ปะ ติด ลูบบนเกมแห่งอำนาจและผลประโยชน์


ปะ ติด ลูบบนเกมแห่งอำนาจและผลประโยชน์

วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบีบให้รัฐบาลของชาติต่างๆแก้ไขปัญหาโดย (๑) ทำงบประมาณแบบขาดดุล ใช้การลงทุนภาครัฐเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตขยายตัวได้อีกครั้ง และ  (๒) ปฏิรูประบบเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตขยายตัวได้อย่างยั่งยืน มีเสถียรภาพ “Plc. : Politician and public company “ นัก(ธุรกิจ)การเมืองผู้ฉ้อฉลและทุนสามานย์ที่เต็มไปด้วยความโลภ ในฐานะจำเลยของสังคมจึงตกเป็นเป้าหมายที่ต้องรับผิดชอบต่อหายนะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น กำไรส่วนเกินที่ขูดรีดได้จากสังคมทั้งจากการค้ากำไรเกินควร มุ่งแสวงกำไรสูงสุด การผูกขาดทางการค้า การฮั้วประมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การแทรกแซงนโยบายรัฐเพื่อให้ตนเองมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่มีค่าใช้จ่ายลดลงจากสารพัดมาตรการลดภาษี เป็นต้น เป็นที่มาของลาภอันมิควรได้ที่สังคมคาดหวังให้รัดกบาลดำเนินการ ยึดทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบนี้คืนกลับมาเป็นของสังคมด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทำลายกลไกการผูกขาดสินค้า อำนาจเหนือตลาด ยึดคืนกิจการที่ถูกแปรรูปเป็นเอกชนกลับคืนมาเป็นของรัฐ การเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ยกเลิกสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ Plc. ได้รับเนื่องจากการทุจริตเชิงนโยบายผ่านกลไกเครือข่ายสายสัมพันธ์ต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น Plc.’s Counter Attack จึงเกิดขึ้นในหลายๆรูปแบบ เช่น

  • ๑ – ๑๖ ตุลาคม ค.ศ. ๒๐๑๓ เกิดเหตุการณ์ Government shutdown เพราะรัฐบาลโอบามาไม่ยอมให้สภาปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการประกันสังคม(social security)และการรักษาพยาบาล(medicare)ลงตามที่พรรคริพับลิกัน “ร่างทรงของธุรกิจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ” เรียกร้อง เมื่อร่างงบประมาณไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา รัฐบาลโอบามาจึงใช้ต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาส นำ Government shutdown มาใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง บีบให้พรรคริพับลิกันต้องยอมผ่านร่างงบประมาณ
  • ค.ศ. ๒๐๑๔ รัฐบาลโอบามาออกกฎหมายหลายฉบับเล่นงาน ที่ชอบเลี่ยงภาษีด้วยการซุกซ่อนผลกำไรไว้ในต่างประเทศ

โลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่ได้มีแต่เพียงความสดใสสวยงาม อาทิตย์อัสดงแลดูงดงามตามมาด้วยความมืดมิดแห่งรัตติกาล สารพัดนักล่าออกหากิน ถนนสายต่างๆไม่มีกลีบกุหลาบโรยประดับ เต็มไปด้วยหลุมขรุขระ ทางคดเคี้ยวและสูงชัน หุบเหวแห่งความตายดักรออยู่ ณ ขอบริมทาง

วิกฤติต้มยำกุ้งทำให้รัดกบาลจิ๋วหวานเจี๊ยบตกเก้าอี้ จากนั้นก็มีรัดกบาลใหม่ก้าวเข้ามาแทนที่ อำนาจทางการเมืองเปลี่ยนขั้ว แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักการเมือง ข้าราชการ และ Plc. สายกลางที่ยังคงมีส่วนร่วมแบ่งปันอำนาจกับรัดกบาลใหม่ต่อไป อำนาจที่แท้ก็แค่สมบัติที่ Plc.-นักการเมืองเขาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาชื่นชม แต่ตกอยู่ภายใต้การผูกขาดของ Plc.-Public company บรรษัทธุรกิจข้ามชาติต่างและเทคโนแครตที่ยังคงตักตวง แสวงผลประโยชน์จากการแทรกแซงนโยบายรัฐได้อย่างต่อเนื่อง ทุกยุค ทุกสมัย ผ่านเครือข่ายสามสัมพันธ์ ช่องทางเฉพาะที่ตนเองมีอยู่

วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ทำให้ริพับลิกันสูญเสียอำนาจให้กับพรรคเดโมแครต แต่พรรคเดโมแครตก็ไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐได้ เก้าอี้ในสภาจึงค่อยๆร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ชัยชนะรอพรรคริพับลิกันอยู่ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้า เว้นแต่ว่ารัฐบาลเดโมแครตภายใต้การนำของโอบามาจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของสหรัฐให้กลับมาเติบโตขยายตัวเป็นปกติได้ภายใน ๒ ปี !!!

รัฐบาลโอบามาจึงต้องใช้ shale oil เป็นอาวุธโจมตีราคาน้ำมันดิบให้ลดต่ำลงมาเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แล้วใช้น้ำมันของซาอุดิอาระเบียโจมตีแหล่งรายได้ร้อยละ ๖๐ ของรัสเซียให้เสียหาย โดยมีสหภาพยุโรปช่วยทำหน้าที่ปิดล้อม คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ตามมาด้วยการโจมตีค่าเงิน RUB โดย hedge funds และข่มขู่โลกให้แตกตื่นด้วยสื่อตะวันตก หากโอบามาสามารถดับซ่ารัสเซียได้สำเร็จ ปูตินยอมถอนทหารออกจากไครเมียของยูเครน ศักดิ์ศรี ความยิ่งใหญ่ของอเมริกาในเวทีโลกที่พรรคริพับลิกันถนัดก็จะคืนกลับมาด้วยฝีมือของพรรคเดโมแครต

ซาตานกับวีรบุรุษ

รัฐบาลโอบามาใช้อาวุธทุกชนิดที่ตนมีอยู่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ กอบกู้ศักดิ์ศรีของสหรัฐอเมริกาในเวทีโลกให้ฟื้นคืนกลับมา หากรัฐบาลโอบามาทำสำเร็จ เลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้าพรรคเดโมแครตที่ส่อเค้าว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่พรรคริพับลิกันก็อาจพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะได้ เกมชิงเมืองที่มีโอบามาและปูตินเล่นเป็นตัวเอก OPEC สหภาพยุโรป ISIS เป็นนักแสดงสมทบ มีภาพการชุมนุมประท้วง เผาทำลายทรัพย์สินต่างๆ และการไล่ล่าล้างแค้นตำรวจผิวขาวที่เข่นฆ่าสังหารคนผิวสีแล้วแต่กลับยังคงลอยนวลอยู่ได้ในสังคมโดยไม่ถูกกฎหมายลงโทษเป็นฉากหลัง มีภาพการชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่และโค่นล้มปูตินให้พ้นไปจากอำนาจอยู่ในจินตนาการ ความฝันของมหาอำนาจตะวันตก ที่ยูเครนจดจ่อรอคอยให้เกิดขึ้นยิ่งเร็วยิ่งดี ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่กำลังไล่เรียงเกิดขึ้นนี้ล้วนเกิดขึ้นกับสังคมไทยมาก่อนแล้วทั้งสิ้น ผิดแต่ว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับมหาอำนาจตะวันตกนี้อำนวยการสร้าง เขียนบท และกำกับโดยนักแสดง คนเขียนบท และผู้กำกับชั้นนำ จากค่ายหนังระดับโลกที่คนดูชมแล้วรู้สึกว่ามันแนบเนียน สมจริง ยิ่งใหญ่ และตื่นเต้นเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง หนังไทยที่มีรัดกบาล ทุนสามานย์ สุนัขรับใช้นายทุน และนกสองหัวกำลังแสดงให้คนไทยดูจึงเป็นได้แค่ปาหี่ มวยล้มต้มคนดู ที่อำนวยการสร้าง เขียนบท กำกับ และนำแสดงโดยมือสมัครเล่น เด็กอมมือเล่นหัวหยอกเอินกันประสาเด็กเท่านั้นเอง

