คิดแบบซุนวู ๑๓ สายลับ


๑๓ สายลับ

ซุนวูกล่าวว่า การยกทัพนับแสนนาย และเดินทัพทางไกลนับพันลี้นั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงความสูญเสียอย่างหนักของประชาชน และทำให้แว่นแคว้นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากร แต่ละวันต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินนับพันออนซ์  เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นทั้งภายนอกและภายในแว่นแคว้น ชายฉกรรจ์มากมายต้องจบสิ้นชีวิตไปก่อนวัยอันควร กว่า ๗ แสนครัวเรือนไม่อาจทำมาหากินได้ตามปกติ

กองทัพทำศึกติดพันกันอยู่หลายปีจึงจะมีผลแพ้ชนะ สงครามยุติได้ด้วยการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในวันเดียว (Hostile armies may face each other for years, striving for victory which is decided in a single day.) ธรรมชาติของสงครามนั้นเป็นเช่นนี้ ตราบใดที่ทั้ง ๒ ฝ่ายยังคงเขม่นเข่นเขี้ยว ตั้งหน้าตั้งตาเป็นศัตรูกัน ธรรมสภาวะดังกล่าวย่อมถูกละเลยมองข้ามไป ไม่มีผู้ใดชื่นชอบพอใจที่จะสูญเสียงบประมาณของแผ่นดินเป็นเงินนับร้อยออนซ์ไปกับสงครามอันป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม

ผู้ปกครองที่มีจิตใจหมกมุ่น ฝักใฝ่อยู่แต่กับการทำศึกสงคราม ย่อมไม่อาจเป็นผู้นำมวลชนได้ ไม่มีผู้ใดเสนอตัวปกป้องบัลลังค์ให้ ไม่มีทางได้เป็นขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ที่รบชนะโดยไร้ผู้ต่อต้านได้

ดังนั้น รัฐฐาธิปัตย์ผู้เปรื่องปราดและเป็นขุนศึกที่ปรึชาสามารถ รบชนะนำชัยโดยไร้ผู้ต่อต้านจึงเป็นเยี่ยงปุถุชน คนธรรมดาสามัญ เพราะรู้ก่อนแล้วล่วงหน้าว่าตนจะได้รับชัยชนะจึงกรีฑาทัพออกรบ

ชัยชนะที่หยั่งรู้ล่วงหน้านั้นไม่ได้มาจากการเสี่ยงทาย เข้าองค์ทรงเจ้า หรือเป็นผู้มีฌานสมาบัติอันใด ไม่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์อันโชกโชน ชำนาญศึก ทั้งยังไม่เกี่ยวข้องกับการคำนวณคาดการณ์แต่อย่างใด

นังยากหนีตาย…หนามยอกเอาหนามบ่ง

๒๗ ก.พ. ๕๗ นรม.๒๘ มอบอำนาจให้ทนายความไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ฐานละเลยการระงับความเสียหายและปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแก่ทางราชการ ป.ป.ช.เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับทราบถึงผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวที่ส่อว่ามีปัญหาและเกิดการทุจริต ทั้งจาก ป.ป.ช., อนุกรรมการปิดบัญชีข้าวเปลือก ที่ได้รายงานว่าพบความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท, จากการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และจากหนังสือของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ขอให้ทบทวนและยุติโครงการเพราะมีปัญหาการทุจริตแล้ว และการเรียกร้องทวงเงินค่าจำนำข้าวจากชาวนา แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้สั่งยุติโครงการเพื่อระงับความเสียหายตามอำนาจที่มีในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11(10) อีกทั้ง ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อไป ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนาของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 157 

นายกฯมีเวลา ๑๕ + ๑๕ = ๓๐ วันคือเดือนมีนาคมทั้งเดือนโดยประมาณสำหรับการชี้แจง แก้ข้อกล่าวหา และเมื่อเข้าสู่เดือนเมษายนก็จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณาว่าคำแก้ตัวของ นรม.๒๘ นั้นฟังขึ้นหรือไม่เพียงใด หาก ป.ป.ช. เห็นว่าคำแก้ตัวของ นรม.๒๘ ฟังไม่ขึ้น ป.ป.ช. ก็จะชี้มูลความผิดของ นรม.๒๘ ฐานจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่/ประมาทเลินเล่อ นรม.๒๘ ก็จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าคดีจะสิ้นสุดยุติ ซ้ำร้าย “ศรส.” อาวุธสำคัญที่รัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือบีบฝ่ายต่อต้านให้เคลื่อนไหวในวงจำกัดเปิดช่องให้กองกำลังติดอาวุธก่อกวน ไล่ถล่มฝ่ายต่อต้านก็เดี้ยงอีกเพราะศาลมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งเลขาสมช.ให้นายถลิล เปลี่ยนศรี

เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ๕๗ ดาวพฤหัสฟื้นจาก “ประ” ย้ายจาก “เมถุน” มา “กรกฎ” ภพมรณะของ นรม. ๒๘ ส่วนราหูก็จะย้ายจาก “ตุลย์” ไปอยู่ที่ “กันย์” ทับลัคน์ของ นรม.๒๓ (ราหูจรทับลัคน์ เล็งราหูเดิมในพื้นชะตาซึ่งอยู่ในภพปัตนิ) … ดูท่าว่างานนี้จะรอดยาก

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นเกมแรง ความพยายามดิ้นหนีตายเฮือกสุดท้ายก่อนหมดอำนาจของ ๒ พี่น้อง

ทางหนึ่งเกิดเหตุยิง/ปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมรายวัน เปิดรับชายฉกรรจ์เข้ารับการฝึกเป็นกองกำลังติดอาวุธ และประกาศกร้าวพร้อมแบ่งแยกดินแดน โดยมีแผนสำรองเป็นการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น

ระหว่างเตรียมการก็ใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง … จัดชุดพิทักษ์ทรราชย์ ประกาศไล่ล่า กดดัน shut down องค์กรอิสระเพื่อสกัดไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง พร้อมใช้มวลชนเป็นเกราะกำบัง ให้กองกำลังติดอาวุธแฝงตัวปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมเพื่อเข่นฆ่าสังหารฝ่ายตรงข้ามแบบที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๕๓

อีกทางหนึ่งก็พร้อมตั้งโต๊ะเจรจา ดึงเลขาฯยูเอ็นซึ่งแสดงท่าทีชัดเจนว่าพร้อมทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้ K-Water มาเป็นคนกลางในการเจรจายุติสงคราม/การก่อการร้าย บันคีมุนจึงต้องปรับท่าทีใหม่ให้มวลชนฝ่ายต่อต้านทรราชย์ยอมรับบทบาทการเป็นคนกลางในการเจรจา แล้วมอบหมายหน้าที่โจมตีมวลชนฝ่ายต่อต้านทรราชย์ ขัดขวางผลประโยชน์ของ K-Water ให้หน่วยงานอื่นในสังกัดสหประชาชาติทำหน้าที่แทน ส่วนพี่ใหญ่อเมริกันนั้นจมูกไวกว่า เชี่ยวชาญ ช่ำชองมากกว่า เพราะผ่านงานการแทรกแซงกิจการภายใน สนับสนุนและต่อต้านการก่อการร้ายมาแล้วหลายประเทศจึงมั่นใจว่ายังไงๆก็ไปไม่รอดแน่นอน ทั้ง BBC CNN และกระทรวงต่างประเทศสหรัฐจึงปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่แบบหน้ามือเป็นหลังตีน

คนไทยจึงเริ่มมีความหวังอย่างลมๆแล้งๆว่าเหตุระเบิดรายวันจะสิ้นสุดยุติ แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ได้สดใสสวยงามเช่นที่คิดที่ฝันและหวังไว้

มวลชนนั้นเกิดขึ้นก่อนเทือก “กปท.” เกิดก่อน “คปท.” กปท.ยอมหยุด เด็กอาชีวะไม่ยอมจึงรวมตัวกันปิดแยกอุรุพงษ์ “คปท.” จึงถือกำเนิดขึ้น มีแนวร่วมเป็นชาวสวนยางและสวนปาล์มที่ต่อสู้เรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาราคายางและปาล์มตกต่ำ มีแพทย์ชนบทที่ต่อสู้อย่างเข้มแข็งและมุ่งมั่นเพื่อสกัด P4P “ล่าแต้ม” เมดิคัลฮับดูดแพทย์รพ.รัฐไปยังรพ.เอกชน ปรองดองต้องนิรโทษยกเข่งทำให้คนเมืองและคนกรุงเห็นพ้องต้องกันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูป กระบวนการปฏิรูปต้องปราศจากนักการเมืองซึ่งเป็นตัวปัญหา และตบท้ายต้องชาวนาที่มาทวงเงินจำนำข้าวที่รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้ ชาวนาไม่มีจะกิน ไม่มีทุนทำกินเพราะรัฐบาลเบี้ยวหนี้ค่าข้าว ส่วนธ.ก.ส.ซึ่งมีรัฐเป็นเจ้าของก็ยังคงเดินหน้าค้ากำไรต่อไป คิดดอกเบี้ยเงินกู้จากชาวนาทั้งๆที่เจ้าของธนาคารเป็นผู้เบี้ยวหนี้เขา ทำให้ชาวนาเดือดร้อน

การเจรจาระหว่างเทือกกับร่างทรงคนไกลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย … ผีบอกร่างทรงให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติประกอบด้วยพรรคการเมืองทุกพรรค เทือกยอมรับเงื่อนไขแต่มวลชนยืนยันว่ารัฐบาลเฉพาะกาลต้องปลอดนักการเมือง ผีบอกไม่เอาเพราะหากเป็นเช่นนั้นความผิดฐานคอรัปชั่นจะไม่มีอายุความ ผีบอกก็จะอดกลับบ้านอย่างเท่ๆ ผีบอกไม่ยอมแน่ ส่วนเทือกรับปากผีไปแล้วก็เสียรังวัด ความเคลือบแคลง หวาดระแวงในจิตเจตนาของนักการเมืองที่ยอมทิ้งอำนาจราชศักดิ์มากินนอนข้างถนน เป็นแกนนำมวลชนก็จะขยายวงกว้าง “กูว่าแล้ว” ค่อยๆดังขึ้น วีรบุรุษเทือกกลับกลายไร้ค่า ไร้ราคา หมดที่ยืนในสังคมตามผีบอกไปด้วยอีกคน  ฯลฯ

คนไทยทำใจยอมรับความจริงว่า กปปส. คือมวลชนซึ่งมีความหลากหลาย เทือกไม่มีทางโน้มน้าวมวลชนทุกหมู่เหล่าให้เห็นด้วยกับข้อแลกเปลี่ยนใดๆได้ อีกฝ่ายหนึ่งก็เช่นกัน ตัวจริงเสียงจริงนั้นอยู่ต่างแดน เป็นคนกะล่อน ปลิ้นปล้อน กลับกลอกไปมา วาจาเชื่อถือไม่ได้ พูดอย่างทำอย่าง ปากบอกรวยแล้ว พอแล้วแต่คดีทุจริตคอรัปชั่นคั่งค้างรออยู่เต็มศาล ฯลฯ วิกฤติสังคม-การเมืองนี้ฉากจบจึงเริ่มต้นที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ศาลลงทัณฑ์คนทำผิดโดยไม่ละเว้น ไม่เลือกข้าง อำนาจต่อรองของทรราชย์มีเพียงแค่ว่าขอโอกาสให้นังยากหนีคดี หอบเงินออกไปเสวยสุขนอกประเทศตามผีบอก ส่วนแกนนำมวลชนที่กระทำเกินกว่าเหตุ กำหนดยุทธศาสตร์ผิดพลาดก็ต้องก้มหน้าก้มตารับสภาพว่าตนเองก็ทำความผิด ขัดขวางการเลือกตั้ง ฯลฯ หวังว่าศาลจะเมตตา “รอลงอาญา” เพียงเท่านั้น เช่นนี้บ้านเมืองจึงจะคืนกลับสู่ความสงบ กฎหมายกลับมาศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเคารพคำตัดสินของศาล มากกว่านั้นยากที่มวลชนจะยอมรับได้ ป.ป.ช.และศาลล้มมวย หรือเล่นงานเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ละเว้นอีกฝ่ายหนึ่ง ป.ป.ช.กับศาลก็จะอยู่ไม่ได้ เฉกเช่นที่กรมการปกครอง ตำรวจ และดีเอสไอตกเป็นเป้าหมายในการปฏิรูปประเทศนั่นเอง

สายลับประเภทต่างๆ

การล่วงรู้ความเป็นไปของศัตรูเป็นผลจากผู้อื่นมาบอกเล่าให้เราฟัง นั่นคือผลของการรู้จักใช้สายลับสืบความเป็นไป สายลับนั้นมีอยู่ ๕ ประเภท คือ สายลับท้องถิ่น(local spies) สายลับภายใน(inward spies) สายลับกลับใจ(converted spies) สายลับจำใจ(doomed spies) และสายลับหนีตาย(surviving spies)

ช่วงใช้สายลับทั้ง ๕ ประเภททำงาน จึงไม่มีสิ่งใดหลงหูหลงตา ปิดบังซ่อนเร้นหูตาของเราได้ สำคัญที่ต้องวางสายให้ครอบคลุมทั่วถึง เป็นระบบ และปิดลับ แยกส่วนเพื่อความปลอดภัย ร้อยเรียงประมวลกลับด้วยความระมัดระวัง สายลับจึงเป็นความลับ ไม่มีความลับใดถูกปกปิดให้พ้นหูพ้นตาเจ้าแคว้น ผู้ปกครองได้ สายลับจึงเป็นหน่วยงาน องคาพยพที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ปกครองแว่นแคว้นต่างๆ

  • สายลับท้องถิ่น(Local spying invaders) คือ สายลับที่ได้จากการว่าจ้างคนในพื้นที่ให้ทำหน้าที่เป็นสายรายงานข่าวมาให้เรา
  • สายลับภายใน(In ward spies) คือ สายลับที่เป็นเจ้าหน้าที่ในกองทัพศัตรูที่ถูกเราว่าจ้าง ซื้อตัวไว้ ให้ทำหน้าที่เป็นสายรายงานข่าวส่งมาให้เรา
  • สายลับกลับใจ(Converted spies) คือ สายลับของฝ่ายตรงข้ามที่ถูกเราจับตัวได้แล้วเกลี้ยกล่อมให้กลับใจมาทำงานให้เราแทน
  • สายลับจำใจ(Doomed spies) คือ การสร้างสถานการณ์บางอย่างขึ้นมาเพื่อเปิดทางให้สายลับจำเป็นสามารถแฝงตัวเข้าไปฝังตัว สืบข่าว หรือทำงานบางอย่างที่ได้รับมอบหมายในดินแดน แว่นแคว้น หรือกองทัพของศัตรูให้บรรลุผล
  • สายลับหนีตาย(Surviving spies) คือ บุคคลที่สามารถหลบหนีออกมาจากอาณาเขตดินแดน แว่นแคว้น หรือกองทัพของฝ่ายศัตรูได้ แล้วรายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหวภายในแว่นแคว้น กองทัพของฝ่ายศัตรูให้เราล่วงรู้

กองทัพไม่อาจเปิดเผยตัวตน ฐานะ ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับสายลับได้ สายลับจึงสามารถฝังตัวเป็นสายเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆของฝ่ายตรงข้ามกลับมาได้ สายลับคือคนทำงานที่ต้องเสียสละเป็นอย่างยิ่ง ผลงานของเขาไม่อาจเปิดเผย ชื่นชม และตบรางวัลให้ได้แต่อย่างใด ตัวตนและผลงานล้วนถูกปกปิด รักษาไว้เป็นความลับสืบไป ทั้งๆที่คนที่จะทำงานเป็นสายลับได้นั้นต้องฉลาดหลักแหลม มีสัญชาติญาณ “จมูกไว” กว่าบุคคลทั่วไปแท้ๆ

ประชาชนทุกคนคือสื่อมวลชนในยุค Social Media

สังคมไทยทุกวันนี้อยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ ปกติวิสัยของคนทำมาค้าขายคือคุยได้เรื่อยๆ คุยได้กับทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกสี ดังนั้นคนทำมาค้าขายจึงล่วงรู้ความเป็นไปของสังคมมากกว่ามนุษย์เงินเดือน แต่ปี ๒๕๕๗ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป คนทำมาค้าขายที่ว่ามนุษย์สัมพันธ์ดี มีคนรู้จักมากมาย คุยได้กับทุกคน ตอนนี้กลับกลายเป็นคนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ แสดงออกชัดเจนว่าอยู่ข้างไหน ใครเห็นต่างกลับกลายเป็นศัตรู การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้สึกนึกคิดระหว่างคนต่างกลุ่ม ต่างความคิดทำไม่ได้อีกต่อไปเพราะความเห็นต่างทางการเมือง นี่คือผลพวงของสงครามข่าวสารที่ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งของฝ่ายล้มเจ้า

๕ มีนาคม ... วันนักข่าว
๕ มีนาคม … วันนักข่าว

๕ มีนาคม วันนักข่าว แต่ทุกวันนี้คนไทยมากมายไม่ได้ติดตามข่าวสารข้อมูลความเป็นไปของบ้านเมืองผ่านหนังสือพิมพ์หรือแม้กระทั่งฟรีทีวี ความจริงเยอะแยะมากมายถูกผู้ทำงานด้านสื่อสารมวลชนซึ่งเป็นมืออาชีพปกปิด ด้านหนึ่งคือสื่อเลือกข้าง นำเสนอเฉพาะรายงานข่าวสารข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายตนเท่านั้น อีกด้านหนึ่งคือสื่อที่ถูกปิดปาก อำนาจรัฐ/อำนาจทุนครอบงำ บงการให้ปิดข่าวหรือเสนอข่าวสารอย่างบิดเบือนเพือรักษาอำนาจของผู้เกาะกุมอำนาจรัฐ/อำนาจทุน คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงปฏิเสธการติดตามข่าวสารบ้านเมืองผ่านสื่อหลัก หันมาติดตามข่าวสารข้อมูลผ่านทางโซเชียลมีเดียที่มีตัวเราเองและเครือข่ายเพื่อนฝูงในแวดวงสังคมออนไลน์เป็นผู้รายงาน ข่าวสารในสังคมออนไลน์นั้นเชื่อถือทั้งหมดไม่ได้ ต้องฟังหูไว้หู ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านเป็นอย่างมาก เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วอะไรจริง อะไรลวง

… ด้านหนึ่งสื่อต่างรวมตัวเรียกร้องเสรีภาพ ต่อต้านการคุกคามสื่อ เอ่ยอ้างเสมอว่าสื่อสามารถกำกับดูแลสื่อด้วยกันเองได้ สื่อมีจรรยาบรรณสื่อ แต่สังคมกลับมองว่าสื่อต้องปฏิรูป และพยายามปฏิรูปสื่อกันมาแล้วหลายครั้งเพื่อให้สื่อเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงของอำนาจมืดทั้งหลายทั้งปวง ทั้งอำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจของศรัทธาความเชื่อส่วนบุคคลของสื่อแต่ละคน แต่ละค่าย แล้วคำตอบของการปฏิรูปสื่อคืออะไร เมื่อสื่อยุคใหม่ไม่ได้มีแค่หนังสือพิมพ์และฟรีทีวีอีกต่อไปแล้ว ทีวีดาวเทียม/เคเบิ้ลทีวีเยอะแยะมากมายเป็นดอกเห็ด นำเสนอข่าวสารแบบตัวกูของกู เรื่องของกู ตามใจกู แท้จริงแล้วสื่อเสรีเกินไปหรือสื่อไร้เสรีภาพ(ตกอยู่ภายใต้อำนาจรัฐ อำนาจทุน)กันแน่ ???????

… อีกด้านหนึ่งคือความคาดหวังของสังคม ผู้ชมย่อมอยากรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ความจริงคืออะไร การชี้ผิด/ถูก-ดี/ชั่วนั้นยังก้ำกึ่งว่าใช่หน้าที่สื่อหรือไม่ แต่การนำเสนอความจริงว่าสังคมไทยมันเกิดอะไรขึ้นมันคือหน้าที่ๆสื่อไม่อาจปฏิเสธได้อย่างแน่นอน

…. อีกด้านหนึ่งก็คือสื่อมีความหลากหลาย : ช่อง ๓ และช่อง ๗ รัฐปล่อยให้เอกชนดำเนินการจึงเป็นสื่อรัฐภายใต้อำนาจทุน ; ช่อง ๙ อสมท.ถูกแปรรูปเข้าตลาดหุ้นจึงมุ่งเน้นแสวงกำไร แต่รัฐในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ยังสามารถครอบงำได้บ้าง ; ช่อง ๑๑ เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของรัฐ มีหน้าที่รับใช้รัฐอย่างเต็มรูปแบบ ; ไทยพีบีเอส เป็นสื่อเสรี องค์การมหาชนที่สังคมคาดหวังว่าจะเป็นสื่อต้นแบบในยามปกติ และเป็นสื่อที่พึ่งพาได้ในยามวิกฤติ องค์การมหาชนแห่งนี้จะต้องกล้ำนำเสนอข่าวสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้านให้สังคมรับรู้เพราะสื่อแห่งนี้ดำเนินการด้วยเงินภาษีของประชาชน เป็นองค์การมหาชนที่รัฐไม่อาจแทรกแซงได้ ; ช่อง ๕ เป็นสื่อทหารที่ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ทหารย่อมสามารถใช้ ททบ.๕ เป็นกระบอกเสียงสำหรับปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง จิตวิทยามวลชนได้ แต่ทหารก็ไม่เคยใช้ ททบ.๕ ให้เกิดประโยชน์ด้านความมั่นคงเลย เหตุการณ์ความไม่สงบจึงลุกลามบานปลาย ประชาชนสงสัยว่าอะไรเท็จอะไรจริง แม้แต่ ททบ.๕ ก็ไม่กล้านำเสนอข่าวว่าอะไรเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้บ้าง พ่อถูกบั่นทอนทำลายอย่างไร ความพยายามในการตั้งกองกำลังส่วนตัวเพื่อแบ่งแยกดินแดนจึงเกิดขึ้น

ดังนั้นสังคมไทยอย่าได้แปลกใจหากผลสำรวจจะออกมาว่าคนเหนือ คนอีสานต้องการแบ่งแยกดินแดน ทหาร/ศาล/องค์กรอิสระลำเอียงเลือกข้าง พวกที่ต้องการล้มเจ้า/แบ่งแยกดินแดนเป็นผู้ถูกกระทำ เป็นกลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อปกปักษ์รักษาระบอบประชาธิปไตย ฯลฯ นั่นเป็นเพราะสงครามข่าวสาร สงครามจิตวิทยามวลชนนั้นเป็นจุดแข็งของฝ่ายล้มเจ้า แต่เป็นจุดอ่อนของกองทัพ ฝ่ายความมั่นคงนั่นเอง

… ถ้าฝ่ายความมั่นคงนิ่งเฉย อะลุ่มอล่วย การจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธเพื่อแบ่งแยกประเทศก็จะกระทำการได้โดยเปิดเผย

… ถ้าฝ่ายความมั่นคงจัดการขั้นเด็ดขาด ผู้ว่าฯ ตำรวจ อัยการเฉย ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น การจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธเพื่อแบ่งแยกประเทศก็จะกระทำการได้โดยเปิดเผย

… ถ้าฝ่ายความมั่นคงจัดการขั้นเด็ดขาด ผู้กระทำถูกดำเนินคดีฐานอั้งยี่และกบฏ ฝ่ายแบ่งแยกก็จะใช้สื่อในมือกดดันโจมตีทหารว่าลำเอียง เลือกข้าง หากทหารนิ่งเฉยไม่ตอบโต้ ประชาชนซึ่งมีแนวโน้มว่าจะคิด จะเชื่อเช่นนั้นเพราะศรัทธาในตัวผู้นำทางจิตวิญญาณ ศรัทธาต่อสื่อเลือกข้างที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารมานานเกือบ ๑๐ ปี ทหารกลับกลายเป็นเป้าโจมตีของประชาชนฝ่ายสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน การจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธเพื่อแบ่งแยกดินแดนก็จะดำเนินต่อไปในทางลับ

… ถ้าฝ่ายความมั่นคงจัดการขั้นเด็ดขาด ใช้สื่อที่ทหารมีอยู่ในมือเป็นกระบอกเสียง นำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนรอบด้านอย่างเป็นระบบ เข้าถึงประชาชนตรงจุด ตรงประเด็น ตรงกลุ่มเป้าหมาย ศรัทธาความมัวเมาหลงผิดก็จะค่อยๆมลายหายไป ความพยายามในการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธเพื่อแบ่งแยกดินแดนดำเนินไปในวงจำกัด ประชาชนเห็นพ้องต้องกันเรื่องการปฏิรูปประเทศ ร่วมกันคิด ร่วมกันแสวงหาทางออก ช่วยกันเป็นหูเป็นตาสกัดความพยายามในการแบ่งแยกดินแดน

มึงกับกู...แยกแผ่นดินกันเลย โกตี๋ เรดการ์ด
มึงกับกู…แยกแผ่นดินกันเลย โกตี๋ เรดการ์ด

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ “มิตรที่ถูกผลักไสให้เป็นศัตรูยกเข่ง”

ตำรวจทั้งประเทศมี ๒ แสนนาย กำลังพลขนาดนี้มากพอที่จะจัดตั้งเป็นกองทัพแดงเพื่อสู้รบทำสงครามซึ่งหน้า สงครามกลางเมืองเพื่อแบ่งแยกประเทศได้ การประกาศทำสงครามกับตำรวจ กำหนดสถานะตำรวจทั้ง ๒ แสนนายว่าเป็นศัตรูจึงไม่ใช่เรื่องที่เฉลียวฉลาดแต่อย่างใด อีกทั้งตำรวจทั้ง ๒ แสนนายก็ไม่ได้เห็นพ้องต้องกันว่ามวลมหาประชาชนคือศัตรู คนแดนไกลคือผู้นำสูงสุด เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของตำรวจไทยทุกคน มีตำรวจไทยมากมายที่ยังจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

การปฏิรูปตำรวจก็ไม่ได้หมายความว่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตราชการของตำรวจทั้ง ๒ แสนนาย ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่รายได้จากส่วยที่ส่งขึ้นมาจากทั่วประเทศจะสูญหายไปทั้งหมดหากตำรวจย้ายไปสังกัดท้องถิ่น

ส่วนผู้กำกับสถานีหรือตำรวจท้องที่นั้นไม่ได้รับผลกระทบอันใด หากระบบส่วยยังอยู่ ผู้กำกับก็ยังคงมีรายได้จากส่วยในท้องที่กินอยู่ดี เผลอๆอาจจะมีรายได้สกปรกจากการเก็บส่วยในท้องที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยซ้ำไปเพราะไม่ต้องแบ่งส่วยส่งไปให้เบื้องบนที่มีอยู่อีกหลายระดับชั้น อย่างมากปลิงที่เคยรอสูบเลือดเป็นฝูงก็เหลือแค่ นายกอบต. นายกอบจ. แล้วแต่ว่าจะย้ายตำรวจไปสังกัดที่ใด

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายตำรวจระดับสูงจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับรัฐบาลเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ไว้ ไม่ให้ตำรวจถูกแยกส่วนไปขึ้นกับท้องถิ่น ขณะที่ตำรวจชั้นประทวนไม่ได้มีความเต็มใจมากนักที่จะต้องออกไปต่อสู้ ทิ้งบ้าน ทิ้งครอบครัวลูกเมียไว้เบื้องหลัง กินข้าวกล่อง นอนเต๊นท์บนพื้นปูน พื้นถนน เพื่อรักษาระบบรวมศูนย์อำนาจของสตช.ไว้ให้คงอยู่ต่อไป หมู่-จ่าอย่างดีก็ได้เป็นนายดาบตอนก่อนเกษียณก็เท่านั้นเอง ผิดกับนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่ความก้าวหน้าหายไปทันที(ขึ้นอยู่กับว่าจะกำหนดที่มาของ นายตำรวจระดับสูงสังกัดส่วนกลางกันอย่างไร)

แต่หากการเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งเงินเดือนที่เพียงพอแก่การยังชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ศักดิ์ศรี ภาพพจน์ที่ดีขึ้น ตำรวจคงจะมีกะจิตกะใจที่จะสู้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่เวทีปฏิรูปต้องหยิบยกขึ้นมาถก ดึงตำรวจเข้ามาร่วมวงสนทนาว่าจะทำให้ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงได้อย่างไร ทำอย่างไรให้ตำรวจมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาการรีดไถ แล้วคุณจะได้ตำรวจเกือบ ๒ แสนนายมายืนเคียงข้างร่วมกันต่อสู้เพื่อปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่มีตำรวจกว่า ๒ แสนนายเป็นศัตรูแบบที่กำลังคิด กำลังทำกันอยู่ในทุกวันนี้

ตำรวจยูเครนขอโทษประชาชน
ตำรวจยูเครนขอโทษประชาชน

 

เทคนิคการจารกรรมข้อมูล

ผู้ปกครองแว่นแคว้นย่อมไม่สามารถดำเนินการสิ่งใดๆได้อย่างเหมาะสมหากจิตใจปราศจากความเมตตา สายตาก็คับแคบไม่คิดเผื่อมองการณ์ไปข้างหน้า

บุคคลผู้มีจิตใจอันคับแคบ ทั้งยังหาสติปัญญาอันใดมิได้ย่อมไม่อาจแยกแยะเท็จจริงจากข่าวสารที่สายรายงานมาได้ ใช้สายทุกรูปแบบทำงาน ใช้วิจารณญาณแยกแยะความจริงและเท็จ

ความลับที่สายรายงานมาทำให้ล่วงรู้แผนการล่วงหน้า ทั้งสายลับผู้สืบข่าวและแหล่งข่าวที่ปากโป้งเปิดเผยความลับจะต้องถูกกำจัดดทิ้ง

ไม่ว่าเป้าประสงค์จะมุ่งบดขยี้กองทัพ โจมตีเมือง หรือลอบสังหารบุคคลสำคัญล้วนเริ่มต้นด้วยการหาใครสักคนคอยช่วยเหลือ เป็นสายรายงานมาจากภายใน การจัดเวรยามเฝ้าประตูดูทาง และคนสนิท-ผู้ติดตามของแม่ทัพนายกองผู้มีอำนาจสั่งการ ล้วนเป็นภารกิจที่สายต้องสืบและรายงาน

สายข่าวที่ศัตรูส่งมาฝังตัวเพื่อรายงานข่าวกลับไปต้องสืบรู้ให้ได้ ทดสอบท่าทีด้วยการลองติดสินบน ปล่อยปละละเลยให้มีอิสระ และให้อยู่ในบ้านพักหรูหราสะดวกสบายเพื่อหยั่งดูทีท่า หากสายซื้อได้ ยอมกลับใจเปลี่ยนข้างจงช่วงใช้ให้เกิดประโยชน์

สายลับกลับใจย่อมชี้ช่อง เบาะแส แนะนำสายคนอื่นๆมาให้ช่วงใช้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นสายข่าวที่เป็นคนพื้นถิ่น(local spy) และบุคคลที่สามารถช่วงใช้ “ซื้อตัว” ให้ทำหน้าที่ไส้ศึก(inward spy) เป็นสายรายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหว ความเป็นไปภายในของฝ่ายตรงข้ามได้

ข่าวสารที่ได้จากสายลับกลับใจ(doomed spy)ยังช่วยให้เราสามารถใช้เป็นเบาะแสเพื่อปล่อยข่าวลวงกลับไปให้ฝ่ายตรงข้ามหลงทาง เข้าใจผิด เดินมาติดกับดักของฝ่ายเราได้ สายลับกลับใจย่อมรู้ดีที่สุดว่าจะหลอกลวงฝ่ายตรงข้ามอย่างไรให้แนบเนียน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามหลงเชื่อ และเดินมาติดกับดักที่เราวางไว้ได้

ข่าวสารที่ได้จากสายเดนตาย(surviving spy)ย่อมสามารถนำมาใช้เพื่อจัดกำลัง ปรับแผน กำหนดยุทธวิธีได้อย่างเหมาะสม

ผบ.ซีลกับการโยกย้ายกลางปี

ข่าวลือหนาหู การเมืองล้วงลูกสั่งย้ายผบ.หน่วยซีล ผบ.ทร.เองก็ไม่พอใจกับข่าวคราวทหารหน่วยซีลถูกจับกุมหลายครั้ง ขณะที่มวลมหาประชาชนออกมาปกป้องเรียกร้อง ถวายฎีกาเพื่อช่วยเหลือผบ.หน่วยซีล

หากพิจารณาตามสภาพความเป็นจริง “ความเชื่อของประชาชน” จะพบว่า ประชาชนเชื่อว่าทหารเลือกข้าง ทหารอยู่ข้างประชาชน ปกป้องพระราชา ทหารตำรวจมากมายแฝงตัว ฝังตัวอยู่ในม็อบเพื่อ (๑) หาข่าว (๒) สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายมวลชนเพื่อให้รัฐมีความชอบธรรมในการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมหรือแม้กระทั่งสังหารผู้ชุมนุมได้โดยไม่มีความผิด  (๓) คุ้มครองแกนนำและมวลชน (๔) ก่อกวนมวลชนให้หวาดกลัว สลายตัว ไม่กล้าเข้าร่วมการชุมนุม ฯลฯ

ทหารตำรวจที่แฝงตัวเข้ามาปฏิบัติภารกิจเมื่อถูกจับได้ย่อมสร้างความเสียหายให้กับต้นสังกัด ตำรวจกลายเป็นผู้พิทักษ์ทรราชย์ ทหารกลับกลายเป็นทหารเลือกข้าง ทำให้แผนการที่หน่วยงานวางไว้ต้องล้มเลิก/ปรับเปลี่ยน ศาลคุ้มครองการชุมนุมและออกข้อห้าม ๙ ประการเพราะศาลและสังคมต่างรับรู้และเชื่อว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นรัฐเป็นผู้ก่อขึ้น ตำรวจและทหารตกเป็นเป้าโจมตีของมวลชนฝ่ายตรงข้ามเพราะถูกจับได้ว่าแฝงตัวเข้าไปทำร้าย/ช่วยเหลือ คุ้มครองผู้ชุมนุม

ขณะที่ความสับสนวุ่นวายทางสังคมการเมืองที่เกิดขึ้นและยังคงดำรงต่อไปในปัจจุบันไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การล้มรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการดำรงคงอยู่ของสถาบันกษัตริย์และรูปแบบแห่งรัฐว่าประเทศไทยจะเป็นรัฐเดี่ยวหรือแบ่งเป็น ๒ – ๔ มณฑล/แว่นแคว้น ดังนั้นการปฏิบัติภารกิจของทหารและตำรวจจึงมีความสำคัญยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติงานไม่อาจปฏิบัติภารกิจด้วยโทสะ โมหะ ความใจร้อนวู่วามได้ เมื่อผบ.หน่วยซีลใช้อารมณ์อันวู่วามสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงบนสถานการณ์อันล่อแหลม สุ่มเสี่ยง ทั้งยังนำความลับออกมาเปิดเผยว่ากองกำลังที่มาแฝงตัวทำร้ายผู้ชุมนุมนั้นเป็นชุดเดียวกันกับปี ๕๓ ย่อมแสดงให้เห็นว่าผบ.หน่วยซีลไม่เหมาะสำหรับภารกิจแฝงตัวหาข่าว คุ้มครองมวลชน การเปลี่ยนตัวผบ.หน่วยซีลเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของหน่วยซีลให้สุขุม รอบคอบ ระมัดระวังตัวมากกว่านี้จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม แต่หากการโยกย้ายเป็นไปด้วยเหตุผลทางการเมือง ผู้บังคับบัญชาก็ต้องชี้แจงแถลงไขเคลียร์ใจผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี อย่าให้ลูกน้องเสียขวัญ เสียกำลังใจได้

เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของสายข่าว

เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการใช้สายลับสืบข่าวคราวความเคลื่อนไหวของศัตรูจึงมี ๕ ประการ ข่าวสารเหล่านี้หาได้จากการใช้สายข่าวเฉกเช่นสายลับกลับใจ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปฏิบัติต่อสายลับกลับใจอย่างดีที่สุด

สมัยโบราณกาล เมื่อครั้งราชวงศ์อินรุ่งเรือง (the Yin dynasty : 1766 – 1122 B.C.)อิจื้อ(I Chih)เคยทำงานรับใช้ราชวงศ์เซี่ยมาก่อน(the Hsia :2205 – 1766 B.C.) เมื่อครั้งราชวงศ์โจว(the Chou dynasty : 1122 – 256 B.C.) รุ่งเรืองก็เช่นกัน หลู่หยา(Lu Ya)ก็เคยรับใช้รายวงศ์อิน(the Yin)มาก่อน

ดังนั้น จึงมีเพียงผู้ปกครองที่เปรื่องปราดและขุนพลที่หลักแหลมเท่านั้นที่สามารถช่วงใช้สายลับให้ปฏิบัติภารกิจทางทหารได้อย่างครอบคลุม รอบด้าน และได้ผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างยิ่ง สายลับทางทหารจึงเป็นเครื่องมือ กลไกของกองทัพที่สำคัญสูงสุดในการสงคราม กองทัพรุกคืบหรือตั้งรับอย่างไร แพ้พ่ายหรือได้ชัยยากง่ายล้วนมีสายลับเป็นตัวกำหนดชี้เป็นชี้ตาย

เลือกตั้งก่อนปฏิรูป

กปปส.ประกาศต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่กลับยอมให้มีการเลือกตั้งส.ว. ผู้สมัคร ส.ว. หลายคนที่เป็นตัวเก็งล้วนมีพรรคการเมืองใหญ่ให้การสนับสนุน หลังการเลือกตั้งสภาสูง-สภาล่างย่อมหนีไม่พ้นสภาพ “สภาผัวเมีย” ที่มวลมหาประชาชนชิงชังรังเกียจ หลายคนเคลือบแคลงสงสัยว่าทำไมยอมให้มีการเลือกตั้งส.ว.ได้ มวลชนนั้นแสดงออกชัดเจนว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ผู้สมัครหลายคนที่เคยขึ้นเวทีกปปส.เจอกระแสมวลชนต่อต้าน ตราหน้าว่าโหนกระแส 

หลังการเลือกตั้้ง ส.ว.คือผู้ชี้เป็นชี้ตายเรื่องนายกฯเฉพาะกาล ขั้วการเมือง ๒ ฝั่งมีเวทีให้เจรจาต่อรอง  หากการเลือกตั้งส.ว.ทำให้สภาสูงไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมเพื่อเปิดสภาเฟ้นหานายกฯเฉพาะกาลเพื่อปฏิรูปการเมือง มวลชนย่อมสามารถยอมรับได้ ๒ ฝ่ายมีทางลง ประเทศไทยมีทางออก หากสถานการณ์พลิกผันต่างฝ่ายต่างดื้อรั้นก็จะพังด้วยกันทั้งคู่ :

… กปปส.จะเสียรังวัดที่ยอมให้มีการเลือกตั้งก่อนปฏิรูป ยอมให้เกิดสภาผัวเมีย หุ่นเชิดสภาล่าง

… รัฐบาลทรราชย์สูญเสียโอกาสในการเจรจาต่อรอง ร่วมกำหนดตัวนายกฯเฉพาะกาล เปิดทางหนีให้หุ่นเชิดเจ้าน้ำตาไม่ต้องติดคุกติดตะรางจากสารพัดคดีความ

… เช่นนี้แล้วพวกสู้แล้วรวยจะว่าอย่างไร จะยอมให้ ๒ ฝ่ายเจรจาบรรลุข้อตกลงกันหรือไม่ บ้านเมืองสงบ ตนเองตกงาน ขาดรายได้ ซ้ำร้ายถูกกรรมไล่ล่า ฝ่ายความมั่นคงจะว่าอย่างไร

สายลับทั้ง ๕ จึงมีความสำคัญด้วยเหตุเช่นนี้เอง อ่านสามก๊กบทบาทสายลับอาจไม่ชัดเจนเท่าเลียดก๊ก บ่อยครั้งที่สงครามเกิดขึ้น/ระงับไปด้วยผลงานของสายลับ “คนร่วมเรียงเคียงหมอน” บ้านเมืองเจริญ/เสื่อมทรุดเพราะสายลับ “ขุนนางคนสนิท” ขายนาย/ยุยงส่งเสริมเจ้าชีวิตไปในทางที่ผิด ฯลฯ  

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s