เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจลุกลามบานปลาย


เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจลุกลามบานปลาย

เมื่อสังคมวิวัฒน์ไปจนถึงขีดสุด การหลงระเริงในอำนาจนำมาซึ่งการขูดรีด การทุจริตคอรัปชั่นจนชาติล่มจมและตามมาด้วยวิกฤติเศรษฐกิจ เกิดความปั่นป่วน สับสนวุ่นวายสังคม การเมืองเนื่องจากการประท้วงของประชาชนที่เดือดร้อนมีปัญหาจากความทุกข์ยากลำเค็ญในการทำมาหาเลี้ยงชีวิต ยากที่กลุ่มอำนาจเก่าจะสามารถรักษาอำนาจของตนเอาไว้ได้ต่อไป ที่สุดแล้วย่อมหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตามมา เฉกเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วกับประเทศต่างๆในยุโรปตะวันออก

ดร.ระวี ภัทราระบุว่าในช่วงปี ค.ศ. ๑๙๘๐ – ๒๐๐๖ นั้น ประเทศต่างๆอยู่ในช่วงเวลาดังนี้

  • รัสเซียกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคขุนศึกมาเป็นยุคปัญญาชนเรืองอำนาจ (หมายเหตุ – ก้าวออกจากระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์สู่ความเป็นประชาธิปไตยเสรี เมื่อการปฏิรูปสำเร็จแล้วก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งชาติทุนนิยมใหม่)
  • โลกมุสลิมกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคปัญญาชนสู่ยุคนายทุนครองเมือง (หมายเหตุ – ก้าวออกจากการเป็นประเทศที่เคร่งครัดในหลักศาสนาสู่วัฒนธรรมบริโภคนิยม แสวงกำไรสูงสุดโดยใช้ OPEC เป็นเครื่องมือผูกขาดตลาดน้ำมัน)
  • ญี่ปุ่นอยู่ในช่วงขาลงของยุคนายทุน (หมายเหตุ – Long Recession ที่ก้าวไม่พ้นสักที)
  • ชาติต่างๆในลาตินอเมริกา โลกตะวันตก และอินเดียอยู่ในยุคตกต่ำของระบอบทุนนิยม กำลังจะเผชิญกับการปฏิรูปทางสังคมโดยผู้ใช้แรงงาน (หมายเหตุ – acquisitive cum laborer แบบที่ประเทศไทยพึ่งก้าวข้ามผ่านพ้นมาหมาดๆ)
  • จีนอยู่ในช่วงขาขึ้นกำลังจะไปสู่จุดสูงสุดของยุคขุนศึก (หมายเหตุ – พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงเรืองอำนาจแต่เปลี่ยนบทบาทท่าทีจากเผด็จการทหารในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ)

กฎแห่งวัฎจักรสังคม (the law of social cycle) ที่ Dr.Ravi Batra ใช้ในการศึกษาและทำนายอนาคตนั้นคล้ายกับแนวคิดของ Aristotle และ Arnold Toynbee ส่วนวิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์และทำนายนั้นใช้ตามแนวทางของ Arthur Schlesinger Jr. นักประวัติศาสตร์รางวัล Pulitzer

วัฎจักรที่ ดร.ระวีใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ประกอบด้วย

  • The law of social cycle
  • The law of reverse justice
  • The cycle of inflation
  • The cycle of money growth
  • The cycle of depression
  • The final-year syndrome

แม้ดร.ระวีจะเขียน The New Golden Age : The Coming Revolution against Political Corruption and Economic Chaos ไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๗ แต่สิ่งที่ดร.ระวีกล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงง่ายๆ

คำทำนายของดร.ระวี ภัทรา

ดร.ระวีทำนายว่าอาณาจักรธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของนักธุรกิจอเมริกันจะค่อยๆเสื่อมโทรมลงในปี ค.ศ. ๒๐๐๙ ซึ่งก็ใกล้เคียงมาก เกิดวิกฤติ Subprime ขึ้นในปี ๒๐๐๘ – ๒๐๐๙ จริงๆ สถาบันการเงินของอเมริกันแทบเอาตัวไม่รอด โชคดีที่บรรดา Plc. ทั้งหลายเหล่านี้มีสายสัมพันธ์อันดีกับ Plc. ผู้นำรัฐบาลจึงตอแหล หลอกแดกเงินภาษีก้อนโตมาอุ้มแบงค์ไว้ได้ Plc. ที่เหลือรอดขนเงินภาษีที่ได้มาไปลงทุนในตลาดเงิน-ตลาดทุนจนพุงปลิ้น พุงกางกันถ้วนหน้า สหรัฐอเมริการักษาหน้าตาของตัวเองบนเวทีโลกไว้ได้เพราะรัฐบาลทั่วโลกถือครองทรัพย์สินของสหรัฐไว้มากเกินไป กองทุนเก็งกำไรส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจสัญชาติอเมริกัน โจมตีค่าเงินดอลลาร์ก็เท่ากับทุบหม้อข้าวตัวเองจึงไม่มีใครทำ ฯลฯ

ฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์พังในปี ค.ศ. ๒๐๐๗ – ๒๐๐๙ จริงๆตามที่ดร.ระวีทำนายไว้ ยกเว้นฟองสบู่น้ำมันที่ดร.ระวีคาดว่าจะเริ่มพังในปี ค.ศ. ๒๐๑๒ นั้นแค่เกิดรูรั่วขนาดใหญ่ขึ้นในปี ค.ศ. ๒๐๐๘ ราคาน้ำมันร่วงจาก ๑๒๐ ดอลลาร์มาอยู่ที่ ๓๐ ดอลลาร์แล้วดีดกลับได้สำเร็จเพราะทายาทสำนักชิคาโก้(ฟรีดแมน) ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจศักดิ์สิทธิ์ตามแนวทางที่เจ้าสำนักได้ถ่ายทอดวิชาเอาไว้ให้ ทายาทรุ่นที่ ๒ นี้เรียกท่าไม้ตายนี้ว่า  QE และเรียกขานเพลงดาบของ ๒ ทายาทว่า “กลเกมกรีนสแปน” และ “เฮลิคอปเตอร์เบอร์นันเก”

เมื่อโลกก้าวสู่สหัสวรรษใหม่ ประชาธิปไตยและตลาดเสรีกลายเป็นวาระที่คนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน สนามรบถูกเปลี่ยนเป็นสนามการค้า การค้าเสรีและตลาดโลกที่เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวจนเกือบจะสมบูรณ์ทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันพุ่งทะยานต่อเนื่องเพราะตลาดน้ำมันเป็นลูกไก่ในกำมือของ OPEC จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด แม้ภายหลัง OPEC จะมีส่วนแบ่งตลาดลดลงเพราะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม OPEC แต่ Plc. พลังงาน บรรษัทข้ามชาติทั้งหลายเหล่านั้นต่างก็ชื่นชมยินดีกับทิศทางราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงไม่มีใครคิดแก่งแย่งแข่งขัน ขายน้ำมันตัดราคากันเอง

ดังนั้น กว่าที่ฟองสบู่น้ำมันจะแตกจริงๆจึงต้องรอถึงปี ค.ศ. ๒๐๑๔ เมื่อสหรัฐอเมริกาลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศลง หันไปใช้พลังงานที่ได้จาก Oil Shale เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความสามารถในการผลิตน้ำมันดิบออกสู่ตลาดของผู้ผลิตน้ำมันอื่นๆที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม OPEC มีมากขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ OPEC ลดลงเรื่อยๆ สงครามราคาเพื่อกำจัดคู่แข่งให้พ้นทางไปจึงเกิดขึ้น OPEC ประกาศกร้าว ท้าทายคู่แข่งทางธุรกิจว่าแม้ราคาน้ำมันจะลดลงไปเหลือเพียง ๔๐ ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล OPEC ก็จะไม่ปรับลดกำลังการผลิต OPEC จะไม่ยอมเจ็บตัว(สูญเสียรายได้ ส่วนแบ่งการตลาด)แต่เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป

ISIS and Oil in Black Market
ISIS and Oil in Black Market

สหรัฐอเมริกาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกดดันราคาน้ำมันให้ลดต่ำลงด้วยเหตุผล ๓ ประการ คือ

(๑) เพื่อให้ราคาน้ำมัน “ต้นทุนด้านพลังงาน” ลดลงสู่ระดับที่เหมาะสม เอื้ออำนวยต่อการฟื้นตัวและการกลับมาเติบโตขยายตัวได้อีกครั้งของระบบเศรษฐกิจ

(๒) ทุบกล่องดวงใจ แหล่งที่มาของรายได้ที่กลุ่มก่อการร้ายใช้เป็นเงินทุนในการก่อวินาศกรรม บ่อนทำลายเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา

(๓) ทุบกล่องดวงใจของรัสเซีย ทำให้รัสเซียมีรายได้ ทุนรอนที่จะนำไปใช้ทำสงครามกับยูเครนน้อยลง

หินน้ำมัน (อังกฤษ: oil shale) คือแร่เชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปแบบของหินดินดาน โดยมีอินทรีย์สารที่เรียกว่า เคโรเจน(Kerogen) ปะปนอยู่ในเนื้อหิน มักมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ หินน้ำมันเกิดจากซากพืชซากสัตว์กับตะกอนขนาดเล็กที่สะสมตัวอยู่ในแอ่งตะกอนทับถมกันจนเป็นเวลาเนิ่นนานผ่านไปหลายล้านปี ความดันและอุณหภูมิก็ทำให้เกิดการแปรสภาพทำให้เกิดลักษณะยางเหนียวๆที่ประกอบไปด้วยไฮโดรคาร์บอนโมเลกุลใหญ่ที่เรียกว่า “เคโรเจน” ซึ่งเมื่อนำหินน้ำมันไปเผาที่อุณหภูมิประมาณ 500 องศาเซลเซียส จะได้น้ำมันและก๊าซไฮโดรคาร์บอนออกมา ซึ่งการสกัดนี้จะใช้ขั้นตอนมากกว่าน้ำมันดิบแบบปกติ ในอุตสาหกรรมยังสามารถเผาหินน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงโดยตรง แต่เป็นเชื้อเพลิงประเภทเกรดต่ำ สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า และเพื่อการทำความร้อน และสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารเคมีและวัสดุก่อสร้าง หินน้ำมันได้รับความสนใจเป็นแหล่งพลังงานอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากปิโตรเลียม ในขณะเดียวกันการทำเหมืองหินน้ำมัน และการเผาสกัดไฮโดรคาร์บอนเหลว ก็ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อม เช่นการใช้ที่ดิน ในการกำจัดกาก เนื่องจาก เมื่อนำหินน้ำมันไปบดและเผา จะได้กากถึงร้อยละเก้าสิบ ซึ่งมีผลต่อสิ่งแวดล้อม การกำจัดน้ำเสีย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศ ประเทศเอสโตเนียและจีน มีการทำอุตสาหกรรมของหินน้ำมัน ส่วนประเทศบราซิล,เยอรมัน,อิสราเอล และรัสเซีย ก็ใช้ประโยชน์จากหินน้ำมันเช่นกัน

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/หินน้ำมัน

ความขัดแย้ง สงคราม และการก่อการร้ายที่สร้างความหวาดวิตกให้กับคนทั่วโลกล้วนมีส่วนหนึ่งส่วนใด ไม่มากก็น้อยที่เกี่ยวข้องพัวพันกับ “ปิโตรและดอลลาร์ : แย่งชิงทรัพยากรน้ำมัน แก้แค้นอเมริกา” ดังนั้น ที่ดร.ระวีคิดว่าคอมมิวนิสต์ล่มสลายไปแล้วอะไรๆก็คงจะจบ หมดสิ้นเรื่องราวกันไปจึงไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น ปีศาจที่เต็มไปด้วยความคับแค้นตนนั้นยังคงอยู่ สงครามอิรักที่เปิดฉากขึ้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๒๐๐๓ ซึ่งดร.ระวีคาดว่าประมาณปี ค.ศ. ๒๐๑๐ – ๒๐๑๑ ก็น่าจะจบหมดเรื่องหมดราวกันไปได้เสียทีก็ไม่จบเพราะปีศาจอีกตนหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความคับแค้นแน่นอกก็ยังคงอยู่ ปิโตรและดอลลาร์ “ความมั่งคั่ง” คือ แรงจูงใจให้ชาติมหาอำนาจหาทางแทรกแซง ครอบครอง และแย่งชิงขุมทรัพย์ “บ่อน้ำมัน” ทั้งในตะวันออกกลางและพื้นที่อื่นๆทั่วโลก ผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์เนื่องจากถูก Plc. ปล้น ชิง รุกราน แทรกแซง จึงหาทางตอบโต้ ล้างแค้น ขับไล่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจออกไปด้วยการนำความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไปผูกโยงกับเงื่อนไขด้านภูมิศาสตร์ เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ สงคราม ความขัดแย้ง และการก่อการร้ายจึงเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก

เศรษฐกิจ น้ำมัน สงคราม และการก่อการร้าย
เศรษฐกิจ น้ำมัน สงคราม และการก่อการร้าย

ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดเมื่อโลกเข้าสู่สหัสวรรษใหม่จึงกลับกลายเป็นขาลง และหากราคาน้ำมันจะลงยาว ๒๐ ปี กลับไปอยู่ที่ ๒๐ – ๓๐ ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี ค.ศ. ๑๙๘๐ – ๑๙๙๙ ปัญหาที่แท้จริงคือขณะที่ราคาน้ำมัน/สินค้าลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องนั้น เงินในกระเป๋าของประชาชนมีหรือไม่ ถ้าประชาชนยังคงมีเงินอยู่ในกระเป๋า ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย ซื้อหาสินค้าเพื่อการอุปโภค-บริโภคของประชาชนก็จะเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจก็จะฟื้นตัว แต่ถ้าประชาชนไม่มีเงินติดตัว ผู้ประกอบการลดราคาสินค้าลงอย่างไรก็ขายของไม่ออก ผู้ประกอบการก็จะต้องปลดคนออกจากงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนั้นหายนะครั้งใหญ่กลับมาเยือนแน่ ไม่ใช่แค่ Long Recession หรือ Repression หรือ Great Recession อย่างที่กำลังพูดๆกันอยู่ แต่มันหมายถึง The Great Depression จะกลับมาเยือนอีกครั้งเพราะ animal spirit ที่ John Maynard Keynes หวาดกลัวนักหนานั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว

ราคาน้ำมันกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 1980 - 1999
Oil-Econ-USA_1980-1999

แม้สหรัฐอเมริกาจะเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจก่อนไทย แต่สำหรับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองนั้นประเทศไทยเริ่มต้นเดินทางบนถนนสายปฏิรูปก่อนสหรัฐอเมริกา ถนนสายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม กับดักที่ทุนสามานย์ลอบวางไว้เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายปฏิรูปไล่ล่าตามทัน ทั้งยังตอบโต้ตีกลับ ลอบทำร้ายฝ่ายผู้ล่าอยู่เป็นระยะๆโดยได้รับความช่วยเหลือจากนกสองหัวและสุนัขรับใช้ที่ฝ่ายปฏิรูปส่งเกี้ยวเชิญมาช่วยกันทำงาน รื้อถอน ทำลาย ทุบทิ้งระบอบทุนผูกขาดเพื่อสร้างสังคมใหม่ แต่หัวใจของสุนัขรับใช้นั้นยังคงซื่อสัตย์จงรักภักดีกับนายเก่าของตนอยู่ การรื้อถอนทำลายระบอบทุนผูกขาดจึงเต็มไปด้วยปัญหาอุปสรรค การขับเคี่ยวชิงไหวชิงพริบ ชิงเล่ห์ชิงเหลี่ยมกันระหว่างกลุ่มต่างๆทางสังคมที่มีเป้าหมาย แนวคิด และวิธีการที่แตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างต่อสู้ขับเคี่ยวแย่งชิงผลประโยชน์กัน การปฏิรูปจึงเกิดขึ้นท่ามกลางการฉกฉวยโอกาส การทุจริต คอรัปชั่นที่นำมาซึ่งความปั่นป่วน สับสนวุ่นวายทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จนกว่าคนในสังคมจะมีสติ คิดได้ เลิกมัวเมาลุ่มหลงในอวิชชา ความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง แล้วเริ่มต้นเรียนรู้ ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไขปัญหา ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ทำให้แนวความคิดต่างๆที่มีอยู่มากมาย ต่างฝ่ายต่างโต้แย้ง ถกเถียงกันนั้นเกิดการตกผลึก นำมาซึ่งแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมกับสังคมไทย ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเก็บกวาดเศษแก้ว อุปสรรคขวากหนาม แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน แม้ว่า ณ ขณะปัจจุบันนี้ ความเห็นพ้องต้องกันจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ช้าเร็วความสับสนวุ่นวายย่อมยุติด ฝุ่นควันที่ตลบคละคลุ้งก็จะค่อยๆจางคลาย เห็นหนทางข้างหน้าชัดเจนขึ้น ก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น เพราะอวิชชา ความมัวเมาลุ่มหลง “Lies, Damned Lies, and Economists” สูญสิ้นไป

The Wage Productivity Gap Theory

ที่มา http://www.ravibatra.com/a-new-theory-of-unemployment.htm

— ยังมีต่อ —

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s