Extreme Money 5 Yellow Brick Road


Extreme Money 5 Yellow Brick Road

โลกยุคปัจจุบัน เงินลอยล่องอยู่เต็มท้องฟ้า เราไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าขึ้นมาจำหน่ายเพื่อแลกกับเงินตรากันอีกต่อไป คนยุคนี้เทรดเงินตรากันอย่างตรงไปตรงมา ทั้งดอลลาร์ ยูโร เยน พันธบัตร หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ และตราสารอนุพันธ์ซึ่งไร้ตัวตน ไร้มูลค่าที่แท้จริง เป็นเพียงแค่สินทรัพย์ชนิดต่างๆที่มนุษย์สมมติมันขึ้นมาว่ามันมีมูลค่าเท่านั้นบ้าง เท่านี้บ้าง โดยอ้างอิงมูลค่าตามสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผู้ออกตราสารนั้นๆระบุไว้ ส่งผลให้มูลหนี้พอกพูนเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล เงินตราหมุนเวียนเปลี่ยนมือไปรอบแล้วรอบเล่า (แต่หลักทรัพย์/สินทรัพย์อ้างอิงที่ใช้คำประกันตราสารนั้นๆกลับมีอยู่เท่าเดิม) นำมามาซึ่งความสุข ความฟุ้งเฟ้อ การหลงตัวเลขให้กับคนที่เกี่ยวข้องกับโลกการเงิน “Starbucks society” ศูนย์กลางของโลกย้ายจากภาคอุตสาหกรรมมาสู่ภาคการเงิน วอลล์สตรีทกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนของคนทั้งโลก เม็ดเงินราวร้อยละ ๔๐ อยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกา โดยมีอีกหลายๆเมืองในหลายๆประเทศที่พยายามพัฒนาตนเองขึ้นมาเป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินในระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน ชิคาโก้ เจนีวา ซูริค โตเกียว ฮ่องกง สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ หรือมุมไบ เป็นต้น

ดูไบในตะวันออกกลางที่สร้างความมั่งคั่งมาจากธุรกิจน้ำมัน “petro-dollars” ได้ก่อตั้ง the Dubai International Financial Centre : DIFC ขึ้น โดยให้สิทธิพิเศษมากมายแก่นักลงทุน เช่น ยกเว้นภาษี ยอมให้ต่างชาติเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ ยอมให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้อย่างเสรี เป็นต้น คนที่ทำงานใน DIFC นั้นไม่ใช่ชนพื้นเมืองชาวอารบิค แต่เป็นชาว Emirates คือ “English-managed-Indian-run-Arabs-taking-excessive salaries” ซึ่งมาทำธุรกิจอยู่ใน the United Arab Emirates นั่นเอง

Unlikely Centers

ไอร์แลนด์ ประเทศหนึ่งในเครือจักรภพอังกฤษ ไอร์แลนด์ในอดีตเป็นชาติเกษตรกรรม แต่ไอร์แลนด์ในยุคปัจจุบันได้แต่งองค์ทรงเครื่องตนเองใหม่

ทศวรรษที่ ๑๙๗๐ ไอร์แลนด์ก้าวเข้ามาเป็นชาติสมาชิกของสหภาพยุโรป (the European Union : EU) การไหลทะลักเข้ามาของเงินยูโรทำให้การศึกษาของชาวไอริชสูงขึ้น ภาษีต่ำ กฎระเบียบ ข้อบังคับ การกำกับดูแลการดำเนินธูรกิจก็ไม่ได้เคร่งครัด เข้มงวดอะไรมากนักทำให้ไอร์แลนด์กลายเป็น the Celtic tiger 

ปลายทศวรรษที่ ๑๙๘๐ ดับลินก็กลายเป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินของไอร์แลนด์ เงินมีทั้งไหลเข้าและออก เงินทุนไหลบ่าเข้ามาลงทุน ส่วนผลกำไรที่เกิดขึ้นก็ถูกขนกลับไปยังแผ่นดินแม่ โดยมีกรุงลอนดอนของอังกฤษเป็นผู้ให้การสนับสนุน

ธนาคารสัญชาติไอริชเติบโตอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยร้อยละ ๙ ต่อปี ช่วงปี ๑๙๙๗ – ๒๐๐๑ อัตราการเติบโตของธนาคารในไอร์แลนด์นั้นสูงกว่าชาติอื่นๆในยุโรป output ต่อหัวเพิ่มจาก $17,200 ในปี ๑๙๙๕ มาอยู่ที่ $33,000 ในช่วงต้นทศวรรษที่ ๒๐๐๐ มากกว่าค่าเฉลี่ยของอียูร้อยละ ๒๐