รัดกบาลมีอำนาจล้นฟ้า แต่กลับตกเป็นเบี้ยล่างให้นายทุนที่หนีตายหัวซุกหัวซุนส่งเสียงขู่คำราม ข่มขู่คุกคามจนขี้หดตดหาย ดักตีกบาลปลดทรัพย์จนหัวปูด หน้าเบ้ได้เป็นระยะ ไม่เพียงแต่ยอมยกสมบัติชาติให้นายทุนตบทรัพย์ไปเท่านั้น ยังทำท่าว่าจะยินยอมให้พวกล้มเจ้าสถาปนาระบอบเปรสซิเดียมแบบไทยๆขึ้นมาอีกต่างหาก เจ็บแล้วไม่รู้จักจำแท้ๆ ขนาดนายกฯมาจากสภาฯแท้ๆยังสถาปนาระบอบเผด็จการรัฐสภา อ้างชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเป็นความชอบธรรมในการทำประชานิยมชาติล่มจมได้เลย นับประสาอะไรกับนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง สามก๊กชัดๆ … สุมาอี้ไล่ต้อนขงเบ้งจนหมดทางสู้แต่กลับไม่กล้าก้าวขาข้ามประตูเมืองเพียงเพราะว่าเห็นขงเบ้งนั่งเอ้อระเหยลอยชาย ดีดพิณขู่อยู่บนกำแพงเมือง ขนาดขงเบ้งตายไปแล้วแท้ๆก็ยังสามารถหลอกคนเป็นให้ขวัญกระเจิงได้เลย

ปัญหาทางเศรษฐกิจที่หยุดนิ่งชะงักงัน และความปั่นป่วนทางสังคมการเมืองที่รัดกบาลกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นมาจาก

(๑) ความโลภของ plc. ที่มุ่งแสวงกำไรสูงสุด ส่งผลให้ราคาพลังงานถีบตัวพุ่งทะยานจนอยู่ในระดับที่สูงเกินไป เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัวเพราะรายได้เติบโตต่ำกว่าครองชีพจึงเกิดภาวะ oil shock ขึ้น เมื่อ Plc.-นักธุรกิจการเมืองสร้างฟองสบู่ราคาสินค้าเกษตรขึ้นมาสู้เพื่อหวังผลทางการเมืองสังคมจึงเกิดความขัดแย้งกัน ประชาชนแตกแยกเป็นหลายก๊ก หลายเหล่า และเมื่อรัดกบาลชุดใหม่ยุติการเป่าลม ฟองสบู่สินค้าเกษตรก็แตก รายได้เกษตรกรหดตัวอย่างรุนแรงขณะที่ตลาดโลกก็ประสบปัญหา การส่งออกหดตัวทำให้เครื่องจักรทุกตัวมีปัญหาพึ่งพาการส่งออกก็ไม่ได้ เหลือเพียงความหวังเดียวที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายคือการลงทุนภาครัฐ ถ้าได้ผลเศรษฐกิจก็อาจเติบโตขยายตัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่ได้ผลเท่าที่ควร ภาครัฐต้องก่อหนี้อย่างต่อเนื่องยาวนานก็มีหุบเหวแห่งหายนะรออยู่เบื้องหน้า

(๒) เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้หาบเร่แผงลอย วิชาชีพอิสระ “คนทำมาหาเช้ากินค่ำ” มีรายได้ทรงๆทรุดๆ สวนทางกับมนุษย์เงินเดือนและ plc. ที่ยังมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง เมื่อรัดกบาลประกาศจัดระเบียบ “regulate mass 70” และเลิกอุ้ม เลิกแทรกแซงตลาดสินค้าเกษตร รายได้ของหาบเร่แผงลอยและเกษตรกรจึงหดตัวทันที อย่างรุนแรง ซ้ำเติมภาวะรวยกระจุกจนกระจายให้หนักหนาสาหัสมากยิ่งขึ้น

รัดกบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจตามเสียง Plc. เทคโนแครต “พราย” กระซิบให้ทำตามตำรา คือ ขาดดุลงบประมาณด้วยการเพิ่มการลงทุนภาครัฐและลดภาษี ดูแลภาวะเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม สร้างฟองสบู่ “เงินเฟ้อ” อ่อนๆขึ้น ดูแลค่าเงินบาทให้แข่งขันกับประเทศอื่นๆได้เพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการส่งออก เหล่าพรายกระซิบนั้นเชื่อ(อ้าง)ว่าการลงทุนภาครัฐซึ่งอยู่ที่ราวๆร้อยละ ๑๔ ของจีดีพีนั้นจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี ๒๕๕๘ ให้กลับมาเติบโตขยายตัวได้ตามศักยภาพของประเทศคือร้อยละ ๔ – ๕

หากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวลงไปถึงมือประชาชน การใช้จ่าย การบริโภคที่นิ่งๆทรงๆก็จะเติบโตขยายตัวได้เพราะประชาชนจะนำเงินทั้งจำนวนไปซื้ออยู่ ซื้อกิน เมื่อกำลังซื้อกลับมา ภาคเอกชนก็ต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการซื้อหาสินค้าของประชาชนที่เพิ่มขึ้น หากตลาดเติบโตขยายตัวต่อเนื่อง ภาคเอกชนก็จะต้องขยายการลงทุนเพื่อรองรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น

แต่หากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวเข้าไปอยู่ในกระเป๋าชนชั้นกลาง หรือ Plc. “ผู้มีอันจะกิน” รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ซื้อหาสินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าแบรนด์เนม อาหารร้านดัง สินค้านำเข้า อีกส่วนหนึ่งจะถูกเก็บออมไว้ในรูปเงินฝากหรือซื้อหาสินทรัพย์มีค่า และอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เก็งกำไรในตลาดหลักทรัพย์

เมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่อย่างรถไฟฟ้ารางคู่ซึ่งช่วยให้ต้นทุนการขนส่งลดลง หรือรถไฟความเร็วสูงที่คาดกันว่าหนีไม่พ้นขาดทุนอย่างแน่นอนนั้น ต้องไม่ลืมว่าหัวรถจักร ระบบ/เทคโนโลยีที่ใช้ในการเดินรถนั้นต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ผู้ที่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงคือประเทศที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีดังกล่าว

ผู้ได้รับประโยชน์จากเงินลงทุน ๓ ล้านล้านบาทกลุ่มที่ ๒ คือ Plc. ที่เป็นผู้อนุมัติโครงการและรับเหมาก่อสร้างรางรถไฟ รายได้ “กำไร” ส่วนหนึ่งถูกแจกจ่ายออกไปให้กับผู้ถือหุ้นในรูปของเงินปันผล อีกส่วนหนึ่งนำไปใช้ซื้อๆขายๆหุ้นของตัวเองและบริษัทอื่นๆในตลาด อีกส่วนหนึ่งเก็บออมไว้ในรูปเงินฝาก หากไม่มั่นใจในสถานการณ์ Plc. ไม่ขยายการลงทุนโดยเด็ดขาด

ขณะที่แรงงานซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์กลุ่มที่ ๓ จากการดำเนินโครงการนั้น ส่วนหนึ่งคือแรงงานไทย อีกส่วนหนึ่งคือแรงงานต่างด้าวที่ต้องนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนแบ่งที่แรงงานได้รับคือต้นทุนค่าจ้างแรงงานหากต้นทุนค่าจ้างแรงงานอยู่ที่ร้อยละ ๑๐ ของมูลค่าโครงการ แรงงานทั้งคนไทยและต่างด้าวก็จะได้รับส่วนแบ่งไปราวๆ ๓ แสนล้านบาท หากโครงการก่อสร้างกินเวลา ๑๐ ปี ค่าจ้างแรงงานก็จะอยู่ที่ ๓ หมื่นล้านบาทต่อปี รายได้บางส่วนก็จะถูกแรงงานต่างด้าวส่งกลับบ้าน ที่เหลือใช้ซื้ออยู่ซื้อกินในประเทศไทย หาบเร่แผงลอย เจ้าของบ้านเช่าทำมาค้าขายดีขึ้นเพราะมีแรงงานต่างด้าวอพยพเข้ามาซื้ออยู่ซื้อกิน แต่เกษตรกรจะไม่มีส่วนเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์นี้เพราะโครงการเมกะโปรเจ็กต์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกระดับราคาสินค้าเกษตรกร

ค่าจ้างแรงงาน ๓ หมื่นล้านบาทนั้น ถ้าหากว่าแรงงานนำเงินทั้งหมดไปซื้อหาสินค้าจากหาบเร่แผงลอย ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทาง คนทำมาหาเช้ากินค่ำดังกล่าวก็นำเงินไปซื้อสินค้าจากร้านโชห่วยในตลาดๆก็สั่งสินค้าจากยี่ปั๊วใกล้บ้าน แล้วยี่ปั๊วก็สั่งซื้อสินค้าจากผู้แทนจำหน่ายที่รับสินค้าต่อมาจากโรงงานอีกทอดหนึ่ง เงินลงทุนภาครัฐที่ตกอยู่ในมือแรงงาน ๓ หมื่นล้านบาทก็จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ราว ๑.๒ แสนล้านบาท ประมาณร้อยละ ๑ ของจีดีพีไทย เป้าหมายการเติบโตขยายตัวที่รัดกบาลมุ่งหวังไว้ที่ร้อยละ ๔ – ๕ ยังมีผลต่างอยู่อีกร้อยละ ๓ ที่ภาคส่วนอื่นๆต้องแบกรับไป

  • GDP ไทยปี ๒๕๕๕ มีมูลค่าราว ๑๑.๓๖๓ ล้านล้านบาท (๓.๖๕ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งใหญ่เป็นลำดับที่ ๒ ในอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย มาจากการใช้จ่ายของครัวเรือนร้อยละ ๕๔.๔ การใช้จ่ายภาครัฐร้อยละ ๑๓.๘ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรร้อยละ ๒๖.๗
  • โครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยแบ่งเป็น ภาคเกษตรร้อยละ ๘.๔, ภาคอุตสาหกรรมร้อยละ ๓๙.๒, ภาคบริการร้อยละ ๕๒.๔
  • อุตสาหกรรมหลักคือยานยนต์และชิ้นส่วน(ร้อยละ ๑๑) บริการทางการเงิน(ร้อยละ ๙) เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ(ร้อยละ ๘) ท่องเที่ยว(ร้อยละ ๖)
  • ประเทศไทยมีแรงงานราว ๓๙.๔๑ ล้านคน อัตราว่างงานอยู่ที่ร้อยละ ๐.๗ ปี ๒๕๕๔ มีคนยากจนราวร้อยละ ๑๓.๑๕
  • มูลค่าการส่งออก ๒๒๖,๑๕๕.๘ ล้านดอลลาร์(ข้อมูลปี ๒๕๕๕) มูลค่าการนำเข้า ๒๑๗,๘๑๘.๙ ล้านดอลลาร์
  • หนี้สาธารณะ ไตรมาส ๑/๒๕๕๖ อยู่ที่ร้อยละ ๔๓.๓ ของจีดีพี รัฐบาลมีรายได้ ๑,๙๗๗,๕๐๐ ล้านบาท รายจ่าย ๒,๑๔๘,๔๐๐ ล้านบาท ทุนสำรอง ณ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ อยู่ที่ ๑๗๑,๒๐๐ ล้านดอลลาร์

ที่มา wikipedia

ท่าดีทีเหลว

เศรษฐกิจ สังคม การเมืองนั้นเกี่ยวเนื่องกัน เมื่อเศรษฐกิจมีปัญหาก็จะตามมาด้วยปัญหาทางสังคม อาชญากรรม เมื่อบ้านเมืองสับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยการจี้ปล้น ฉกชิงวิ่งราว นานวันเข้าประชาชนก็จะออกมาชุมนุมประท้วง ทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองตามมา

แต่บางครั้ง บางยุคสมัยปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจก็เป็นผลมาจากความวุ่นวายทางการเมืองได้เช่นกัน เช่น การแย่งชิงอำนาจกันระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ การรีดนาทาเร้น ขูดรีดส่วยสาอากรของผู้มีอำนาจ หรือความบ้าลัทธิอุดมการณ์ของผู้มีอำนาจจึงนำพาชาติบ้านเมืองไปในทิศทางที่ผิดๆ บ้านเมืองที่เคยสงบสุขจึงเกิดความสับสนปั่นป่วน วุ่นวาย เศรษฐกิจที่เคยเติบโตขยายตัวกลับกลายเป็นหดตัว

ในทางเศรษฐกิจนั้น ภาครัฐมีหน้าที่ดูแลระบบเศรษฐกิจให้มีการเติบโตขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ ด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์กติกาที่เหมาะสมและทำตัวเป็นผู้คุ้มกฎ รักษากติกา ไม่ให้มีใครเล่นตุกติก เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น สร้างและรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจด้วยการกระจายอำนาจและผลประโยชน์จากการเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ทั่วถึง ระวังป้องกันไม่ให้มีผู้ใดใช้อำนาจเหนือตลาด ฮั้วราคา หรือผูกขาดทางการค้า เมื่อมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ บ้านเมืองก็สงบสุข ปราศจากการฉกชิงวิ่งราว ลักเล็กขโมยน้อย หรือการชุมนุมประท้วงทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย สังคม/การเมืองล่มสลายเพราะปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับสังคมไทยในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งคณะราษฎรเองก็ใช้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นข้ออ้างในการล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เมื่อรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธประกาศลอยตัวค่าเงินบาท จากนั้นก็ตามมาด้วยวิกฤติต้มยำกุ้ง สถาบันการเงินล้มระเนระนาด รัฐบาลถูกม็อบสีลมออกมาขับไล่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เผชิญกระแสต้านจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบล้างผลาญ ในที่สุดผู้นำรัฐบาลก็ต้องตกเก้าอี้ไป เมื่อโลกเผชิญกับ the Great Recession ขึ้น ผู้นำรัฐบาลหลายชาติในยุโรปก็กระเด็นตกเก้าอี้เช่นกัน การขับเคี่ยวแย่งชิงที่นั่งทั้งในสภาล่าง สภาสูง และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก ๒ ปีข้างหน้าก็เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลโอบามาจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐให้กลับมาเติบโตขยายตัวได้หรือไม่

รัดกบาลเผด็จการทหารจะรักษาอำนาจไว้ได้นานเพียงใด จะปฏิรูปประเทศสำเร็จหรือไม่ หรือจะตกม้าตายไปเสียก่อนที่ภารกิจที่วางไว้จะบรรลุเป้าหมาย ปัญหาทางเศรษฐกิจก็เป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งเช่นกัน Plc. เริงร่าชาวประชาเดือดร้อนทั้งบ้านทั้งเมือง ลากรถถังออกมาหมดทุกคัน เบิกปืนและกระสุนออกมาจนหมดคลังก็สกัดกั้นพลังของประชาชน mass 90 ไม่อยู่

