู่

น่าเสียดายครับนัดนี้ไม่มีลินเดมัน ต่าย-จันทพันธ์ก็ไม่มีในรายชื่อตัวสำรอง กร-ณธฤทธิ์อีกคน นัดเจอมังกรไฟ อดิศักดิ์-ประลองจัดการทริสตอง โดจนอยู่หมัด ก็อยากให้โอกาสอดิศักดิ์ต่อเนื่อง เข้าใจได้ครับ แต่ลินเดมันเจ็บ ไม่ใส่ชื่อต่าย-จันทพันธ์สำรองไว้นี่เนื่องจากอะไรก็ไม่รู้ กร-ณธฤทธิ์ก็ไม่มีชื่อเป็นสำรองเช่นกัน หรือน้องเค้าเจ็บซ้ำอีกแล้วงั้นหรือ

๑๑ ตัวแรกจัดตัวตามใจ(เอาใจ)แฟนบอลแบบนี้ ไม่น่าใช่วิธีคิด วิธีทำงาน สไตล์การทำงานของคนจบโค้ชนะครับ มันทำให้ความเคลือบแคลงสงสัยที่เคยมีมาในช่วงแรกๆกลับมาอีกครั้งว่าใครจัดทีม ๑๑ ตัวจริงกันแน่ โค้ชคัมเบะจัดเองหรือคนอื่นเป็นคนจัด ถ้าเช่นนั้นแล้วใครเป็นคนวางแท็คติค ใครเป็นคนแก้เกม ใครเป็นคนเปลี่ยนตัว ???

ถ้าทั้งหมดนั่นเป็นผลจากการกลั่นกรอง ออกมาจากมันสมองของคัมเบะก็น่าเห็นใจโค้ชคัมเบะนะ ไม่รู้จะจัดทีมยังไงให้มันลงตัว ลีทัควิ่งดีไม่มีหมด เป็นประโยชน์กับทีมมากๆโดยเฉพาะเกมรับ แต่กับเกมรุกแล้วบอลตายที่รถบรรทุก(truck)คันนี้เสมอ ชิวูต้า-มาสุข-อดิเยียร์เล่นบอลเข้าขากันมาก ลงพร้อมกันที่ชิ่ง ๑-๒ ฉับๆๆๆ เลย จังหวะบอลเร็วมาก แต่มันทำให้ไกรเกียรติ-ลีทัคหายไปจากเกมเพราะตามเกมไม่ทัน เมื่อไม่มีลินเดมันด์ก็ไม่มีใครคอยคุมจังหวะบอล ไม่มีจังหวะทะลุทะลวงจากแถวสอง(ตรงกลางสนาม) ไม่มีจังหวะส่องไกลคมๆให้เห็นอีก อดิเยียร์ยังต้องการเกมเคาะสนิม เรียกความมั่นใจอีกหลายเกมอยู่นะกว่าจะโชว์ฝีเท้าได้เต็มศักยภาพ น่าหนักใจแทนโค้ชจริงๆครับ แต่ถ้าไม่ใช่โค้ชวางเกม เขาไม่ได้หนักใจอะไรหรอก แฟนบอลว่าไงเค้าก็ว่าตามนั้นแหละ เปิดโหวตตั้งแต่วันนี้ ปิดโหวตก่อนเกม ๒ ชั่วโมงครับ คุณต้องการเห็นใครเป็น ๑๑ ตัวจริง

ทิ้งท้ายเรื่องความผิดพลาดของกรรมการในจังหวะที่เสียประตู ผมไม่ติดใจครับ นัดนี้ไม่ได้ผิดพลาดอะไรมากมาย ผิดกับนัดที่เล่นกับมังกือของเด็กอมมือจอมเกเร ไม่ว่าจะปีที่แล้วหรือปีนี้ มันชัดเจนมากเลยว่ากรรมการเป่าตัดสินเกมแบบแปลกๆเหมือนมีใบสั่ง นัดนี้มีพลาดจังๆก็จังหวะนั้นครั้งเดียว โดยรวมถือว่ารับได้ ต้องโทษตัวเองครับ โอกาสเป็นร้อยยิงไม่เข้าเอง สระบุรีเล่นคาเตนักชิโอจนหมดโอกาสลุ้นทำประตูก็ว่าไปอย่าง

ดราม่าก่อนเกมนัดที่ ๑๔ แมวโม้เปิดบ้านรับบุรีรัมย์ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ตลอดซื้อขายนักเตะรอบ ๒ เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่กว่านักเตะจะลงสนามให้กับสังกัดใหม่ได้ก็ต้องรอเลก ๒ เริ่มต้นก่อน รังแมวก็ยังคงวุ่นไม่เลิก มีข่าวลือเรื่องนักการเมืองใหญ่ที่เป็นเจ้าของทีมจริงจะขายทีมให้ลูกน้องในราคา ๒๐ ล้านบาท แมวพันธุ์แท้พากันแตกตื่นเช็คข่าวว่าจริงหรือไม่ ๒๐ ล้านบาทนี่ถูกหยั่งกะขี้ ขายอดิเดียร์ให้ทีมในยุโรปสัก ๑ ล้านยูโรก็ได้กำไรเข้ากระเป๋าทันตาเลย ๑๐ ล้านบาท ตามข่าวก็ระบุว่าคนที่จะมาซื้อสโมสรต่อก็ไม่ใช่ใครที่ไหนลูกน้อง คนสนิท มือขวาของนักการเมืองใหญ่ที่แฟนบอลยี้กันเป็นอย่างมากนั่นเอง ปัญหาเรื่องขายตั๋ว จราจรจราจล ซื้อขายนักเตะมั่วๆจนทีมเกือบโดนฟีฟ่าเล่นงานปรับเงินอ่วมพร้อมตัดแต้มและปรับตกชั้นก็ว่ากันว่าเป็นฝีมือของคนๆเดียวกันนี้แหละ หนีเสือปะจระเข้แท้ๆเจ้าแมวเหมียว งานนี้แอดมินเพจหลักไม่ปล่อยให้เนิ่นนานเหมือนอย่างเคย รีบออกมาปฏิเสธข่าวลือนี้อย่างรวดเร็วด้วยสำนวนการตอบแบบเยาะเย้ยถากถางแฟนบอลที่สงสัย สอบถามในเรื่องนี้แบบสุดๆ แอดมินบุรีรัมย์ซวยเพราะตอบกระทู้ผ่านเฟสแบบเหี้ยๆมาแล้วมันยังไม่สำเหนียก เลียนเยี่ยงเขาบ้าง ดีว่าประเด็นที่ว่านี้เป็นเรื่องภายในสโมสร ไม่เกี่ยวข้องกับทีมชาติ ไม่งั้นมันคงโดนคนทั้งประเทศถล่มเละไปแล้ว

ดราม่าที่ตามมาก็เหมือนเคย ใครทำตัวเป็นศัตรูกับกลุ่มเพื่อนสุวัจน์ต้องถูกแบนออกจากกลุ่ม แฟนคลับ(ทางการ) ซึ่งว่ากันว่าแม้แต่คนก่อตั้งกลุ่มที่เป็นแฟนบอลยุคดั้งเดิมก็โดนมาแล้ว เฟสบุ๊คของแฟนบอลสวาทแคทจึงมีสารพัดกลุ่ม ต่างคนต่างเชียร์ ไม่เป็นเอกภาพ ทะเลาะเบาะแว้งกันเองภายใน สารพัดข่าวลือเกิดขึ้นมากมาย ประสิทธิภาพในการสยบข่าวลือก็ต่ำมากเพราะเอะอะอะไรก็บล็อคกันแหลก พอบล็อคเขาออกไป สโมสรออกมาชี้แจงอะไรเขาก็ไม่รู้เรื่อง ตกข่าวที่เป็นทางการไป ต้องคอยเงี่ยหูฟังจากสารพัดข่าวลือที่หลุดออกมาจากวงในแทน แล้วก็เอามากระจายต่อ ข่าวลือสารพัดเลยว่อนเต็มเฟส แล้วเพจทางการก็ออกมาด่าแหลก ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่ไปบล็อคเขาออกจากกลุ่ม แล้วมันจะเหลือช่องทางไหนให้เขาเช็คข่าว ตรวจสอบความจริงล่ะ ว่ากันว่าแอดมินคนปัจจุบันนั้นเป็นพนักงานขายเสื้อทีมอยู่ในห้างระดับชาติที่มาเปิดสาขาที่โคราช  เท็จจริงหรือไม่ประการใดไม่ยืนยันนะครับ บังเอิญว่าเป็นข้อมูลที่รับฟังมาด้านเดียว ไม่ได้ไปเช็คข่าวกับเจ้าตัวว่าใช่หรือไม่