แล้วภาคอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มบูม ราคาบ้านในไอร์แลนด์พุ่งทะยาน ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไอริชก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คนที่ทำงานอยู่ในภาคการเงินกลายเป็นชนชั้นเกิดใหม่ทางสังคม

ไอซ์แลนด์ก็เป็นเช่นเดียวกันกับไอร์แลนด์

ปี ๒๐๐๓ ธนาคารยักษ์ใหญ่ ๓ แห่งในไอซ์แลนด์มีสินทรัพย์รวมกันเท่ากับมูลค่าผลผลิตของไอซ์แลนด์ทั้งประเทศ ปีต่อมาสินทรัพย์ของภาคธนาคารในไอซ์แลนด์พุ่งทะยานไปแตะระดับ ๑๔๐ พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าผลผลิตภายในประเทศของไอซ์แลนด์ ๘ เท่า ธนาคารในไอซ์แลนด์ต่างขนเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ และปล่อยกู้เพื่อซื้อหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

ปี ๒๐๐๓ – ๒๐๐๗ ตลาดหุ้นไอซ์แลนด์เพิ่มขึ้นถึง ๙๐๐ เปอร์เซ็นต์ ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้น ๓ เท่าตัว ชาวไอซ์แลนด์รวยขึ้นกว่าเดิม ๓ เท่า ผู้ประกอบการชาวไอซ์แลนด์ต่างขนเงินออกไปซื้อธุรกิจในต่างแดน และลงทุนในทั่วทุกมุมโลก ธนาคารของไอซ์แลนด์เติบโตอย่างเหลือเชื่อ

El-Dollarado Economics

El-Dollarado Economics แผ่ขยายอิทธิพลของตนเองออกไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อแสวงผลประโยชน์จากทุกสิ่งที่เงินซื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติหรือแม้กระทั่งชีวิตคน ทุกสรรพสิ่งต่างสยบยอมลดตนลงเป็นทาสของเงินตราและทองคำ แรงงานราคาถูกนำมาซึ่งผลกำไร ลัทธิล่าอาณานิคมกลับมาสยายปีกใหม่ในคราบทุนข้ามชาติจากชาติที่พัฒนาแล้วซึ่งขนเงินทองมาหยิบยื่นเสนอให้อดีตชาติอาณานิคม ประเทศเกิดใหม่ ตลาดเกิดใหม่ทั้งหลาย เงินทองมากมายจากชาติมหาอำนาจ ชาติที่พัฒนาแล้ว ชาติที่เคยเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมมาพร้อมกับลัทธิความเชื่อทางศาสนาและการเมืองแบบตะวันตก El-Dollardo economics กลับมาปกครองโลกผ่านระบบการค้าโลกและการไหลบ่าของเงินทุนจากชาติตะวันตกสู่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

The Unbalanced bicycle

เมื่อคอมมิวนิสต์จีนเริ่มเปิดประเทศ จีนเริ่มต้นด้วยการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมาก่อน(special economic zones : SEZ) เงินลงทุนและอุตสาหกรรมมากมายจึงหลั่งไหลเข้าไปยังจีน ชาติขนาดใหญ่ที่มีจำนวนประชากรมากมายมหาศาล มีแรงงานราคาถูก จีนจึงสามารถดึงดูดทั้งเงินลงทุนจากต่างประเทศ เทคโนโลยี การจัดการ และทักษะทางการค้าจากชาติที่ต้องการ outsource การผลิตจากแหล่งที่มีต้นทุนการทำธุรกิจที่ต่ำกว่า

โรงงานที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดในจีนทำให้เกิดการนำเข้าวัตถุดิบจำนวนมากไปผลิตและแปรรูปในจีน แล้วส่งออกไปขายยังประเทศต่างๆทั่วโลก ผลักดันเศรษฐกิจจีนให้เติบโตขยายตัวอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำจีน กล่าวว่า “ความยากจนไม่ใช่สังคมนิยม ความร่ำรวยจึงนับเป็นชัยชนะ” ในยุคที่จีนอยู่ภายใต้การนำของเติ้งเสี่ยวผิง ชาวจีนจึงรู้จักผู้พันแซนเลอร์และ KFC มากกว่าในยุคของประธานเหมา เติ้งเสี่ยวผิงประกาศว่าจะต้องทำให้คนจีนร่ำรวยขึ้นมาให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก แต่การยกระดับนั้นต้องดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยๆก้าวทีละขั้น