วิกฤติต้มยำกุ้งนั้นสอนให้โลกรู้ว่าคำแนะนำจากกูรู นานาชาติ นั้นฟังได้ เชื่อได้ แต่ไม่ควรยอมตามทั้งหมดเพราะกูรูนั้นรู้แต่ทฤษฎี บ้าลัทธิอุดมการณ์ มักเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาแบบสุกเอาเผากิน สนองความบ้าลัทธิ อุดมการณ์ของตนเองเป็นหลัก ทิ้งปัญหาปากท้องของประชาชนไว้ข้างทางอย่างไม่สนใจใยดีอันใด ใครจะเป็นจะตายก็ช่าง ขอให้โลกแห่งอุดมการณ์ของตนเกิดขึ้นได้เป็นพอ ส่วน Plc. นั้นก็มักจะมีผลประโยชน์ของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆแอบแฝงอยู่เบื้องหลังเสมอ รัฐบาลของชาติที่ประสบปัญหาต้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติจึงจำเป็นต้องรับฟังข้อเสนอ คำแนะนำต่างๆ แล้วนำมาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะจำเพาะของตนเอง เพื่อให้ได้ต่อรองที่นานาชาติยอมรับได้โดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของตนเอง   เชื่อทั้งหมด ทำตามทั้งหมดก็มีแต่พังกับพัง การปรับเปลี่ยนใดๆนั้นไม่ควรทำแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนค่อยๆก้าวทีละก้าว ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติแล้วทำออกมาเป็นแผนการลดผลกระทบในระยะเปลี่ยนผ่าน และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นนั้นต้องระวังเรื่อง “animal spirit” ให้ดี หากเกิดปัญหาขึ้นในระบบสถาบันการเงินขึ้นแล้ว “แบงค์ล้มไม่ได้” ภาครัฐต้องรีบออกมาประกาศคุ้มครองเงินฝากให้ประชาชนอุ่นใจในทันที มิเช่นนั้นประชาชนจะแตกตื่น แห่กันออกจากบ้านมาเข้าคิวรอถอนเงินออกจากสถาบันการเงินจนแบงค์ล้มระเนระนาดเพราะขาดสภาพคล่อง ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤติซับไพรม์ขึ้นรัฐบาลของประเทศต่างๆทั่วโลกจึงต้องรีบออกมาประกาศเพิ่มวงเงินคุ้มครองเงินฝาก อัดฉีดเงินช่วยเหลือให้กับสถาบันการเงินที่ขาดสภาพคล่องเนื่องจากการแทงหนี้สูญ และลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้สถาบันการเงินที่อ่อนแอ ธนาคารกลางก็สั่งให้ธนาคารทำ stress test เพื่อประเมินสถานการณ์ เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าหากสถาบันการเงินประสบปัญหา

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยการลดรายได้ เพิ่มรายจ่ายก็เป็นเพียงแค่สูตรสำเร็จที่ลัดแถบานงัดขึ้นมาใช้ทุกครั้งที่เศรษฐกิจมีปัญหาแบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังอะไรมากนักว่าปัญหาเกิดจากอะไร จะเกาให้ถูกที่คันได้อย่างไร เพราะลดรายได้เพิ่มรายจ่ายทีไรก็ได้ผลทุกครั้ง ทุนนิยมที่ดร.ระวีทำนายว่าจะล่มสลายในปีค.ศ. ๒๐๐๐ จึงยังมีลมหายใจอยู่ แต่ก็เต็มไปด้วยโรคภัย เชื้อร้ายที่พร้อมกำเริบได้ตลอดเวลา

โครงการลงทุนขนาดใหญ่ ๒ ล้านล้านบาทของ “ลัดแถบาน” ที่ถูก plc.และเทคโนแครตต่อต้านอย่างหนักว่ารถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่นั้นไม่ใช่เส้นทางเชื่อมต่อจีน-อาเซียน ค่าโดยสารสูงพอๆกับสายการบินต้นทุนต่ำ ผู้โดยสารไม่เป็นไปตามเป้าที่ลัดแถบานวาดฝันไว้แน่ เจ๊งเห็นๆ ไม่พ้นประชาชน “ผู้เสียภาษี” ต้องเข้ามาอุ้มกันอีก

เมื่อ “รัดกบาล” เข้ามาสานต่อ มูลค่าการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นเป็น ๓ ล้านล้านบาท plc.และเทคโนแครตเจ้าเดิมกลับส่งเสียงเชียร์ ชูจั๊กกะแร้สนับสนุน การลงทุนภาครัฐจะช่วยกระตุกกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะงักงันให้กลับมาเติบโตขยายตัวถึงร้อยละ ๔ ได้ตามเป้าหมายที่รัดกบาลวางไว้อย่างแน่นอน