ต้องบอกว่าเป็นกรรมของคนโคราชครับ แฟนบอลดั้งเดิมท่านว่าท่านเองก็เสียใจ เขาไปเชิญท่านมากอบกู้วิกฤติทีม เขาก็ไม่รู้ว่าจะลงเอยแบบนี้ ตัวเองไม่สนใจลงมาดู มาแล ลูกน้องก็คิดแต่ผลประโยชน์ ไม่มีความรู้ ไม่เคยสนใจเรื่องฟุตบอลมาก่อน มันเลยเละตุ้มเป๊ะไปหมด เวรกรรมมาตกอยู่กับแฟนบอล เรื่องเหี้ยๆเต็มไปหมด สารพัดปัญหารุมเร้าตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นฤดูกาล ต่อแถวรอคิวซื้อตั๋วยาวเหยียด เปิดประตูให้เข้าออกบานเดียว รถติดเป็นตังเม ฯลฯ เพราะเขาคิดแบบนักการเมือง คิดว่มตัวเองเป็นเจ้านาย จะทำอะไรยังไงก็ได้ แฟนบอลคือขี้ข้าทั้งๆที่เสียเงินเข้าไปนั่งชมเกม ไม่ได้รอท่านเอาเงินมาแจกแบบโลกการเมืองสักหน่อย ย้ำอีกครั้งนะครับว่าเขาว่ากันมาแบบนี้ ผมฟังจากปากเขามาอีกต่อหนึ่ง ไม่ใช่คนใน ไม่สามารถเช็คข้อมูล ข้อเท็จจริงได้ แต่คนโคราชทำงานสื่อหลักเยอะ เข้าถึงวงในได้สบาย เรื่องเช็คข่าว เช็คข้อมูลทำได้สบายๆอยู่แล้ว เผลอๆจะรู้ดีอยู่แก่ใจกันอยู่แล้วด้วยซ้ำไป ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆไหมล่ะครับแฟนบอลโคราช เจ้าของทีมก็ไม่เหลียวแล ผู้บริหารก็แย่เอาใครก็ไม่รู้มานั่งทำทีม ท่าทางจะไม่เคยดูบอลมาก่อนเลยด้วยซ้ำไปในชีวิตนี้ แอดมินเพจหลักก็แย่ ซ้ำเติมปัญหาแฟนบอลแตกแยกให้เลวร้ายหนัก ยิ่งแก้กระแสข่าวลือยิ่งสะพัดเพราะแก้ไม่ถูกจุด

swatcat-drama-20billion

หามืออาชีพมาทำเถอะครับ เพจแฟนบอลมากมายก็ไปคุยกับแอดมินเขาดู ซื้อได้ก็ซื้อ แล้วก็ยุบทิ้งให้หมด เหลือเพจหลักของสโมสรกับเพจหลักของแฟนบอล ๒ เพจพอ เพจหลักสโมสรเอาไว้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารทางการของทีม เพจหลักแฟนบอลเอาไว้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความคิดเห็นระหว่างกัน เลิกเถอะพฤติกรรมเหี้ยๆ ไล่บล็อคคนเห็นต่างน่ะ มันจะยิ่งไปกันใหญ่ ยิ่งคุณไล่บล็อคแฟนบอลมากเท่าไหร่ กระแสเกลียดชังคุณ เกลียดชังเพื่อนสุวัจน์ก็จะยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น รวมใจคนโคราช แฟนบอลสวาทแคทเป็นหนึ่งเดียวดีกว่า ถ้ากระแสมันลามจนกลายเป็นแอนตี้ช็อปสโมสรในห้างใหญ่เพราะแฟนบอลเกลียดแอดมินนายจ้างคุณก็จะเสียหายอีก สุดท้ายก็จะกลายเป็นคุณนั่นแหละที่พังเพราะเรื่องส่วนตัว อาชีพเสริมของคุณทำลายอาชีพหลัก สำหรับผมตอนนี้ ณ เวลานี้ กับพฤติกรรมเช่นนี้ ผมไม่เอาเพื่อนสุวัจน์และไม่ซื้อสินค้าสโมสรในห้างดังครับ

คิดกันง่ายๆ… สมมติว่าเกรียนบอลสวาทแคทมีสัก ๑ พันคน พวกนี้นี่รักทีมเข้าไส้เลย อย่างน้อยๆเขาต้องมีเสื้อทีมเหย้า ๑ ตัวกับผ้าพันคอ ๑ ผืนไว้ไปชมเกมในสนาม ชูผ้าพันคอร้องเพลงก่อนแข่งและหลังแข่ง เสื้อทีมเหย้า ๑ ตัว ๖๕๐ บาทบวกด้วยผ้าพันคอหนึ่งผืน ๓๙๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑,๐๔๐ บาทต่อเกรียนบอล ๑ คน เกรียนบอล ๑ พันคนก็ ๑,๐๔๐,๐๐๐ บาท นี่คือตัวเลขที่เกิดขึ้นแน่นอน ระหว่างช็อปสโมสรกับช็อปห้าง ช็อปไหนจะได้เงินก้อนนี้ไปมากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง สมมติเป็นครึ่งๆแล้วกัน ได้ไปฝั่งละ ๕ แสนบาท

ปรากฏว่าเกรียนบอลโพสต์ข้อความที่ทำให้แอดมินไม่พอใจ เกรียนบอลเจอแอดมินบล็อค รายได้ ๕ แสนบาทนี้ก็จะไหลออกจากฝั่งช็อปห้างไปอยู่ที่ช็อปสโมสรแทน กระเป๋าใครก็กระเป๋าใครนะ ไม่เกี่ยวกัน งานอดิเรกของแอดมินส่งผลให้ยอดขายโดยตรงของช็อปหายไปทันที โดยถาวร ตราบใดที่แอดมินยังทำงานอยู่ที่ช็อปนั้น ฝันไปเหอะว่าเกรียนบอลคนนั้นๆจะยอมควักเงินออกจากกระเป๋าไปซื้อของที่ช็อปห้าง รอไปซื้อที่ช็อปสโมสรแทนดีกว่า งานนี้นายจ้างของแอดมินรับเคราะห์ไปเต็มๆ ซวยเพราะงานอดิเรกของลูกน้องแท้ๆ

เกรียนบอลแต่ละคนมันก็ไม่ได้มีแต่ตัวมันคนเดียว มันมีเพื่อนมีฝูง มีญาติพี่น้องมันอีก มันไม่ได้ไปดูบอลในสนามคนเดียวแน่ๆ มันโดนแอดมินเพจบล็อค มันก็ต้องไปโวยวาย เล่าให้เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องมันฟังอีก แทนที่ยอดขายจะหายไปแค่ ๑ พันบาทต่อเกรียนบอล ๑ คนที่ถูกแอดมินบล็อค ยอดขายมันจะหายไปมากกว่านั้นจาก viral marketing เชิงลบที่เกิดขึ้น สมมติว่าเป็นเด็กราชสีมาแล้วกัน ห้องนึงมี ๕๐ คนก็ปากต่อปากไปอีก ๕๐ ปาก เพื่อนมันก็ไม่ได้มีแค่ในห้องมันห้องเดียวมันยังมีเพื่อนต่างห้องอีก ข่าวก็แพร่ออกไปอีก ยอดขายแทนที่จะอยู่กับช็อปห้างก็หายไปเข้าช็อปสโมสรเพิ่มอีกไม่รู้กี่พันบาทต่อ ๑ การบล็อคของแอดมินมือสมัครเล่นที่ดูแลเพจเป็นงานอดิเรก ความซวยมาเยือนเจ้าของช็อป(ห้าง/ผู้รับสิทธิ์ผลิตสินค้า)แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวอะไรเลย เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ มึง ๒ คนทะเลาะกันเสือกทำกูเดือดร้อนซะงั้น แทนที่ช็อปจะได้ตังค์ก็อดได้เพราะงานอดิเรกของลูกน้องโดยแท้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s