Foreign treasure

ประเทศจีนส่งออกมากว่านำเข้า จีนจึงมีทุนสำรองมากมายมหาศาล ปี ๒๐๑๑ ทุนสำรองของจีนมีมากถึง ๒.๗ ล้านล้านดอลลาร์ วิกฤติเศรษฐกิจในอาเซียนเมื่อปี ๑๙๙๗ – ๑๙๙๘ สอนให้จีนเรียนรู้ว่าเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้น เงินทุนระยะสั้นที่เข้ามาเก็งกำไรจะไหลออกไปจากประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้เศรษฐกิจของหลายชาติในอาเซียนพังพินาศเพียงชั่วพริบตา นี่คือสิ่งที่จีนต้องระวัง จีนจึงเตรียมทุนสำรองไว้เป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนั้นขึ้นกับจีน จากนั้นจีนก็นำทุนสำรองที่มีอยู่มากมายมหาศาลไปลงทุนในต่างประเทศ ทั่วทุกมุมโลก

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจใหม่เก็บสะสมไว้นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของเงิน U.S. dollars ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจให้ใช้เป็นสกุลเงินหลักในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างประเทศต่างๆ และใช้เป็นทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในโลกยุคหลังข้อตกลง Bretton-Woods

ดอลลาร์ได้รับการยอมรับจากผู้ส่งออกและนักลงทุนต่างชาติเพื่อใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนจากเงินหยวนของจีน เพื่อให้ผู้ส่งออกสามารถแข่งขันได้ จีนจึงต้องลงทุนข้ามชาติด้วยเงินตราต่างประเทศเพื่อลดแรงกดดันที่จะมีต่อเงินหยวน ทุนสำรองของจีนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๐ – ๗๐ ถูกนำไปลงทุนในรูปของดอลลาร์ ทั้งในแยงกี้บอนด์และหลักทรัพย์เกรดเออื่นๆ ตลาดเงินดอลลาร์จึงต้องพึ่งพาอาศัยเงินลงทุนจากจีนเป็นอย่างมาก ใครต่อใครต่างก็เชื่อมั่นในความเป็นชาติมหาอำนาจของสหรัฐจึงยังคงทำมาค้าขายกันด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สหรัฐอเมริกาขาดดุลงบประมาณอย่างมากมายมหาศาล

การค้าระหว่างประเทศนั้นมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่การส่งออกสินค้าเพื่อนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศมากกว่าการนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ การล่าอาณานิคมที่เกิดขึ้นหลายยุค หลายสมัยก็เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรและวัตถุดิบราคาถูก ต้นทุนต่ำๆ เมื่อแปรรูปเสร็จแล้วก็ส่งกลับออกไปขายยังต่างประเทศในราคาแพงๆ ชาติมหาอำนาจที่เป็นเจ้าอาณานิคมจึงมั่งคั่งด้วยวิธีการดังกล่าว สงครามฝิ่นที่จีนแพ้พ่ายต่างชาติก็มีมูลเหตุดังกล่าวนั่นเอง

การค้าโลกและการลงทุนกลายเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน ปี ๒๐๐๗ เหวินเจียเป่า ผู้นำจีน ส่งเสียงเตือนว่าเศรษฐกิจเติบโตขยายตัวอย่างไม่มั่นคงเท่าใดนัก ชาติอื่นๆอย่างเยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันก็เคยประสบปัญหาแบบจีนเช่นกัน

กองทุนจีนทำให้รัฐบาลอเมริกันสามารถดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปได้ แล้วดอกเบี้ยที่ต่ำเตี้ยติดดินก็ทำให้ภาคสินเชื่อเติบโตขยายตัวต่อไปได้ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อการบริโภค หนี้ทำให้การบริโภค ที่อยู่อาศัย และตลาดหุ้นอเมริกันพุ่งทะยายนกันต่อไป ฟองสบู่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องและขยายตัวกันต่อไป ขณะที่เงินออมของคนอเมริกันปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เม็ดเงินลงทุนก็ยังคงเพิ่มสูงอยู่ การบริโภคที่ขยายตัวก็คือการบริโภคสินค้าที่นำเข้ามาจากโรงงานในจีน ขณะที่เงินดอลลาร์ไหลออก การขาดดุลการค้าของอเมริกันก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดอลลาร์จึงมีค่าสูงเกินจริงในขณะที่เงินหยวนของจีนถูกรัฐบาลจีนกดไว้ให้ต่ำกว่าความเป็นจริง

อัตราดอกเบี้ยต่ำยังคงเป็นตัวผลักดันให้กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพและนักลงทุนจำเป็นต้องเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่สูงขึ้น ตลาดเงินตลาดทุนของอเมริกาจึงเต็มไปด้วย junk bonds, securitized debt, private equity และ hedge funds ที่ให้คำมั่นว่าผู้ถือหุ้น/หน่วยลงทุนจะมีเงินก้อนโตไว้ใช้จ่ายเป็นรายได้ในวัยเกษียณอายุ Niall Furguson และ Moritz Schularick นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจเรียกความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอเมริกันกับจีนนี้ว่า “Chimerica”

fool’s gold

ระบบเศรษฐกิจที่ดำเนินไปในลักษณะที่ชาติหนึ่งสะสมความมั่งคั่งขณะที่ชาติอื่นๆกู้เงินชาติดังกล่าวเพื่อการบริโภค จับจ่ายใช้สอย ซื้อหาสินค้าจากชาติเจ้าหนี้ที่เป็นนักออมเงิน เป็นระบบเศรษฐกิจที่ไร้ซึ่งเสถียรภาพ ชาวจีนปล่อยกู้อย่างต่อเนื่องให้ชาวอเมริกันนำเงินกู้ไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อหาสินค้าจากตนเอง สักวันหนึ่งก็จะพบกับความจริงที่ว่าคนอเมริกันนั้นมีปัญญาก่อหนี้แต่ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้

เศรษฐกิจอเมริกันที่ดำเนินไปในลักษณะดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอเมริกัน แยงกี้บอนด์ เงินดอลลาร์สหรัฐซึ่ง “In God we trust” ก็จะกลายเป็น “I hope my redeemer liveth” และเหวินเจียเป่า ผู้นำจีน ก็วิตกว่าเงินที่จีนนำไปลงทุนในสินทรัพย์อเมริกันจะได้รับความเสียหายได้

จีนมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศนับล้านล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ จีนไม่สามารถเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐออกมาได้โดยที่ตนเองไม่ต้องแบกรับภาระขาดทุนมหาศาลเพราะหากจีนเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐที่ตนเองถืออยู่ออกมา supply เงินดอลลาร์ก็จะล้นตลาด จีนเรียนรู้ข้อสังเกตุที่เคนส์เคยตั้งเอาไว้ว่า “If I owe you a pound, I have a problem ; but if I owe you a million, the problem is yours.”

จีนจึงต้องพยายามหาทางลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ หันไปเก็บสะสมทุนสำรองไว้ในรูปของสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆแทน แต่จีนเองก็ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องรับซื้อแยงกี้บอนด์เอาไว้เพื่อปกป้องแยงกี้บอนด์มูลค่ามหาศาลที่ตนครอบครองอยู่ก่อนหน้าไม่ให้กลายเป็น junk bond สภาพเช่นนี้ John Cornally อดีต U.S. Treasury secretary เมื่อ ๔๐ ปีก่อนเคยกล่าวเอาไว้ว่า “It may be our currency, but it’s your problem,”

Liquidity vortex

เงินไม่ได้เป็นศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง เงินไหลไปมาไปทั่วทั้งโลกผ่านธนาคารท้องถิ่น แต่เงินนั้นมีปริมาณมากมายมหาศาล อัตราแลกเปลี่ยนยังคงนิ่งทรงตัวอยู่ได้เพราะรัฐบาลจีนและชาติต่างๆช่วยกันรับซื้อหนี้ของคนอเมริกัน แล้วส่งออกเงินสกุลตนเองไปลงทุนในต่างประเทศ ทั่วทุกมุมโลก

ปริมาณเงินที่มีอยู่มากมายจนล้นโลกผลักดันราคาสินค้าให้พุ่งทะยาน สร้างภาพลวงตาให้คนเข้าใจผิดคิดว่าตนเองมั่งคั่ง จึงใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยไปทั่วทุกมุมเมือง ทั่วทุกมุมโลก ราคาสินค้า ตลาดเงินที่รายงานตัวเลขกันแบบ real time ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐบาลและภาคธุรกิจ John Maynard Keynes เคยกล่าวเอาไว้ว่า

“Speculators may do no harm as bubbles on a steady stream of enterprise. But the position is serious when enterprise becomes the bubble on a whirlpool of speculation. When the capital development of a country becomes a by-product of the activities of a casino, the job is likely to be ill done.”

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s