Extreme Money


Extreme-Money

เกี่ยวกับผู้เขียน

สัตยาจิต ดาส(Satyajit Das)นั้นเป็นผู้ชำนาญการพิเศษด้านตราสารอนุพันธ์ การบริหารความเสี่ยง และตลาดทุนระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับอีกคนหนึ่ง

ปี ๒๐๐๖ ดาสเคยเขียนหนังสือที่มีชื่อว่า “Traders, Gun and Money : Knows and Unknows in the Dazzling World of Derivatives” ดาสได้วิเคราะห์รูปแบบของตลาดสินเชื่อว่าเราไม่ควรที่จะทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงมากไปกว่านี้โดยได้พุ่งเป้าไปที่พลังอำนาจของเม็ดเงินที่มากเกินไป(ตราสารอนุพันธ์นั้นนักลงทุนวางเงินประกันไว้จำนวนหนึ่ง ไม่ต้องชำระเต็มจำนวนตามมูลค่าสัญญา เช่น ทองคำ ๑๐ บาท ๑ สัญญามีมูลค่าประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาท นักลงทุนก็แค่วางเงินเพียงร้อยละ ๑๐ – ๒๐ แต่ว่าสามารถสร้าผลกำไรหรือขาดทุนได้อย่างมหาศาลภายในวันเดียว – หมายเหตุจากผู้ถอดความ) ระบบการซื้อขายเช่นนี้ไม่ได้ช่วยให้ตลาดเงิน ตลาดทุนมีเสถียรภาพหรือมีความปลอดภัยแต่อย่างใด(หลักการแรกเริ่มของตลาดฟิวเจอร์สหรือออปชั่นคือการประกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินหรือราคาน้ำมัน ทองคำ ฯลฯ) แต่กลับทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุนตกอยู่ภายใต้ภาวะสุ่มเสี่ยงมากขึ้น และอาจทำให้ตลาดเกิดภาวะตกต่ำได้เมื่อเกิดปัญหาจากการให้สินเชื่อแก่นักลงทุน แล้วตลาดเงินตลาดทุนก็เกิดวิกฤติเพราะความผันผวน พลิกกลับของราคาสินค้าอ้างอิงจริงๆ

นอกจากดาสจะเคยเขียนหนังสือเพื่อวิเคราะห์และทำนายเศรษฐกิจแล้ว ดาสยังเคยออกรายการทีีและวิทยุอีกหลายรายการทั้งของสถานีเอบีซีและเอสบีเอสของออสเตรเลีย บีบีซีของอังกฤษ บลูมเบิร์กของอเมริกา ซีเอ็นบีซี เอสเอบีซี และสถานีอื่นๆอีกมากมายทั่วทุกมุมโลก

ดาสผ่านงานมาแล้วมากมายทั้งกับทีเอ็นทีกรุ๊ปหรือธนาคารคอมมอลเวลท์ของออสเตรเลีย ธนาคารซิตี้คอร์ปอินเวสเมนต์ และเมอร์ลินลินช์

เกริ่นนำ

ซับไพรม์วิพากษ์

อะไรเป็นสาเหตุให้คนอเมริกันยากจนใน Looneyville เวสต์เวอร์จิเนียผิดนัดชำระหนี้ไม่ยอมผ่อนส่งค่าบ้านกันต่อไป รวมทั้งในเมืองอื่นๆอีกหลายเมืองก็ตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกันคือคนอเมริกันมีความสามารถในการผ่านชำระค่าบ้านลดน้อยลงจากเดิม

ตั้งแต่ปี ๒๐๐๐ เป็นต้นมาราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เป็นผลมาจากแรงขับเคลื่อนของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจที่เติบโตขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และความปรารถนาของคนทุกคนตามธรรมชาติที่ใครๆก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตนายธนาคารเพื่อการลงทุนประกาศนโยบายสังคมของคนอเมริกัน(an ownership society in America)เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๐๓ ว่า “ข้าพเจ้าอยากให้คนอเมริกันมีบ้านเป็นของตัวเองกันมากขึ้น นี่คือผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา เมื่อคุณมีบ้านเป็นของตนเองคุณก็จะบรรลุถึงสิ่งที่เป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่เป็นอนาคตของประเทศสหรัฐอเมริกา”

ตลาดที่พักอาศัยจึงเฟื่องฟูโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากแรงขับเคลื่อนของเม็ดเงินที่ถูกอัดฉีดเข้ามาทำให้ตลาดเติบโตขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ธนาคารและนายหน้าซื้อขายบ้านพักอาศัยปล่อยกู้ให้กับผู้ซื้อบ้านใหม่กันอย่างเมามัน มีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนที่ไม่อยู่ในข่ายที่จะสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้ตามกติกาเดิมให้สามารถขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้ จอร์จ บุชได้รับคำชื่นชมสรรเสริญเป็นอย่างยิ่งจากบรรดานายธนาคารจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ทางการเงินนี้

ช่วงที่เกิดวิกฤติตลาดหุ้นตกต่ำในปี ๑๙๐๗ นั้น เจพีมอร์แกนประกาศว่าธนาคารจะปล่อยกู้่ให้กับลูกค้าที่ดูน่าเชื่อถือเท่านั้น ขณะที่ในช่วงต้นสหัสวรรษใหม่นี้กลับไม่มีใครสนใจกันเลยว่าผู้ขอสินเชื่อนั้นจะมีความสามารถในการชำระหนี้กันมากน้อยสักเพียงใด ผู้ขอสินเชื่อก็แค่กรอกแบบฟอร์มทางอินเตอร์เน็ต ยอมใหา้มีการตรวจสถานภาพทางการเงินของตนเอง แล้วโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็จะคำนวณมูลค่าของบ้านกับสินทรัพย์ต่างๆที่คุณมีอยู่ออกมา หากสินทรัพย์ที่คุณมีอยู่ในมือนั้นมีมูลค่าต่ำกว่าวงเงินสินเชื่อที่คุณต้องการ ผู้ประเมินราคาสินทรัพย์ก็จะเรียกเก็บส่วนต่างที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้

ปี ๒๐๐๖ ใครๆก็สามารถกู้เงินได้ ผู้ขอกู้ได้รับฉายาว่านินจา (NINJAs : No Income, No Jobs, or Assets) แล้วปี ๒๐๐๖ ก็เป็นปีที่ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาเริ่มปักหัวลง ผู้กู้หยุดชำระคืนเงินกู้ค่าบ้านที่ตนเองขอกู้จากสถาบันการเงิน

ธุรกิจซับไพรม์คืออะไร ? The American Dialect Society ลงมติเอาไว้ในปี ๒๐๐๗ กำหนดนิยามของคำว่า subprime เอาไว้ว่า คือ การรับจำนองบ้านราคาถูกที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่นำออกมาขายให้กับบุคคลผู้เคราะห์ร้ายแล้วถูกธนาคารและนายหน้าที่รับจำนองบ้านนำออกมาขายอย่างเร่งรีบ แล้วจบลงโดยที่ประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียบ้านของตนเองไป (the suspiciously cheap mortgages that were sold to hapless individuals. It was synonymous with deceitful, cynical sales practices of banks, and mortgage brokers that ended with thousands of people losing their homes.)

Exploding ARM คือ การคิดอัตราดอกเบี้ยจากการจำนองบ้านที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นภาระหนี้ที่ลูกค้าสินเชื่อต้องจ่ายในแต่ละเดือนจากที่คเยสามารถจ่ายค่างวดผ่อนบ้านได้ก็กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถแบกรับภาระหนี้ดังกล่าวนี้ต่อไปได้อีกเนื่อจากยอดเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนปรับสูงขึ้นจากเดิมร้อยละ ๔๐ – ๘๐

jingle mail หมายถึง จดหมายที่ผู้ขอกู้เงินจากธนาคารส่งไปถึงธนาคารเพื่อแจ้งให้ธนาคารรู้ว่าธนาคารจะไม่ได้รับการชำระหนี้ค่าบ้านจากลูกค้าสินเชื่อของธนาคารอีกต่อไป เชิญธนาคารส่งพนักงานมายึดบ้านที่ติดจำนองเอาไว้ได้เลย ลูกกุญแจบ้านได้ส่งมาให้พร้อมกันแล้วนี้ในซองจดหมาย

Liars’s loans (หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นการขอสินเชื่อโดยที่ไม่ต้องเขียนคำร้องหรือเป็นคำขอกู้เงินที่มีรายละเอียดน้อยมากและการกู้ยืมที่ไม่สนใจ ใส่ใจ ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้) หมายถึง การกู้เงินซื้อบ้านที่ไม่ต้องพิจารณาสถานภาพทางการเงิน ผู้กู้แค่บอกธนาคารว่าตัวเองมีรายได้และสินทรัพย์มูลค่าเท่าไหร่ สถาบันการเงินก็ไม่สนใจที่จะตรวจสอบว่าผู้กู้มีรายได้และสินทรัพย์ตามที่ระบุเอาไว้จริงหรือไม่ ดังนั้นผู้ขอกู้จึงมักโกหกพกลมไปตามเรื่องตามราวว่าตัวเองมีรายได้เท่านั้นเท่านี้ ดังนั้นฟองสบู่ตลาดที่อยู่อาศัยจึงแตกกระจุยกระจายในปี ๒๐๐๗ โดยเริ่มจากราคาบ้านที่ลดต่ำลง การผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าสินเชื่อที่ติดจำนองบ้านไว้กับธนาคาร

ดร.ฟลิกค์ (Doctor Flick) ซึ่งเคยเป็นประธานธนาคาร German Landes Bank ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจเฉพาะในส่วนของบ้านพักอาศัย (คล้ายๆกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ของไทย)ทั้งในและต่างประเทศ ได้กล่าวถึงความไร้ความรับผิดชอบของคนอเมริกันที่ไม่ยอมจ่ายคืนหนี้สินเชื่อเพื่อที่พักอาศัยให้กับธนาคารว่า

“สุดท้ายแล้วดูเหมือนว่ามันกำลังใกล้จะจบแล้ว” เป็นจุดจบที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะลงเอยเช่นนี้ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน สินเชื่อเพื่อซื้อรถ(SPV : Special Purpose Vehicles) ของธนาคารพังครืนไม่เป็ฯท่า ธนาคารสูญเงินไปหลายพันล้านดอลลาร์ ในโลกที่ทุนเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีเช่นในปัจจุบัน ไม่มีใครอยากอยู่ อยากทำธุรกิจในอเมริกากันอีกต่อไปแล้ว

Best In Show

ฤดูใบไม้ร่วงปี ๒๐๐๗ เมเลอร์ สตีเวนสัน ผู้อำนวยการจัดการของบรรษัทแห่งหนึ่งในวอลสตรีทได้บ่นให้ดาสฟังว่า “แย่มากๆ” ดาสก็เลยถามกลับไปว่า “นานมั๊ย” เมเลอร์ตอบกลับมาว่า “หลายปีแน่ๆล่ะงานนี้”

เมเลอร์นั้นเคยทำงานอยู่ที่ธนาคารยูโรสวิส(ESB : Euro Swiss Bank) สาขาลอนดอนมาก่อน ภายหลังจึงย้ายกลับมาทำงานในวอลสตรีทอีกครั้งหนึ่งในสายงานค้าพันธบัตร

คนกลุ่มเล็กๆกลุ่มนี้คือผู้มีสติปัญญาอันปราดเปรื่อง มีแนวคิดแบบเสรีนิยม เป็นกลุ่มคนที่ชี้นำ บงการ กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆขึ้นมาครอบงำ ชี้นำโลก และเป็นคนที่ทำให้ฝันกลางวันอันรัญจวนใจของคนทั้งโลกต้องสิ้นสุด คนหนุ่มสาวที่สวมใส่เืสื้อผ้าแบบสบายๆ สวมเสื้อทีเชิร์ตแล้วสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตคือพวกลวงโลกที่ดูสุภาพ อ่อนโยน เป็นผู้ำกำหนดเทรนด์ของโลกในทุกมิติ

ทั้งดาสและสตีเวนสันต่างก็รู้จักกับโจอาคิม มาร์จิน และราล์ฟ สมิธ ผู้จัดการกองทุนประกันความเสี่ยงซึ่งทำงานให้กับเจอาร์แคปิตอล ทั้งเจอาร์และสถาบันการเงินที่สตีเวนสันทำงานอยู่ ต่างก็ได้รับรางวัลจากผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมมาแล้วด้วยกันทั้ง ๒ แห่ง

รางวัลต่างๆที่แจกกันในโลกแห่งอุตสาหกรรมการเงินนั้นพิจารณากันจากเสียงโหวตของลูกค้าและสถาบันการเงินต่างๆว่าบริษัทใดดีที่สุด สถาบันการเงินใดได้รับรางวัลก็จะมีลูกค้ามากมายมาใช้บริการ การสำรวจคามคิดเห็นนั้นก็เหมือนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่ลงคะแนนกันเป็นความลับและอิสระ เมื่อเมเลอร์รู้ข่าวว่าสายงาน Fixed Income ที่ตัวเองเป็นผู้ดูแลอยู่ได้รับรางวัล Fixed Income House of the Year ธนาคารของเมเลอร์ก็จะต้องจ่ายเงินสนับสนุนการจัดงานแจกรางวัล ๑ แสนดอลลาร์ และซื้อโฆษณาแบบเต็มหน้าหนังสืออีก ๔ หมื่นดอลลาร์

กลุ่มคนทีเชิร์ตดำได้รับการยกย่องเหล่านี้มาพร้อมกับรูปแบบการทำงานที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งว่า ๑๐/๔๐ คือ ๑ หมื่นล้านดอลลาร์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของเจอาร์ต้องสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาให้ได้ร้อยละ ๔๐ คืนกลับสู่มือนักลงทุน นี่คือกฎเหล็กในการลงทุนของเจอาร์ นำมาซึ่งรายได้ปีละ ๒๕๐ ล้านดอลลาร์ นี่คือความสำเร็จที่มาร์จินและสมิธซ์ทำให้กับเจอาร์และเมเลอร์ทำให้กับ ESB

update เมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๖

The Physical Impossibility of Death in the Mind of Someone Living

JR จ้างสถาปนิกชื่อดังให้มาออกแบบก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่่แห่งใหม่เพื่อรองรับการขยายงานใหม่ที่ใหญ่ขึ้น พวกเขาต้องการทำตู้โชว์ปลาฉลาม

เดเมียน เฮิร์สต์ ศิลปินหนุ่มชาวอังกฤษ ได้รับเลือกให้รับผิดชอบทำงานชิ้นนี้ ผลงานสร้างชื่อของเฮิร์สต์คือผลงานที่มีชื่อว่า ” The Physical Impossibility of Death in the Mind of Someone Living “

ปลาฉลามที่ JR นำมาจัดแสดงที่สำนักงานใหญ่คือราชาแห่งนักล่าในมหาสมุทรที่ถูกชาวประมงจับได้ในออสเตรเลีย มันมีค่าตัวอยู่ที่ ๔ พันปอนด์ และมีค่าใช้จ่ายในการแช่น้ำแข็งแล้วส่งมาที่ลอนดอนอีก ๒ พันปอนด์ จากนั้นชาร์ล สาทชิ กูรูด้านโฆษณา ก็ซื้อมันมาในราคา ๕ หมื่นปอนด์ กาลเวลาที่ผ่านไปทำให้ปลาฉลามเน่่าเปื่อย ผิวของมันกลับกลายเป็นยับย่นและเปลี่ยนสีเป็นเขียวซีด ครีบหลุดร่วงออกจากร่าง ฟอร์มาลดีไฮด์ในแท็งค์ก็ขุ่นมัว ทัศนวิสัยที่เราจะมองเห็นฉลามเสือในแท็งค์น้ำเลวร้ายลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งไม่อาจมองเห็นอะไรในแท็งค์ได้ ผู้ดูแลพยายามฟอกสีฟอร์มาดีไฮด์ให้ใสขึ้นแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก ซากฉลามจะอย่างไรก็คือซากศพที่ย่อมต้องเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา ท้ายที่สุดแล้วผู้ดูแลก็ทำได้แค่ลอกหนังฉลามออก จากนั้นก็ทำแม่แบบขึ้นมาเพื่อดึงหนังฉลามให้ตึง สิ่งที่ทำได้มีเพียงเท่านี้เอง

เดือนธันวาคมปี ๒๐๐๔ สาทชิขายผลงานชิ้นนี้ให้กับสตีฟ โคเฮน ผู้ก่อตั้งและเป็นเสาหลักของอูเบอร์เฮดจ์ฟันด์ เอสเอซีแคปิตอล แอดไวเซอร์ บริษัทที่มีเม็ดเงินอยู่ภายใต้การบริหารงานอยู่ราวๆ ๑๒ ล้านดอลลาร์ ข่าวบางกระแสกล่าวว่าโคเฮนซื้อ” The Physical Impossibility of Death in the Mind of Someone Living ” มาในราคา ๘ ล้านดอลลาร์

ครั้งหนึ่งสาทชิเคยไปตรวจสอบราคาคอลเลคชั่นชิ้นนี้ของเขากับทางบริติชมิวเซียม เคน ลิฟวิ่งสโตน ซึ่งต่อมาได้เป็นนายกเทศมนตีของนครลอนดอนคาดว่าถ้าให้พิพิธภัณ์ทำแบบนี้ก็คงจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาชมอควาเลียมได้มากขึ้น มีข่าวลือออกมาว่าเจอาร์จ้างเฮิร์ส เจ้าของผลงานชิ้นนี้ ออกแบบสำนักงานโดยกำหนดให้มีส่วนจัดแสดงฉลามขาว นักล่าที่น่าหวาดหวั่น เอาไว้ในนัั้นด้วย

update เมื่อ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๖

สยายปีก

ช่วงที่ Mailer ทำงานเป็นหัวหน้างานสายงาน fixed income ให้กับ ESB นั้น ทุกปีจะมีการประชุม GSS “Global Strategy Session” กันที่แวร์ซายส์ เพื่อฟัง Eduard Keller หัวหน้าผู้บริหาร
ที่ได้รับสมญานามว่า the Sun King แสดงปาฐกถา

เคลเลอร์อดีต management consultant คนก่อนนั้นมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจธนาคารน้อยมาก เคลเลอร์กล่าวถึงช่องว่างในการแข่งขันที่ขาดหายไประหว่าง ESB กับธนาคารอื่น นี่คือเหตุผลที่ ESB จ้างเคลเลอร์เข้ามาทำงานให้กับธนาคาร ช่องว่างที่ว่านั้นหมายถึงธุรกิจที่ ESB ยังไม่ได้ทำ ESB จำเป็นต้องก้าวเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าว บางที ESB อาจต้องซื้อกิจการของ le Roi Soleil เพื่อให้ได้มาทั้งทีมงาน รูปแบบการทำธุรกิจ ทุกสิ่งทุกอย่างมาทั้งหมด จากนั้นเคลเลอร์ก็ได้กล่าวถึงวิธีการผสานวัฒนธรรมองค์กรของ ๒ บริษัทเข้าด้วยกัน ESB เติบโตขยายตัวอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งในแง่ของขนาดและความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร ในช่วงที่เคลเลอร์เป็น CEO ของธนาคาร ไม่มีใครรู้ และไม่มีใครสนใจใส่ใจว่าผลจากภาวะผู้นำ การชี้นำของเคลเลอร์จะเป็นแบบไหน อย่างไรกันต่อไปในอนาคตข้างหน้า

ในการประชุม GSS ปี 2005 เคลเลอร์ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวหนังสือพิมพ์ถึงการคิดอย่างเป็นสากล มองไปถึงโลกทั้งโลก ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคแห่งการเติบโตขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด สร้างความมั่งคั่งให้กับทุกผู้คนบนโลกใบนี้ที่ขับเคลื่อนไปด้วยระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี ประชาธิปไตย และการเชื่อมโยงการค้าถึงกันทั่วทั้งโลก
ตลาดไร้พรมแดนนั้นเผ็นคำกล่าวที่สวยหรูดูดี นำมาซึ่งรางวัลโนเบลสำหรับนักเศรษฐศาสตร์ที่กล่าวถึงโอกาส ความเป็นไปได้ดังกล่าว ขจัดอุปสรรคต่างๆทิ้งไป และทำให้มันกลายเป็นความจริงขึ้นมาให้ได้ BRIC ที่ประกอบไปด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีนนั้นมีกำลังซื้อมหาศาล คือความหวังของคนทั้งโลก อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และตลาดหุ้นคือแหล่งขุมทรัพย์ที่รอเราอยู่

จากนั้น Swami Muktinanda ก็ก้าวขึ้นสู่เวทีแล้วกล่าวถึงพลังแห่งจิตวิญญาน พลังแห่งจักรวาลอันน่าลุ่มหลงเป็นการปิดท้ายการประชุม

Swiss Inquisition

หลังเที่ยง Mailer กับ Das หารือกันเรื่องการจัดตั้ง Hedge Fund

ในอดีตนั้น ธนาคารอาศัยการระดมเงินฝากจากผู้ออมเงิน จากนั้นธนาคารก็นำเงินฝากไปปล่อยกู้ให้กับบุคคลต่างๆที่ต้องการกู้เงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ โรงงาน เครื่องจักร บ้าน รถยนต์ หรือสิ่งอื่นใดก็สุดแท้แต่ ส่วนธนาคารเพื่อการลงทุนนั้นมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำบริษัทต่างๆที่ต้องการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือต้องกาออกตราสารหนี้เพื่อระดมเงินมาทำธุรกิจ ปลายศตวรรษที่ ๒๐ Universal Bank หรือ Financial Supermaket ก็ถือกำเนิดขึ้น ธนาคารยุคใหม่ทำได้ทุกอย่าง ไม่ได้เป็นแค่เพียงคนกลางระหว่างผู้ต้องการออมเงินกับผู้ต้องการเงินกู้ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำอีกต่อไป เพื่อให้ได้ผลกำไรเพิ่มมากขึ้น ธนาคารจึงเลือกที่จะเสี่ยงมากขึ้น The Sun King ก็ได้เปลี่ยน ESB เป็น universal banking ที่ทรงพลัง

รายงานกลยุทธของที่ปรึกษาสรุปว่า ESB มีความเสี่ยงไม่มากนัก ควรเพิ่มความเสี่ยงในการทำธุรกิจให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นซึ่งทำได้ด้วยการลงทุนใน hedge fund

Margin and Smitz จึงถูกตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจ hedge fund ด้วยเงินลงทุน ๕๐๐ ล้านดอลลาร์บวกด้วยเงินกู้ยืมอีกส่วนหนึ่ง กองทุนที่ตั้งขึ้นมีขนาด ๖ พันล้านดอลลาร์ ผลการดำเนินงานทำให้ผู้ถือหุ้นยิ้มแก้มปริ ผู้จัดการกองทุนของ Margin and Smitz ได้ส่วนแบ่งร้อยละ 2/20:2 ESB ได้ผลตอบแทนการลงทุนร้อยละ ๒๐

แนวคิดในการลงทุน

ในการประชุมเพื่อกำหนดกลยุทธการลงทุนนั้น Das มีหน้าที่วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของกลยุทธการลงทุนที่ trader หรือ fund manager นำมาใช้ในการลงทุน : long-short strategy ก็คือการซื้อถูกขายแพง ; ส่วน long only นั้นนักลงทุนจะซื้อสะสมแต่เพียงอย่างเดียว ; ขณะที่ short selling นั้นนักลงทุนจะเริ่มต้นด้วยการขายออกมาก่อน แล้วจึงซื้อกลับในภายหลัง ; carry trade คือการพยายามหาผลกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่มีความแตกต่างกันในแต่ละตลาด

การลงทุนย่อมมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเกิดจากราคาที่ไม่ได้ขึ้น/ลงอย่างที่เราคาดไว้ หรืออัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นสูงขึ้น เงินเยนแข็งค่าขึ้น เป็นต้น แต่โดยทั่วไปแล้วการลงทุนอย่างมีกลยุทธก็มักจะได้ผลโดยอาศัยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นเครื่องประกอบ หรือใช้การลงทุนตามเทคนิคเพื่อคัดกรองหุ้นหรือกำหนดจังหวะการซื้อขาย

Ambush

Das วิเคราะห์พฤติกรรมการลงทุนที่ผ่านมาของ Margin and Smitz ว่าการซื้อหุ้น MG บริษัทเหมืองแร่ทองคำเล็กๆในแคนาดานั้น “undervalued” ระดับราคาไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของปริมาณทองคำที่มีการคาดการณ์กันไว้ short ในราคาที่ต่ำเกินไป เป็นการเปิดสถานะ short ท่ามกลางสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก ปัญหาคือ gold reserves ของ MG นั้นอาจจะต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่ Margin ไม่เห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ดังกล่าว Das จึงตั้งคำถามว่าถ้า ESB ทำถูกแล้วทำไมต้องล้างสถานะทิ้ง ซื้อบริษัทเหมืองแร่มาแล้วเปิด short position ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก่อนซื้อ ESB จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลจากรัฐบาลก่อนว่าปริมาณทองคำมีเท่าไหร่กันแน่ ผู้กำกับกิจการไม่มีทางให้ ESB ซื้อกิจการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน ดังนั้น ESB จึงขาดทุนในการลงทุนครั้งนี้ สูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก Keller เถียงข้างๆคูๆว่า ESB จำเป็นต้องเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนการลงทุนให้กับผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น เพื่ออุดช่องว่างนี้ให้ได้ Das มองเห็นช่องว่างระหว่างกลยุทธนี้ แล้วการประชุมก็สิ้นสุดลง เช้าวันต่อมา Das นั่งรถแท็กซี่ไปหา the Sun King อีกครั้ง คราวนี้กลับกลายเป็นว่า Keller สนใจแนวคิดของ Das

Mega Presentation

การประชุม Global Finance Conference ปี ๒๐๐๗ จัดขึ้นในลอนดอนโดยมีนายกเทศมนตรีมหานครลอนดอนเป็นผู้กล่าวปาฐกถาในงานครั้งนี้ เศรษฐกิจสมัยใหม่ว่ามีเงินเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งการลงทุน การกู้ยืม การค้า หาเงิน ใช้เงิน ตั้งโรงงานก็ต้องใช้เงิน ซื้อรถหรูก็ต้องใช้เงิน มีมหานครนิวยอร์คเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการเงิน อะไรที่ทำแล้วประสบความสำเร็จในนิวยอร์คย่อมสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้กับทุกๆที่ทั่วโลก นายธนาคารก็มักกล่าวถึงนวัตกรรมใหม่ๆทางการเงินและกล่าวว่านี่คือยุคทองของโลกการเงิน เป็นยุคที่ตลาดการเงินสามารถกำกับดูแลตัวมันเองได้เป็นอย่างดี

ส่วนโลกทางการศึกษานั้นก็มีแขนงสาขาใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายทั้ง M.B.A., M.Fin., M.App. