คิดแบบซุนวู ๑๐ นานายุทธภูมิ


คิดแบบซุนวู ๑๐ นานายุทธภูมิ

ซุนวูกล่าวว่าเราสามารถจำแนกความแตกต่างของยุทธภูมิได้ ๖ ลักษณะ คือ  ยุทธภูมิเปิด(accessible ground)  ยุทธภูมิที่ยากเข้าตี(entangling ground) ยุทธภูมิที่ยากแก่การเคลื่อนทัพ(temporizing ground) ชัยภูมิแบบคับแคบ(narrow passes)  ยุทธภูมิบนที่ลาดชัน(precipitous heights) และยุทธภูมิที่อยู่ห่างไกล(positions at a great distance from the enemy)

ยุทธภูมิเปิด (Accessible) คือสมรภูมิรบที่ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างเคลื่อนทัพมายังสมรภูมิรบได้โดยสะดวก สมรภูมิแบบนี้หากฝ่ายเราเคลื่อนทัพมาถึงก่อนฝ่ายตรงข้ามให้ยึดชัยภูมิด้านทิศตะวันออกเอาไว้เป็นสำคัญ(ป้องกันปัญหาเรื่องพระอาทิตย์แยงตาขณะทำการรบพุ่ง) และต้องรักษาเส้นทางลำเลียงเสบียงเอาไว้ให้ปลอดภัย กองทัพจึงสามารถรุกรบกับฝ่ายตรงข้ามได้บนชัยภูมิที่ตนเป็นฝ่ายมีเปรียบ

ยุทธภูมิที่ยากเข้าตี (Entangling)  คือ สมรภูมิที่กองทัพถอนค่ายออกไปจากชัยภูมิเช่นนี้แล้วจะกลับมายึดพื้นที่คืนอีกครั้งได้ยาก ชัยภูมิลักษณะนี้ หากฝ่ายตรงข้ามประมาทเลินเล่อ ไม่เฝ้าระวังรักษาไว้ให้ดี ต้องเร่งรุดยกทัพมาตี ยึดชัยภูมิเช่นนี้มาเป็นของเราให้ได้ และตั้งค่ายมั่นไว้ รักษาชัยภูมิเช่นนี้เอาไว้ให้ดี  แต่หากฝ่ายตรงข้ามเตรียมการป้องกัน รักษาชัยภูมิเช่นนี้ไว้อย่างดีแล้วย่อมเป็นการยากที่จะบุกยึด โจมตี แย่งชิงทำเลเช่นนี้มาได้ ดังนั้น ต้องยอมถอยทัพกลับสู่ที่ตั้งเดิม กองทัพที่ยกไปจึงไม่ถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีทำลายจนย่อยยับอัปราชัย

ยุทธภูมิที่ยากแก่การเคลื่อนทัพ (Temporizing) คือ สมรภูมิที่ไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์จากการยกทัพมาตั้งป้อมค่ายรับมืออีกฝ่ายหนึ่งได้ก่อน   ชัยภูมิประเภทนี้แม้ฝ่ายตรงข้ามจะขุดบ่อล่อปลา หลอกล่อให้เรารุกเข้าพื้นที่ลักษณะดังกล่าวไปโจมตีก็ไม่มีฝ่ายใดใช้พื้นที่ดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ในการทำศึกเหนืออีกฝ่ายหนึ่งได้ ทั้งยังเป็นพื้นที่ๆยากลำบากในการล่าถอย ชัยภูมิเช่นนี้จึงต้องหลอกล่อให้ฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนทัพก่อน เมื่อฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างการถอนทัพออกไปจากภูมิประเทศลักษณะนี้แบบครึ่งๆกลางๆก็ให้ยกทัพเข้ารุกบุกโจมตีในทันที จึงได้ชื่อว่าใช้ชัยภูมิให้เป็นประโยชน์กับฝ่ายตน

ชัยภูมิแบบคับแคบ (Narrow passes) หากกองทัพของฝ่ายเราสามารถยึดครองชัยภูมิที่มีลักษณะคับแคบ เช่น ช่องเขาได้ก่อน จงตั้งทัพรักษาพื้นที่ลักษณะนี้ไว้ให้ดีและรอคอยให้กองทัพของฝ่ายตรงข้ามเดินทัพผ่านมา แต่หากฝ่ายตรงข้ามยึดชัยภูมิเช่นนี้ได้ก่อนและตั้งกองทหารรักษาช่องเขาเอาไว้เป็นอย่างดี พึงหลีกเลี่ยงที่จะเดินทัพผ่านช่องเขาดังกล่าว ยกเว้นแต่ว่าฝ่ายตรงข้ามวางกำลังรักษาชัยภูมิไว้อย่างหละหลวม ไม่มากนัก จึงสามารถบุกเข้าโจมตีแย่งชิงพื้นที่ได้

ยุทธภูมิบนที่ลาดชัน (Heights) พึงยึดครองพื้นที่โดยอิงทิศทางของแสงอาทิตย์อย่าให้แยงตาไพร่พลขณะทำศึก และตั้งทัพรอคอยทัพฝ่ายตรงข้ามที่จะเคลื่อนทัพผ่านมา หากฝ่ายตรงข้ามสามารถยึดชัยภูมิเช่นนี้ได้ก่อน ห้ามยกทัพรุกประชิดตามติดไปโดยเด็ดขาด  ต้องรักษาระยะห่างระหว่าง ๒ ทัพเอาไว้ให้ดี

ยุทธภูมิที่ห่างไกล หากทัพเราตั้งทัพอยู่ห่างไกลจากฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก กองทัพของทั้ง ๒ ฝ่ายสูสีก้ำกึ่งกัน  ย่อมไม่ง่ายที่จะยั่วยุให้ ๒ ฝ่ายยกทัพเข้าปะทะหักหาญกัน ฝ่ายใดเร่งรุดยกทัพไปตีอีกฝ่ายหนึ่งก่อนย่อมเสียเปรียบ

นี่คือหลัก ๖ ประการในการทำศึกบนชัยภูมิที่แตกต่างกัน ๖ ลักษณะที่แม่ทัพต้องศึกษาเรียนรู้ ปรับใช้ชัยภูมิลักษณะต่างๆให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตนให้ได้

อเมริกันอันตราย

อเมริกันอันตราย 2014
อเมริกันอันตราย 2014

“อเมริกันอันตราย ; อเมริกา อเมริโกย” ธรรมชาติของคนอเมริกันคือถือประโยชน์ของคนอเมริกันเป็นที่ตั้ง ข่าวกรองได้ข้อมูลมาอย่างไรก็เป็นเรื่องหนึ่ง ผิดชอบชั่วดีเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผลประโยชน์ของอเมริกันคือสนามบินอู่ตะเภา ฐานทัพเรือสัตหีบเพื่อปิดล้อมจีน และสัมปทานน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาที่ว่ากันว่าคนแดนไกลเสนอเงื่อนไขแลกเปลี่ยนเอาไว้หมดแล้ว รอแค่แผนการที่วางไว้บรรลุผล ทหารลากรถถังออกมาทำรัฐประหาร เมื่อนั้นทหารอเมริกัน “กองกำลังรักษาสันติภาพ” ก็จะยกพลขึ้นบก ล้มรัฐบาลเผด็จการทหาร ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการทหารทิ้งแล้วร่างขึ้นมาใหม่ แบบไหน อย่างไรก็ได้ สุดแท้แต่ใจคนแดนไกลจะใฝ่ฝันอยากให้เป็น สื่อต่างชาติจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม สร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทรราชย์รักษาอำนาจไว้ให้ได้ต่อไป หรือไม่ก็ให้รัฐบาลอเมริกันมีความชอบธรรมที่จะส่งทหารเข้ามาล้มรัฐบาลใหม่ที่ฝ่ายต่อต้านทรราชย์ให้การสนับสนุน ผลประโยชน์ ผลประโยชน์ ผลประโยชน์อะไรล่ะที่รัฐบาลเฉพาะกาลจะหยิบยื่นให้อเมริโกย แลกเปลี่ยนกับการล้มเลิกความร่วมมือกับรัฐบาลทรราชย์ที่ส่อเค้าว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่เกินเดือนมิถุนายนก็น่าจะหมดอำนาจลง

Thailand: amid ‘complex’ elections, Ban calls for dialogue to bridge political differences

4 February 2014 – Concerned that some Thai people were unable to vote after national elections were reportedly disrupted by protests over the weekend, United Nations Secretary-General Ban Ki-moon called on all parties to resolve their differences through dialogue, and underscored that any actions that undermine democratic processes cannot be condoned.

“While he recognizes the complexity of the situation and that some chose not to participate in the election, the Secretary-General is concerned that a number of Thai people were not able to exercise their right to vote,” said a note to correspondents issued by Mr. Ban’s spokesperson last evening.

Noting that the UN chief is closely following the developments in Thailand, the note reiterated Mr. Ban’s call for political differences to be solved through dialogue and in the best interest of the Thai people.

“Any action that undermines democratic processes and hinder the democratic right of the Thai people cannot be condoned,” said the note, adding that the Secretary-General encourages all Thais and political leaders in particular to move towards a political solution based on dialogue, compromise and respect for democratic principles.

http://www.un.org/apps/news/story.asp?NewsID=47072#.UvWs6WKSySo

ไม่เพียงแค่อเมริกันเท่านั้นที่พยายามสำแดงเดชแทรกแซงการเมืองไทย แม้แต่บันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติก็ออกมาปกป้องผลประโยชน์ K-Water ด้วยเช่นกัน ส่วนจีนนั้นท่าทีสับสนเป็นอย่างยิ่งเพราะผู้นำจีนกำลังผลัดใบ พรรคคอมมิวนิสต์จึงระส่ำระสายเพราะ สีจิ้นผิง ผู้นำจีนคนใหม่กำลังกวาดล้างขั้วอำนาจเก่าให้พ้นทาง โดยอาศัยข้ออ้างเรื่องคอร์รัปชั่นเป็นเครื่องมือบังหน้า ผลประโยชน์จากรถไฟฟ้าความเร็วสูงจึงต้องพักไว้ก่อน หลิวจื่อจุน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการรถไฟวัย 60 ปี ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตโดยให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปีเมื่อ ๘ ก.ค. ๕๖ ไปแล้ว (http://www.thaipost.net/news/090713/76124) รัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงย่ำแย่หนักเมื่อทางการจีนออกมาปฏิเสธว่าสัญญาซื้อขายข้าวและแท็บเล็ตนั้นเป็น GtoG เก๊ คู่สัญญาของรัฐบาลไทยไม่ใช่รัฐบาลจีน แต่เป็นบริษัทเอกชนของจีน รัฐบาลจีนพึ่งรู้เรื่องนี้จริงหรือ ??? หรือนี่คืออีกหนึ่งข้ออ้างที่ผู้นำจีนจะนำมาใช้กำจัดเสี้ยนหนามทางการเมืองของตนเอง ยิงปืนนัดเดียวได้นก ๒ ต่อ ทั้งสังหารศัตรูทางการเมืองและเล่นงานรัฐบาลไทยที่คิดไม่ซื่อ บังอาจสมยอมให้อเมริกันมาตั้งฐานทัพที่อู่ตะเภาเพื่อปิดล้อมจีนได้ !!!

สุญญากาศกับการเลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งชี้

  • No vote ไม่มีผลต่อการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แม้จะมีคนไปใช้สิทธิ์ไม่ถึง 24 ล้านคนก็ไม่เกี่ยว
  •  16 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียว อาจมีบางเขตผู้สมัครอาจได้คะแนนน้อยกว่า ร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือน้อยกว่า vote no ในกรณีนี้ ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ทำให้ ได้ ส.ส.ช้าไปประมาณ 1 เดือน หรือ เดือนครึ่ง แต่อย่างไรก็จบ เพราะในการเลือกใหม่รอบที่สาม ได้คะแนนเท่าไหร่ ก็ได้เป็น ส.ส.
  • 28 เขต ที่ไม่มีผู้สมัคร ทำให้เปิดสภาไม่ได้ เพราะ มีสมาชิกขาดไป 25 คน ปัญหาจะถูกแก้ไขได้ในเวลา 2-3 เดือน หากมีการเปิดรับ และมีผู้สมัครได้ 3 เขตขึ้นไปก็จบ กระบวนการดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาได้ในช่วงเวลา 2-3 เดือน หลังจาก 2 ก.พ.
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน จะยังไม่สามารถประกาศชื่อ ส.ส.ได้ เนื่องจาก ต้องรอการนับคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีประมาณ 99,000 หน่วย ในกรณีนี้คาดว่าจะมีหน่วยเลือกตั้งจำนวนมาก เป็นหมื่นหน่วยที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ คาดว่าภายใต้สถานการณ์นี้ อาจต้องใช้เวลา 4-6 เดือน หรือมากกว่านั้น
  • ส.ส.เขต 375 คน จะไม่สามารถประกาศได้แม้แต่รายเดียว เนื่องจากการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ในวันที่ 26 มกราคม มีผู้ที่ไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ประมาณ 2 ล้านคน (ผู้ลงทะเบียนนอกเขต 2.1 ล้าน มาใช้สิทธิ์ 1 แสน) ในกรณีนี้ จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งนอกเขตใหม่ ใน 83 เขต (กำหนดเป็น 23 ก.พ.) และ สามารถนับคะแนนได้เมื่อคะแนนไปถึงแต่ละหน่วยเลือกตั้งแล้ว คาดว่าภายใต้สถานการณ์นี้ อาจต้องใช้เวลา 3-4 เดือน หรือมากกว่านั้น จึงจะได้ สส.จำนวนหนึ่ง แต่หากจะให้ได้เกณฑ์ ร้อยละ 95 อาจใช้เวลา 4-6 เดือน หรือมากกว่านั้น
  • หลังจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะมีผู้ฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทันที ด้วยสาเหตุที่หยิบยกขึ้นมามากมาย เช่น การเลือกตั้งทั่วไปจะต้องทำในวันเดียว ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่า แนวโน้มที่เงิน 3,800 ล้าน จะสูญเปล่ามีสูงยิ่ง

“ การเผชิญหน้าของคนในชาติ ที่ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนการเลือกตั้ง และอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านการเลือกตั้ง จะไม่อยู่ในกรอบของกฎหมายและสันติวิธีอีกต่อไป การทำผิดกฎหมายเช่น การยึดอุปกรณ์ ยึดบัตรเลือกตั้งทั้งจังหวัด การขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ในระดับจังหวัด เขตและหน่วยเลือกตั้ง ความรุนแรงจะเกิดขึ้น นับแต่ การทำร้ายและตอบโต้ซึ่งกันและกัน การใช้อาวุธสงคราม การบาดเจ็บ เสียชีวิตจะเกิดขึ้น และมีแนวโน้มการเกิดเหตุจลาจลในวงกว้างหลายจังหวัดทั่วประเทศ”

นั่นหมายความว่าประชาชนสามารถถ่วงเวลาให้สภาตกอยู่ในภาวะสุญญากาศได้ราว ๔ – ๖ เดือน ภายในกรอบเวลาเช่นนี้หากปปช.ชี้มูลความผิดนายกฯและครม.ทั้งคณะ ประชาชนคนไทยก็จะได้นายกฯพระราชทานมาปฏิรูปประเทศไทยสมใจ ดังนั้น

  • ๑๖ เขตที่มีผู้สมัครรายเดียวต้อง Vote No
  • ๒๘ เขตต้อง No Elected “ไม่มีการรับสมัคร ไม่มีการเลือกตั้ง”
  • ภาคใต้และกทม.หากสามารถยึดหีบบัตรเลือกตั้งได้ก็ไม่สามารถนับคะแนนได้ ไม่สามารถประกาศรายชื่อส.ส.ประเภทบัญชีรายชื่อได้ แต่การดำเนินการดังกล่าวนั้นต้องไม่ลืมว่า Safety First เพราะถึงอย่างไรก็สามารถฟ้องศาลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้อยู่แล้ว (ลักหลับเปิดรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อตอนตี ๓)
  • เหนือ-อีสานใช้การเลือกตั้งเป็นกับดักหลุมพรางสอยผู้สมัครที่ซื้อเสียง ปัดกวาดนักการเมืองน้ำเน่าให้สิ้นไปจากสารบบ

เหตุแห่งความผิดพลาด ล้มเหลว

กองทัพล้มเหลว แตกพ่ายใน ๖ ลักษณะ ซึ่งไม่อาจโทษผิดธรรมชาติได้ นี่คือความผิดพลาดที่แม่ทัพนายกอง ขุนพลผู้นำทัพต้องรับผิดชอบ ทัพล้มเหลว ๖ ลักษณะดังกล่าวได้แก่ ทหารหนีทัพ(flight) ไพร่พลกระด้างกระเดื่อง(insubordination)  ทัพล่ม/แตก(collapse) ทัพพินาศ ถูกทำลายล้าง(ruin)  ทัพระส่ำ(disorganization) และทัพแตกพ่าย(rout)

ทหารหนีทัพ(Flight)  เมื่อกองทัพ ๒ ฝ่ายมีกำลังก้ำกึ่งสูสีกัน ฝ่ายหนึ่งตะโกนด่าทออีกฝ่ายหนึ่งนับสิบครั้ง กองทัพยังคงนิ่งเฉยไม่ตอบโต้อันใด ทหารย่อมหนีทัพ

ไพร่พลกระด้างกระเดื่อง(Insubordinate) และทัพล่ม/แตก(Collapse) กองทัพที่มีไพร่พลเข้มแข็งแต่แม่ทัพนายกองอ่อนแอ ไพร่พลจึงกระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟังแม่ทัพนายกอง  ส่วนกองทัพที่มีแม่ทัพนายกองเข้มแข็งแต่มีไพร่พลอ่อนแอ กองทัพจึงล่ม ถูกตีแตกพ่าย

ทัพพินาศ(Ruin) เมื่อแม่ทัพนายกองเกรี้ยวกราด ขุ่นเคือง โกรธแค้น  ไพร่พลต่างกระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟังคำสั่ง รุกรบกับข้าศึกโดยพลการด้วยอารมณ์โกรธเคือง ขุ่นแค้นที่ไม่อาจระงับยับยั้งฝืนทนได้ แม่ทัพใหญ่ลั่นกลองเรียกกลับหรือสั่งให้เคลื่อนไพร่พลไปยังตำแหน่ง ตามกลยุทธที่กำหนดไว้ก็ขัดขืน ไม่เชื่อฟัง กองทัพจึงพังพินาศ เพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ในการทำศึก

ทัพระส่ำ(Disorganization) เมื่อแม่ทัพนายกองอ่อนแอ และละเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีความรับผิดชอบ คำสั่งการต่างๆก็ขาดความชัดเจน ฟังแล้วคลุมเครือ การมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชารับผิดชอบ นำไปปฏิบัติขาดความแน่นอน ตายตัว ซ้ำซ้อนกันไปมา ไม่รู้ว่างานใดใครรับผิดชอบกันแน่ สายงานการบังคับบัญชาก็ลักลั่น สับสน ข้ามหัวกันไปมา ไม่คำนึงถึงยศศักดิ์ สังกัด ภารกิจของแต่ละกรมกอง สายงาน ความถนัด  กองทัพจึงเต็มไปด้วยความสับสน ระส่ำระสาย

ทัพแตกพ่าย(Rout) เมื่อแม่ทัพนายกองไม่อาจประเมินกำลังของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างถูกต้อง จัดสรรไพร่พลเพียงหยิบมือไปสู้กับไพร่พลมากมายมหาศาลของฝ่ายตรงข้าม หรือใช้หน่วยทหารที่มีชั้นเชิงฝีมืออ่อนด้อยกว่าไปรับมือกับหน่วยรบ กองพันที่มีชั้นเชิง ฝีมือ ความสามารถที่เหนือกว่า ทั้งยังละเลยที่จะเสริมกำลังไพร่พลเข้าไปหนุนช่วยแนวหน้าที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ กองทัพจึงแตกพ่ายให้กับฝ่ายตรงข้าม

กองทัพจึงพ่ายแพ้ใน ๖ ลักษณะ แม่ทัพนายกองจึงต้องระมัดระวัง พึงสังวรณ์เหตุการณ์ใน ๖ ลักษณะดังกล่าวไว้ให้ดี

เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง

ผลพวงแห่งความคับแค้น

เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง
ต่างซื่อตรง พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น
ถึงตัวจะตายก็ช่างมัน มิเคยคำนึงถึงชีวัน
เข้าประจันเหล่าร้าย เพื่อประชา

ไม่ยอมเป็นมิตร ผู้ผิดกฎหมาย
ปราบโจรผู้ร้าย กล้าตายเรื่อยมา
เนื้อของเราเราเชือด พร้อมทั้งเลือดเราพลี
เอาชีวีของเราเข้าแลกมา เพื่อให้ประชาดำรงสุขสถาพรชัย

เกิดมาแล้วต้องตาย
ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจไทย ช่วยประชาไม่ว่าหนไหน
เป็นมิตรด้วยดวงจิตสดใส เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน
ปราบภัยและผองพาลให้เข็ดขาม เราปราบปรามเสริมความสุขสันต์
เหล็กที่แกร่งกล้านั้น เราฝึกกายาทุกวันแข็งกว่าเหล็กนั้น
ตำรวจไทย

แต่ไหนแต่ไรมาส่วนใหญ่ตำรวจมักตกเป็นลูกไล่ของทหารอยู่เสมอ นอกจาก พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ พ.ศ. ๒๔๙๔ – ๒๕๐๐ เจ้าของคำขวัญ “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง” แล้วก็มี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นี่แหละที่เป็นศักดิ์ศรี เป็นที่เชิดหน้าชูตา เป็นความภาคภูมิใจของตำรวจไทย ซ้เมื่อ กปปส.ประกาศว่าจะปฏิรูปตำรวจ ย้ายตำรวจท้องที่ไปสังกัดท้องถิ่น อำนาจที่เคยมีล้นฟ้า ผลประโยชน์มหาศาลจากสารพัดส่วยหายเกลี้ยง ลูกน้องที่เคยมีเป็นแสนเหลือแค่ไม่กี่พันนาย ใครเล่าจะยอม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายตำรวจระดับสูงซึ่งได้ดีเพราะพี่ให้จึงพร้อมยอมพลีกายสู้ตาย ทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจและศักดิ์ศรีตำรวจไทยด้วยการแปรสภาพตำรวจไทยจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นผู้พิทักษ์ระบอบทักษิณ

พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นนายตำรวจที่ประชาชนชาวไทยในยุคสมัยนั้นรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเสมือนมือขวาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น นายกรัฐมนตรีเผด็จการทหารในสมัยนั้น เริ่มแรก พล.ต.อ.เผ่านั้นรับราชการเป็นทหารมาก่อน ก่อนจะย้ายตัวเองมาเป็นตำรวจ

ยุคของพล.ต.อ.เผ่านั้น ถูกเรียกว่ายุค “รัฐตำรวจ” หรือ “อัศวินผยอง” เนื่องจาก พล.ต.อ.เผ่า ได้เสริมสร้างขุมกำลังตำรวจจนสามารถเทียบเท่ากับกองทัพ ๆ หนึ่งเหมือนทหารได้ โดยเริ่มให้มี ตำรวจน้ำ, ตำรวจพลร่ม, ตำรวจม้า, ตำรวจรถถัง ตลอดจนให้มีธงไชยเฉลิมพลเหมือนทหาร จนมีการกล่าวในเชิงประชดว่า อาจจะมีถึงตำรวจเรือดำน้ำ เป็นต้น โดยประโยคที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของตำรวจในสมัยนั้น ซึ่งเป็นประโยคของพล.ต.อ.เผ่าเอง คือ “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง” จนได้รับฉายาจากสื่อต่างประเทศว่า “บุรุษเหล็กแห่งเอเซีย”

ในทางการเมือง พล.ต.อ.เผ่า มีฐานะเป็นเลขาธิการพรรคเสรีมนังคศิลาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ถูกกล่าวว่าสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะมีตั้งแต่การข่มขู่ผู้ลงคะแนนให้เลือกแต่พรรคเสรีมนังคศิลา มีการเวียนเทียนลงคะแนนกันหลายรอบ ที่เรียกว่า พลร่ม หรือ ไพ่ไฟ และนับคะแนนกันถึง 7 วัน 7 คืนโดยในยุคนั้นประชาชนทุกคนต่างรู้ดีว่า ไม่ควรจะกระทำการใดที่เป็นการต่อต้านอำนาจรัฐเพราะอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น กรณีสังหาร 4 อดีตรัฐมนตรีที่ถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2492 หลังเหตุการณ์กบฏวังหลวง หรือการจับถ่วงน้ำ นายหะยีสุหรง อับดุลกาเดร์ ผู้นำอิสลามจังหวัดปัตตานี ที่ทะเลสาบสงขลา เป็นต้น ล้วนแต่เป็นฝีมือตำรวจ โดย พล.ต.อ.เผ่า และเป็นที่รับรู้กันว่าตำรวจเป็นผู้เลี้ยงบรรดานักเลง อันธพาลในยุคนั้นเป็นลูกน้องด้วย ซึ่งเรียกกันว่า “นักเลงเก้ายอด” อันมาจากการที่นักเลงอันธพาลเหล่านั้นสามารถเข้าออกกองบัญชาการตำรวจกองปราบที่สามยอดได้โดยสบาย ซึ่งทำให้เหล่านักเลงอันธพาลเกลื่อนเมือง

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้กลุ่มนายทหารที่นำโดย พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไม่พอใจ โดยเริ่มทำการปราศรัยโจมตีตำรวจที่ท้องสนามหลวงบนลังสบู่ ที่เริ่มกันว่า “ไฮปาร์ค” และทางตำรวจก็ตอบโต้ด้วยการไฮปาร์คบ้าง จนในที่สุดนำไปสู่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น พล.ต.อ.เผ่า ยังไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศเหมือนจอมพล ป. แต่ยอมเข้ามอบตัวแต่โดยดี โดยกล่าวว่า “อั๊วมาแล้ว จะเอายังไงก็ว่ามา”

วันรุ่งขึ้น พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พล.ต.อ.เผ่า มีทรัพย์สินอยู่มากมาย มีคฤหาสน์หลังใหญ่ติดทะเลสาบที่นครเจนีวา จนครั้งหนึ่งเมื่อนิตยสารต่างประเทศฉบับหนึ่งจัดอันดับมหาเศรษฐี 10 อันดับของโลก ก็มีชื่อของ พล.ต.อ.เผ่า ติดอยู่ในอันดับด้วย

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/เผ่า_ศรียานนท์

สมัยพล.ต.อ.เผ่ามีนักเลงเก้ายอด สมัยนี้มีสามเกลอ อันธพาลแดงเกลื่อนเมือง ตำรวจพิทักษ์รัฐบาลเขม่นกับทหารปกป้องชาติ ประชาชน และองค์พระมหากษัตริย์ กงล้อประวัติศาสตร์ดั่งคล้ายย้อนกลับมาซ้ำรอยเดิม

พ.ศ. ๒๔๙๔ - ๒๕๐๐ รัฐตำรวจ อัศวินผยอง
พ.ศ. ๒๔๙๔ – ๒๕๐๐ รัฐตำรวจ อัศวินผยอง

๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ รัฐตำรวจของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ สิ้นสุดลงด้วยน้ำมือของพลเอก สฤษดิ์ ธนะรัชต์

พ.ศ. ๒๕๕๗ รัฐตำรวจหวนกลับมาอีกครั้ง ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้พิทักษ์ทรราช ประชาชนไม่เชื่อถือ ไม่ไว้ใจตำรวจ สารพัดข้อกล่าวหา : มือปืนที่ซุ่มยิงมวลชน จักรยานยนต์ที่ไล่ล่ากราดยิง ปาระเบิดใส่ป้อมค่ายมวลชน แก็งค์อันธพาลที่ไล่ตีทำร้ายประชาชน ฯลฯ พุ่งเป้าไปที่ตำรวจว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายประชาชน ทั้งชี้เป้า เปิดทาง อำนวยความสะดวกให้กองกำลังต่างชาติ นักเลง อันธพาล มวลชนต่างอุดมการณ์ลงมือกระทำต่อประชาชนคนไทยร่วมชาติด้วยกันเอง … ใครกันที่จะสามารถถอดปลั๊ก Shut down รัฐตำรวจให้สิ้นสุดยุติ ผู้พิทักทรราชย์จะคืนกลับมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างไร ?

เสื้อแดงกระแสตก ปลุกม็อบไม่ขึ้น ไม่มีใครกล้ามาม็อบเสื้อแดงอีกแล้วกลัวว่าจะต้องมาสูญเสียเลือดเนื้อ ชีวิต และถูกทอดทิ้งซ้ำรอยเหตุการณ์ที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน บทเรียนความล้มเหลวของพันธมิตรฯ หน้ากากขาว และคนเสื้อแดงมีให้เห็นกันอยู่แล้ว ๆแกนนำและการ์ด กปปส. จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี้อย่างไร จะพลาดซ้ำตามรอยสารพัดม็อบ สารพัดสีเสื้อก่อนหน้านี้หรือไม่ สุญญากาศ นายกฯพระราชทานอยู่ใกล้แค่เอื้อม กำนันสุเทพ มวลมหาประชาชนจะเอื้อมถึงหรือไม่ ?

กองทัพของประชาชน

๒๖ มกรา ยุทธการเด็ดหัวพยัคฆ์
๒๖ มกรา ยุทธการเด็ดหัวพยัคฆ์

“ขอยืนยันว่าหน่วยนสร.เป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นทหารของชาติและของประชาชน เราจะไม่ฆ่าคนไทย ถึงแม้จะคิดต่างกัน และต้องให้อภัย เพราะสิ่งที่เขารู้มันน้อย ไม่เหมือนอย่างที่เรารู้ แต่การที่เอากำลังต่างชาติ เข้ามาเพื่อที่จะฆ่าคนไทยเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แล้วที่โกหกกันมา คือเรื่องไม่จริง ปี 2552-2553 เอากองกำลังต่างชาติเข้ามาจริงๆแล้วเรามีหลักฐาน

ผมยืนยันแล้ว หน่วยเราทำงานมาไม่เคยคิดจะมาโปรโมทตัวเอง งานบางอย่างเป็นเรื่องลับมาก ลับที่ต้องตายไปกับตัวเราก็ต้องทำ ทำเพื่อไม่ได้ต้องการลาภยศสรรเสริญ เราทำงานเพื่อประเทศชาติ หน่วยเราเป็นอย่างนี้ ถึงจะไม่ได้การรับชื่มชมยินดี แต่เรารู้อยู่ในใจใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนไม่ทำ ความสุขมันก็อยู่ในใจที่เราได้ทำ ถ้าเราทำเพื่อชาติ และประชาชน

สุดท้ายไม่ว่าผมจะเป็นพลเรือตรี เป็นพลเรือโท พลเรือเอกก็ตาม แต่ผมก็พร้อมที่จะเป็นลุงแก่ๆ และพร้อมที่จะตาย พร้อมจะออก และพร้อมที่จะติดคุก ถ้าติดคุกอย่าลืมไปส่งโอเลี้ยงด้วยแล้วกัน ผมไม่ต้องการเด่นดัง ลาภยศ สรรเสริญ อะไรทั้งสิ้น ใครจะให้ผมเป็นอะไร ผมไม่เอา ผมอยู่ในที่ ผมพอเพียงของผม ถ้าเราไม่ทำประเทศชาติวันนี้จะอยู่ไม่ได้ ประเทศชาติต้องมาก่อน แล้วลูกหลานของเราในอนาคต จะอยู่อย่างดี และมีศักดิ์ศรีไม่ได้เป็นขี้ข้า หรือทาสของใคร ขอขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจ”

๒๒ ม.ค. ๒๕๕๗ พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

911 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ สงครามสมัยใหม่เปลี่ยนรูปจากสงครามแบบที่คุ้นเคยกันเป็นพันปีที่คู่ขัดแย้ง ๒ ฝ่ายระดมพล จัดทัพ ยกไพร่พลมาสู้รบกันในสมรภูมิรบอย่างเป็นทางการมาสู่สงครามนอกแบบ จารชนที่ได้รับการฝึกฝนการทำสงครามจรยุทธมาเป็นอย่างดีแทรกซึมเข้าไปในพื้นที่เป้าหมายเพื่อหาข่าว และทำลายชีวิต/ทรัพย์สิน สร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงให้เกิดขึ้นในฝ่ายศัตรู คู่อริ

๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้คือตัวอย่างที่สะท้อนภาพให้เห็นได้เป็นอย่างดีเรื่องสงครามนอกแบบ “การก่อการร้าย” เป้าหมายของการก่อการร้ายคืออะไร ? มีกลุ่มก่อการร้ายใดที่บรรลุเป้าหมาย ประสบความสำเร็จในการก่อการร้ายที่ไม่ใช่แค่ความสะใจบ้าง ?

หลังรัฐประหารปี ๔๙ การก่อวินาศกรรมเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ ผู้สั่งการประสบความสำเร็จในการก่อวินาศกรรมที่มากไปกว่าความสะใจหรือไม่ ?

การก่อวินาศกรรม “เผากรุง” ในปี ๕๓ และการก่อการร้ายของกองกำลังชุดดำที่กล่าวกันว่าส่วนหนึ่งเป็นกองกำลังต่างชาติ ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผู้พิทักษ์ทรราชย์ ร่วมมือกันหยิบอาวุธสงครามขึ้นมาทำร้ายทหารที่ออกมาสลายการชุมุนม โดยใช้มวลชนคนเสื้อแดงเป็นเกราะกำบัง สู้เพื่อปกป้องทรราชย์ที่สูญเสียอำนาจ หวังให้ทรราชย์ได้กลับคืนสู่บัลลังค์แห่งอำนาจได้อีกครั้ง แล้วผู้สั่งการประสบความสำเร็จในการก่อวินาศกรรมและก่อการร้ายเพียงใด หรือได้แค่ความสะใจ สุดท้ายยังคงต้องพ่ายแพ้ สูญเสียอำนาจ ?

ปลายปี ๒๕๕๖ ต่อเนื่องถึงต้นปี ๒๕๕๗ กองกำลังชุดดำ “ตำรวจปลอม” แฝงตัวมาในหมู่ตำรวจจริง ยิงประชาชนที่ออกมาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ขัดขวางการเลือกตั้งเพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลหุ่นเชิดของทรราชย์ที่ปฏิเสธอำนาจตุลาการ เต็มไปด้วยความฉ้อฉล ล้มเหลวได้กลับมาครองอำนาจอีกครั้ง ผู้สั่งการประสบความสำเร็จในการก่อวินาศกรรมและก่อการร้ายเพียงใด หรือได้แค่ความสะใจ สุดท้ายยังคงต้องพ่ายแพ้ สูญเสียอำนาจ ?

เมื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทยคือการก่อวินาศกรรม การก่อการร้าย ที่มีแผนงานเป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายชัดเจน ต้องการให้เกิดสงคราม ต้องการให้นานาชาติเข้ามาแทรกแซงเพื่อล้มล้าง เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ทหารก็ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชน เป็นทหารของประชาชน ปฏิบัติการอหิงสวนก็ไม่ได้ทำให้ผู้พิทักษ์ทรราชย์หวั่นหวาด หยุดทำร้ายประชาชนแต่อย่างใด “มึงทำอะไรได้ กูก็ทำได้เช่นกัน” สังคมออนไลน์ต่างเชื่อกันว่าหน่วยจู่โจมพิเศษของผู้พิทักษ์ทรราชย์ซึ่งถนัดในการบุกจู่โจม ชิงตัวประกันวัดคม ประลองกึ๋นกันหน่วยรบพิเศษ และชุดคุ้มครอง/อารักขาบุคคลสำคัญ “ผู้เชี่ยวชาญการตั้งรับ” ซึ่งเป็นทหารของประชาชน ผู้พิทักษ์ทรราชย์จะสังหารประชาชนที่ออกมาปกป้องพระราชาได้กี่ศพ ผู้สั่งการประสบความสำเร็จในการก่อวินาศกรรมและก่อการร้ายเพียงใด หรือได้แค่ความสะใจ สุดท้ายยังคงต้องพ่ายแพ้ สูญเสียอำนาจ ?

ได้แต่หวังว่าเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องอเมริกันอันตราย ส่วนเลขาฯยูเอ็นสวมบทผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของ K-Water จะเป็นแค่เพียงข่าวลืออันเลื่อนลอย เช่นนั้นกองทัพของประชาชนก็น่าจะเอาชนะผู้พิทักษ์ทรรราชย์ได้จากการฝึกฝนที่เข้มข้นกว่า แต่หากเสียงลือเสียงเล่าอ้างเป็นความจริง อเมริกันและเลขาฯยูเอ็นให้การสนับสนุนทรราชย์อยู่เบื้องหลัง แทรกแซงกิจการภายในของชาติเป้าหมายแบบที่เคยทำมาแล้วในอดีตไม่ว่าจะเป็นสงครามเวียดนาม(๑ พ.ย. พ.ศ. ๒๔๙๘ – ๓๐ เม.ย. พ.ศ. ๒๕๑๘) สงครามเกาหลี(25 มิถุนายน 1950 – 27 กรกฎาคม 1953) สงครามกลางเมืองระหว่างเขมร ๓ ฝ่าย(ไทย สหรัฐและจีน ให้การสนับสนุนสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ผู้นำเขมร ๓ ฝ่ายหรือ CGDK : The Coalition Government of Democratic Kampuchea ที่ประกอบด้วย เขมรแดงภายใต้การนำของเขียว สัมพันและพล พต  แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติประชาชนเขมรของซอนซาน และพรรคฟุนซินแปกของสมเด็จพระนโรดม สีหนุจัดตั้งรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตยในปี พ.ศ. 2525 – 2535) หรือสงครามยุคใหม่ “ต่อต้านการก่อการร้าย” อย่างเช่นอัฟกานิสถาน อิรัก เป็นต้น

แต่หากรัฐบาลหุ่นเชิดและผู้พิทักษ์ทรราชย์ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกันอันตรายจริง บทเรียนจากสงครามเวียดนามคือเครื่องบ่งชี้ว่า ผู้ใดเจนจัดในการศึกมากกว่าย่อมสามารถใช้กำลังที่น้อยกว่าบั่นทอน และทำลายกองกำลังที่มากกว่าได้ด้วยการใช้ยุทธวิธีการรบอย่างยืดหยุ่น พลิกแพลง สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ จิตวิทยาสงคราม … หลักสูตรการแทรกแซงกิจการภายในและการต่อต้านการร้ายอเมริกันคือผู้บัญญัติ นั่นหมายความว่าพันธมิตรทุกชาติล่วงรู้ยุทธวิธี ตื้นลึกหนาบางของอเมริกันเป็นอย่างดี การพลิกแพลงหลักสูตรสู่ยุทธวิธีการต่อต้านยุทธวิธีของอเมริกันแบบนอกแบบให้ได้ผล ท่ามกลางกระแสมวลชนที่ต่อต้านทหารอเมริกันจึงไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงอันใด

… สมดุลย์แห่งพลังจงกลับคืนมา

บททดสอบภาวะผู้นำของแม่ทัพนายกอง

ทหารคือรั้วของชาติ คือรูปแบบที่ดีที่สุดในการปกป้องอธิปไตย ฝ่ายใดมีกำลังทหารที่เหนือกว่าปฏิปักษ์ ย่อมสามารถควบคุมชัยชนะไว้ให้อยู่ในกำมือตนได้โดยง่าย และหากแม่ทัพสามารถคำนวณปัญหาอุปสรรค อันตราย และระยะทางใกล้/ไกลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ผู้นั้นย่อมจัดได้ว่าเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่

แม่ทัพผู้ใดล่วงรู้ในศาสตร์นี้และปรับประยุกต์องค์ความรู้นี้มาใช้ในการทำสงครามได้อย่างเหมาะสม แม่ทัพผู้นั้นย่อมได้รับชัยชนะในการทำศึกสงคราม แม่ทัพผู้นั้นย่อมรู้ว่าเมื่อไหร่ไม่ควรรบ เมื่อไหร่รบแล้วจะได้ชัยชนะในการทำศึกอย่างแน่นอน

เมื่อแม่ทัพมั่นใจว่ากองทัพจะได้รับชัยชนะในการทำศึกอย่างแน่นอนจึงสั่งให้ทหารออกรบ แม้ผู้ปกครองจะมีพระบัญชาสั่งห้ามมิให้ทำการรบก็ตาม หากแม่ทัพไม่มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะในการทำศึก ผู้เป็นแม่ทัพย่อมไม่นำไพร่พลออกไปรบให้กองทัพเสียหายโดยเด็ดขาด แม้ผู้ปกครองจะมีพระบัญชาให้แม่ทัพนำทหารออกไปรบก็ตาม

ขุนพลที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรจึงไร้ชื่อเสียงเรียงนาม นำทัพออกรบโดยปราศจากความหวั่นเกรงอันใด เพียงคิดปกป้องมาตุภูมิและรับใช้เจ้าเหนือหัว ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินด้วยจิตภักดิ์

รักใคร่ใส่ใจไพร่พลดั่งเป็นลูกหลาน ดังนั้นทหารหาญจึงพร้อมยอมเดินตามผู้นำไปทุกหนแห่ง ดูแลไพร่พลดั่งบุตรในสายเลือด ไพร่พลจึงพร้อมยืนหยัดสู้รบเคียงบ่างเคียงไหล่ ไม่หวาดหวั่นแม้ความตาย

แม่ทัพที่ปกครองไพร่พลอย่างย่อหย่อน ย่อมไม่อาจช่วงใช้ไพร่พลได้ แม่ทัพที่โอบอ้อมอารีแต่ไม่อาจบังคับไพร่พลให้เชื่อฟังได้ ย่อมเป็นกองทัพที่ใช้การไม่ได้ คำสั่งที่ไม่มีผู้ใดเชื่อฟัง ไพร่พลประดุจดั่งเด็กหัวรั้นไม่ฟังใคร จะมีประโยชน์อันใดที่จะฝึกปรือเพื่อมอบหมายภารกิจ

หากแม่ทัพล่วงรู้ว่ากองทัพพร้อมที่จะรุกจู่โจม แต่ไม่ล่วงรู้ว่าข้าศึกคึกคัก เข้มแข็ง ไม่อาจรุกจู่โจมได้ โอกาสที่กองทัพจะได้รับชัยชนะในการทำศึกมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

หากแม่ทัพล่วงรู้ว่าข้าศึกอ่อนแอ ขาดความพร้อม เหมาะแก่การรุกโจมตี แต่ไม่สำเหนียกว่าไพร่พลของตนเองไม่อยู่ในสภาวะที่จะสั่งให้รุกจู่โจมได้ โอกาสที่กองทัพจะได้รับชัยชนะในการทำศึกก็มีเพียงครึ่งเดียวเช่นกัน

หากแม่ทัพสืบรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่ในภาวะที่สามารถรุกจู่โจมได้ และล่วงรู้ว่าไพร่พลของตนก็อยู่ในสภาวะที่พร้อมรุกจู่โจมแล้วเช่นกัน แต่แม่ทัพกลับไม่ล่วงรู้ว่าภูมิประเทศไม่เหมาะแก่การทำศึก โอกาสที่กองทัพจะได้รับชัยชนะในการทำศึกก็มีเพียงครึ่งเดียวเช่นกัน

ดังนั้น ไพร่พลที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เมื่อเคลื่อนทัพย่อมคงความเป็นระเบียบเรียบร้อยเอาไว้ได้ ไม่แตกแถว ระส่ำระสาย รับมือการรุกจู่โจมของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสบาย ไม่สับสน แม้เพลี่ยงพล้ำแตกทัพก็ไม่สูญเสียหนักจนถึงขั้นต้องยกธงยอมแพ้

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ารู้เขารู้เรา ร้อยรบมิพ่าย รู้ฟ้ารู้ดินพิชิตโดยไร้ผู้ต่อต้าน

“สัมภเวสี ” ผีหลอกคน

สัมภเวสีคือภูตผีวิญญานอันไร้ตัวตน ไม่ใช่คน ประกอบด้วยเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาน แต่สามารถตามรังควาน หลอกหลอน หรือแม้กระทั่งบีบคอคนซึ่งประกอบด้วยขันธ์ ๕ ให้จับไข้หัวโกร๋น ถึงตายได้ฉันท์ใด พ.ร.ก.ฉุกละหุกที่ประกาศขึ้นอย่างผิดกฎหมายหมายนั้น หากละเลยเพิกเฉยไม่ทำให้กลายเป็นโมฆะไปและย้อนกลับทำร้ายผู้ประกาศฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแล้ว มวลมหาประชาชนก็อาจจับไข้หัวโกร๋นหรือตายได้เพราะสัมภเวสีที่ตามรังควาน หลอกหลอนได้ฉันท์นั้น ดังนั้นความประมาทของฝ่ายกฎหมายที่เลินเล่อว่าการชุมนุมดำเนินไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธนั้นได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ การฟ้องเพิกถอนคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเอาไว้ก่อน ชนะแล้วค่อยกลับมาเช็คบิลเหล่าสัมภเวสีในภายหลังอาจเข้าข่ายประมาทเลินเล่อ นำมาซึ่งการจับไข้หัวโกร๋นและถึงแก่ความตายได้

การถูกยัดเยียดข้อหากบฏ ถูกอายัดบัญชี เรียกท่อน้ำเลี้ยงมาสอบ สารพัดหมายจับคดีอาญาเนื่องจากปิดล้อมสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง ทางหนึ่งนั้นช่วยปลุกเพลิงแค้นในหมู่ประชาชนขึ้นให้ลุกฮือโหมขึ้นมา ยอมตายไม่ยอมเป็นทาส ได้เป็นอย่างดี แต่อีกทางหนึ่งนั้นคือการยุยงส่งเสริมให้ทรราชย์เหิมเกริม เข่นฆ่าสังหาร จับกุมผู้คน กรรโชกทรัพย์ บ่อนทำลายศัตรู คู่แค้น ฝายตรงข้ามให้อ่อนเปลี้ย เสียขวัญได้เช่นกัน หากปล่อยไว้เนิ่นนานอาจนำมาซึ่งหายนะโดยไม่รู้ตัวได้ จึงต้องรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม อย่าได้ประมาทมันจะสายเกินกาล

จำนำข้าว … ปูทะเลย์วิชชาลัย

“ธนินท์” ชี้ ค่าแรงขั้นต่ำต้อง 500 บาท-หนุนสุดตัวจำนำข้าว “ใครไม่เอาซีพีรับเอง”
วันจันทร์ ที่ 03 ตุลาคม 2554 เวลา 12:04 น.

โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

“เจ้าสัวซีพี”ชี้ค่าแรงขั้นต่ำ 500 บาท-หนุนจำนำข้าว เตือนวิกฤติหนี้ยุโรป ส่งผลดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เหตุโลกจะไม่หันไปใช้เงินยูโร

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)  กล่าวบรรยายพิเศษให้คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 2552 เมื่อเร็วๆนี้ ว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกขณะนี้ โดยเฉพาะปัญหาหนี้ในสหภาพยุโรป (อียู) ยังมองไม่เห็นแนวทางแก้ไขปัญหา ส่วนหนึ่งที่อียูได้รับผลกระทบหนักขนาดนี้จนลามไปทั่วโลก เพราะเป็นกลุ่มที่มีหลายประเทศรวมตัวกันเป็นเศรษฐกิจเดี่ยว ซึ่งหากประเทศหนึ่งประเทศใดจะจ่ายเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศสมาชิกรายอื่นๆ ก็จะถูกประชาชนของตัวเองต่อต้าน ต่างกับสหรัฐที่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา

ผู้บริหารซีพี ให้เหตุผลว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอียู ทำให้มีแต่คนถอนเงินออก ต่างกับในสหรัฐ ที่เกิดปัญหาแล้วอัดเงินเข้าไปให้ธนาคาร อีกอย่างสหรัฐสามารถพิมพ์เงินได้เอง ซึ่งตนเชื่อว่าจากนี้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น เพราะโลกจะไปใช้เงินยูโรไม่ได้ ส่วนเงินหยวนของจีน ก็ยังไม่มีความแน่นอน แต่เป็นไปได้มาก ว่าเงินหยวนของจีนจะขึ้นมาแซงเงินยูโรกลายเป็นสกุลเงินอันดับ 2 ของโลก

แนะจับตา2 ชาติเอเชีย
 นายธนินท์ กล่าวว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบมาถึงทวีปเอเชียแน่นอน ซึ่งตนจับตาดู 2 ประเทศในเอเชียเป็นหลัก คือ ไทยและจีน เพราะปัจจุบันไทยมีมูลค่าการส่งสินค้าไปยังจีนสูงเกือบ 50% ของการส่งออกทั้งปี และไทยยังได้เปรียบดุลการค้าจีน ซึ่งมีประชากรกว่า 3,000 ล้านคน เทียบกับมูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐ ที่ราว 10% และอียูอีก 10% เท่านั้น ดังนั้น วิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐและอียู แม้จะส่งผลกระทบต่อไทยไม่มากในทางตรง แต่ต้องระวังในเรื่องของจีนว่าจะเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจถดถอยไปด้วยหรือไม่

ปัจจุบันจีนใช้ ทฤษฎีสองสูง ในการบริหารประเทศ คือ ปล่อยให้สินค้าราคาแพงขึ้น แต่เกษตรกรก็มีรายได้สูงขึ้น ส่วนไทยนั้น นายธนินท์ ระบุว่า จากที่ศึกษาดู  พบว่า มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นจากในอดีตกว่า 200 เท่า ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่า แต่ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มน้อยที่สุด ทั้งราคาข้าว ราคาหมู และราคาไก่ เพิ่มขึ้นประมาณ 10-11 เท่า เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเมื่อราคาสินค้า เกษตรแพงขึ้นก็ถูกรัฐบาลควบคุมราคา แต่ในยามขาดทุนหรือราคาตกต่ำกลับไม่มีใครช่วย ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนคือเกษตรกรรายย่อยที่จะต้องล้มหายตายจากไปก่อน ธุรกิจเกษตรขนาดใหญ่

“รัฐบาลที่มีความสามารถจะต้อดูว่า การทำให้คนจนมีรายได้มากขึ้นต้องทำอย่างไร ไม่ใช่ไปควบคุมราคาสินค้า ซึ่งคือการเอาเงินของคนจนที่เป็นเกษตรกรมาชดเชยให้กับคนจนในเมือง ท้ายที่สุดทุกคนก็ยังจนเท่ากัน เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐบาลจะหารายได้จากที่ไหนมาใช้จ่าย มาขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ เพราะแม้แต่สหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ ที่ใช้ ทฤษฎีสองต่ำ คือ ราคาสินค้าถูก ค่าแรงต่ำ ทำมาแล้วก็อยู่ไม่ได้”

ลั่นค่าแรงขั้นต่ำต้อง500บาท
นายธนินท์ กล่าวว่า ค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสมของไทยควรอยู่ที่วันละ 500 บาท ไม่ใช่ 300 บาท คิดจาก 25 เท่า ตามสัดส่วนของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากอดีต หากทั้งรัฐและเอกชนกล้าจ่ายค่าแรงขั้นต่ำในระดับนี้ ผลดีที่ตามมาคือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) จะมีรายได้มากขึ้นทันที เกษตรกรจะมีรายได้มากขึ้นด้วย

“ทั้งหมดนี้ขอให้นักธุรกิจทุกคนเข้าใจว่าคือการลงทุน ยอมเสียในตอนแรกก่อน แล้วได้คืนภายหลัง เมื่อประเทศรวยทุกคนก็จะยิ่งรวยขึ้น ปัญหาสังคม การเมืองก็จะดีขึ้น เพราะคนพ้นความยากจน ถ้าทำอย่างนี้คนยากจนจะมีจำนวนลดลง คนระดับกลางจะมีมาก คนรวยก็มีน้อย ผมฝากให้รัฐบาลดูแลเรื่องนี้ด้วยเพราะไม่ว่าจะประเทศใดก็ตาม ถ้าธุรกิจเอสเอ็มอีไม่โต ประเทศไม่มีวันรวยและอยู่ไม่ได้และต้องมีการเปลี่ยนแปลง”

หนุนรับจำนำข้าว
สำหรับเรื่องนโยบายข้าวนั้น ตนเห็นว่าคนที่ออกมาคัดค้านโครงการรับจำนำ โดยให้เหตุผลว่าราคาข้าวไทยในตลาดโลกจะสูงขึ้น แล้วถูกประเทศเวียดนามแย่งขายข้าวนั้น คนที่พูดอย่างนี้ พูดอย่างไม่เข้าใจ เพราะเวียดนามขายข้าวเพียงปีละ 4-5 ล้านตันเท่านั้น ส่วนไทยขายได้มากถึงปีละประมาณ 10 ล้านตัน

ดังนั้นต่อให้ไทยขายข้าวในราคาถูก เวียดนามก็จะขายในราคาถูกกว่า แต่ไทยต้องมีข้าวเก็บในสต็อกอย่างน้อย 4 เดือน เพื่อป้องกันการขาดตลาด ซึ่งจำเป็นต้องมีการสร้างไซโลเก็บข้าวอย่างดีไว้จำนวน 5 ล้านตัน ใช้เงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท แต่มีมูลค่าข้าวกว่า 1 แสนล้านบาท แล้วจ้างคนมาดูแลโดยไม่ต้องใช้ข้าราชการ ให้บริษัทเซอร์เวเยอร์เข้ามาช่วย แล้วให้ธนาคารเป็นผู้รับรอง

“ผมยืนยันเลยว่าถ้าทำได้แบบนี้ แล้วไม่มีใครกล้าเอา ผมเอาเอง” .

http://www.isranews.org/isranews-other-news/item/3789-%E2%80%9C%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C%E2%80%9D-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-500-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E2%80%9C%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87%E2%80%9D.html

๖ ก.พ. ๕๗ กกต.สรุปตัวเลขภาพรวมผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการใน ๖๘ จังหวัด ไม่รวม ๙  จังหวัดที่ไม่สามารถเปิดลงคะแนนได้ว่า

  • ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 43,024,786 คน
  • มาใช้สิทธิ์ 20,530,359 คน (ร้อยละ 47.72)
  • บัตรดี 14,645,812บัตร (ร้อยละ 71.34)
  • บัตรเสีย 2,458,461บัตร (ร้อย 11.97)
  • ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 3,426,080 บัตร (ร้อยละ 16.69)

การเลือกตั้งที่ผ่านมามีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณร้อยละ ๗๕ ครั้งนี้ออกมาร้อยละ ๔๗.๗๒ ผู้ออกมาใช้สิทธิหายไปราวๆ ๑๐.๗๕๖ ล้านคน แน่นอนว่าส่วนใหญ่คือคนที่เห็นด้วยกับการ No Vote ส่วนน้อยบางคนไม่กล้าออกไปใช้สิทธิ์เพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย บางคนเห็นว่าเสียเวลาเปล่าเพราะการเลือกตั้งส่อเค้าเป็นโมฆะ และก็คงมีบ้างบางคนที่เบื่อหน่ายกับความวุ่นวายทางการเมือง

๖๘ จังหวัดที่มีการเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกที่จะ No Vote ๑๐ ล้านคนบวกด้วย Vote No ๓ ล้านคน หมายถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งราวๆ ๑๓ ล้านคน หรือร้อยละ ๓๐ (๑ ใน ๓)ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้ง แตกแยก สับสนวุ่นวาย ไม่พอใจกับตัวเลือกที่แต่ละพรรคการเมืองนำเสนอ อีกประมาณ ๑๕ – ๑๗ ล้านคนพอใจกับตัวเลือกที่ตัวเองมีอยู่(นับรวมบัตรเสีย ๒ ล้านกว่าใบซึ่งเกิดจากหลากหลายสาเหตุด้วย) ตัวเลขคน ๒ กลุ่มใน ๖๘ จังหวัดต่างกันเพียง ๔ ล้านคนเท่านั้น ขณะที่กทม.และภาคใต้นั้นเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ หากมีการเลือกตั้งครบทั้งประเทศ กระแสปฏิรูปก็น่าที่จะสามารถเอาชนะกระแสอนุรักษ์ได้

ผลการเลือกตั้งที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยยังคงได้รับชัยชนะ คือ ตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้คนไทยตื่นจากภวังค์ ความมัวเมา ลุ่มหลง ศรัทธายังคงอยู่เหนือเหตุผล ส.ป.ก.ฉาวราวๆปี ๒๕๓๕ ไม่อาจเปลี่ยนใจคนใต้ได้ฉันท์ใด เผากรุงในปี ๒๕๕๓ รวมทั้งปาหี่บริหารน้ำ กู้ชาตินี้ใช้คืนชาติหน้า และจำนำข้าวที่กำลังล่มสลายในปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗ ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจคนไทยได้ฉันท์นั้น ชาวนากว่า ๔ ล้านครัวเรือน เข้าร่วมโครงการจำนำข้าวราวๆ ๒ ล้านครัวเรือน ชาวนาเองก็รู้ว่ารัฐบาลถังแตก ไม่มีเงินมาจ่ายค่าข้าวให้ชาวนาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๖ แต่ชาวนาก็ยังคงกาบัตรเลือกพรรคเพื่อไทยและอดีตพรรคร่วมรัฐบาลที่เบี้ยวเงินไม่ยอมจ่ายค่าข้าวให้ชาวนา อนิจจา อนิจจัง นี่แหละหนอศรัทธา ความมัวเมาลุ่มหลง

สหรัฐเตรียมส่งอาวุธช่วยกบฏซีเรีย-ไม่สนเสียงวิจารณ์ “ยูเอ็น”

วันเสาร์ 15 มิถุนายน 2556 เวลา 09:09 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า สหรัฐอเมริกาประกาศยกระดับมาตรการให้ความช่วยเหลือ “ทางทหาร” ต่อฝ่ายกบฏซีเรีย ด้วยเหตุผลเรื่องการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลดามัสกัส ที่ออกมาประณามทันควันว่า วอชิงตัน “โกหก” ขณะที่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และรัสเซียออกมาวิจารณ์ท่าทีล่าสุดของทั้งสองฝ่าย
แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาวเผยว่า สำนักงานข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) จะเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสรรอาวุธ อาทิ กระสุนปืน ให้แก่กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เนื่องจากวอชิงตันได้รับรายงานว่า กองทัพผู้ภักดีต่อประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ใช้อาวุธเคมีสังหารกลุ่มกบฏและประชาชนไม่ต่ำกว่า 150 ศพ ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ขณะที่สำนักข่าวซานา กระบอกเสียงของดามัสกัส นำเสนอรายงานโจมตีสหรัฐทันทีว่า เป็นการตัดสินใจที่ชัดเจนว่า วอชิงตันจะเข้าข้าง “กลุ่มก่อการร้าย” พร้อมกับปฏิเสธข้อกล่าวหาของอีกฝ่ายในเรื่องการใช้อาวุธเคมี โดยกล่าวว่าไม่มีหลักฐานพิสูจน์ เท่ากับเป็นการโกหก
ด้านนายบัน คี-มูน เลขาธิการยูเอ็น แถลงแสดงความกังวลต่อความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐ ด้วยการวิจารณ์ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการ “เติมเชื้อไฟ” ให้วิกฤตสงครามกลางเมืองซีเรียที่ยืดเยื้อมานานกว่า 27 เดือน และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100,000 ศพแล้วนั้น บานปลายมากขึ้นไปอีก ส่วนตัวแล้วตนไม่เห็นว่า การมอบความช่วยเหลือลักษณะนี้จะมีประโยชน์อะไร
ส่วนนายยูริ ยูชาคอฟ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย ชาติที่แสดงออกค่อนข้างชัดเจนว่า อยู่คนละฝั่งกับสหรัฐในเรื่องซีเรีย กล่าวว่า วอชิงตันกำลังทำลายความพยายามของนานาชาติ ที่กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างสันติภาพบนแผ่นดินซีเรีย

http://www.dailynews.co.th/Content/foreign/2243/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C+%E2%80%9C%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%99%E2%80%9D

การแทรกแซงทางการเมือง การทหารในรูปแบบต่างๆด้วยวัตถุประสงค์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงนั้นเกิดขึ้นมานานมากแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องผิดแผกแปลกประหลาดอันใดหากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความเปราะบางเป็นอย่างยิ่งทั้งทางการเมือง(ประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข/ราชาธิปไตย/ประธานาธิบดี) เศรษฐกิจ(นักธุรกิจการเมืองแสวงความร่ำรวยให้กับตนเองและพวกพ้องบนหายนะชาติ) และสังคม(ความแตกแยก แบ่งแยกดินแดนเป็นเหนือ-ใต้-รัฐอิสลาม)จะบีบคั้นบังคับให้กองทัพต้องแทรกแซงการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ชาติไทยแตกเป็น ๓ เสี่ยง เปลี่ยนรูปการปกครอง เศรษฐกิจล่มสลายเนื่องจากความโลภของคนอภิมหาเศรษฐีร้อยละ ๐.๑ ของสังคมที่ผูกขาดอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไว้ในมือตน ภายใต้ภารกิจเพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ แบบที่อเมริกัน สหภาพโซเวียต จีน สหราชอาณาจักร โปรตุเกส สเปนเคยแทรกแซง ชาติต่างๆหรือส่งกองเรือออกล่าอาณานิคมมาแล้วในอดีต

การแทรกแซงกิจการภายในเพื่อความมั่นคงนั้นทำได้หลายรูปแบบ การสนับสนุนช่วยเหลือให้ชาวนารวมตัวกันจัดตั้งเครือข่ายชาวนา เกษตรกร กลุ่มวิชาชีพต่างๆเพื่อคานอำนาจทางสังคม ให้พลังกลับคืนสู่สมดุลย์ เพื่อให้การยกเครื่องประเทศไทยเกิดจากคนไทยทุกภาคส่วน ทั้งคนเมือง คนกรุง สหภาพแรงงาน และเกษตรกรทั้งประเทศ “คนไทยทุกหมู่เหล่า” ไม่ใช่การปฏิรูปแบบผูกขาดหรือตกอยู่ภายใต้การครอบงำ บงการของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อความมั่นคง ย่อมเป็นสิ่งที่กองทัพกระทำได้เช่นกัน หากพิจารณาในมุมมองความมั่นคงแบบคนอเมริกัน

รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้ชาวนาทำให้มวลชนหันหลังให้ความเกลียดชัง ใช้เมตตาธรรมนำหน้า ระดมเงินบริจาคช่วยเหลือชาวนาต่อสู้ เรียกร้อง ดำเนินคดีกับรัฐบาล : นายกฯ(ประธาน กขช.)และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ/ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้ศาลยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดมาชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยให้กับชาวนา โดยสภาทนายความอาสาว่าความให้ชาวนาฟรี แกนนำฝ่ายต่อต้านรัฐบาลช่วยเหลือชาวนาจัดตั้งเครือข่ายเกษตรกรจึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีของสังคมไทย การปฏิรูปประเทศโดยคนไทยทุกหมู่เหล่ากำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

เมื่อประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมเพรียงเรียกร้องยกเครื่องประเทศไทย การปรับขบวนทัพใหม่ย่อมนำมาซึ่งพลานุภาพเพิ่มพูนทวีคูณ ปรับทัพจัดรูปกระบวนใหม่

  • เวทีเกษตร : ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ชาวประมง ฟาร์มปศุสัตว์ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ทั้งรายย่อย รายกลาง รายใหญ่ร่วมปรึกษาหารือ ถ่ายทอด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปฏิรูปภาคเกษตรอย่างไรให้ยั่งยืน
  • เวทีชุมชน ปรึกษาหารือสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อม
  • เวทีแรงงานรัฐวิสาหกิจ เอกชน วิชาชีพอิสระ ปรึกษาหารือยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน
  • แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ รถสองแถว รถบรรทุก ปรึกษาหารือปัญหาพลังงาน การขนส่ง
  • คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ คนทำงานด้านสิทธิเด็ก ปัญหาสังคม ปรึกษาหารือปัญหาสังคม โอกาสทางสังคม
  • ฯลฯ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s