GDP พึ่งพาการส่งออกมากกว่าการบริโภคภายใน เมื่อภาคส่งออกประสบปัญหา มูลค่าการส่งออกลดลง GDP ก็หดตัว และเมื่อฟองสบู่รายได้เกษตรกรแตกเพราะรัดกบาลเลิกอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรย่อมหมายความว่าการบริโภคภายในย่อมหดตัว แรงส่ง แรงขับเคลื่อนจากเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวที่ ๒ ตกฮวบลงอย่างรุนแรง เมกะโปรเจ็กต์ที่นานาชาติ plc. และเทคโนแครตชูจั๊กกะแร้สนับสนุน ออกแรงเชียร์อย่างเต็มที่อย่างเช่นรถไฟความเร็วสูงนั้น ตัวรถไฟสั่งซื้อจากจีน/ญี่ปุ่น ระบบการเดินรถก็อาจจะแบ่งเค๊กให้ยุโรปไป plc. ก็รับเหมาประมูลงานก่อสร้างราง แรงงานก็นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน … ประชาชนคนไทย ???

เมกะโปรเจ็กต์ ๓ ล้านล้านบาทที่รัดกบาล plc. เทคโนแครตคุยฟุ้งว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว GDP ขยายตัวตามเป้าหมายที่รัดกบาลวางไว้นั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าสร้างรายได้ให้ plc. และกลุ่มทุนต่างชาติมากกว่าประชาชนคนไทย ทำให้หนี้ภาครัฐให้เพิ่มสูงขึ้น หากเศรษฐกิจไม่ฟื้นหรือกลับทรุดตัวลงไปอีก อัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำกลับพุ่งสูง หายนะมาเยือนทันที

ถ้าสิ่งที่รัดกบาลทำตามข้อเสนอของ plc. เทคโนแครต และนานาชาติเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ได้ผล ก็โชคดีไป รัดกบาลกลายเป็นวีรบุรุษ แต่ถ้าการเพิ่มรายจ่าย ลดรายได้ตามแนวทางของ plc. เทคโนแครต และนานาชาตินั้นไม่ได้ผล คนตกงานเพิ่มมากขึ้น คนเมือง-คนกรุงออกมาชุมนุมขับไล่รัดกบาลแบบที่เคยเกิดขึ้นช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง พ.ศ. ๒๕๓๘ ขณะที่เกษตรกร ประชาชนคนทำมาหาเช้ากินค่ำซึ่งเดือดร้อนมาก่อนแล้วจากฟองสบู่รายได้เกษตรกรแตก เขาคิด เขาเชื่อมานานแล้วว่ารัดกบาลเชื่อแต่เทคโนแครต เอาอกเอาใจ plc. แต่ “ไม่ฟังเสียงเรียกร้อง ความเดือดร้อน ข้อเสนอของประชาชน” mass 75% ที่ไร้พลังเพราะ middle 24% ที่ทรงพลังนั้นไม่เอาด้วยก็จะกลายเป็น mass 99% ที่ทรงพลัง เมื่อกบาลของประชาชนถูกบีบรัดอัดแน่นจนทนไม่ไหว ประชาชนย่อมออกมาต่อสู้เรียกร้องอยู่ข้างถนนแบบไม่กลัวตาย เมื่อนั้นก็ได้แต่วัดใจกันว่าน้องๆจะหันปากกระบอกปืนที่อยู่ในมือไปทางไหน จะสาดกระสุนใส่ใคร ประชาชนหรือหัวหน้ารัดกบาล

  • โรงไฟฟ้าถ่านหิน

นายกฯพัง plc. Technocrat ไม่ได้พังตามไปด้วย

“…ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป พูดอย่างนี้หยาบคาย แต่ว่าขอให้มีอันเป็นไป แต่ถ้าไม่ทุจริต สุจริตและมีความตั้งใจมุ่งมั่นสร้างความเจริญ ก็ขอให้ต่ออายุ ได้ถึง ๑๐๐ ปี ส่วนคนไหนที่มีอายุมากแล้ว ขอให้แข็งแรง ความสุจริตจะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นอันตราย … ภายใน ๑๐ ปี เมืองไทยน่าจะเจริญ ข้อสำคัญคือต้องหยุดการทุจริตให้สำเร็จ และไม่ทุจริตเสียเอง…”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘ ตุลาคม ๒๕๔๖

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s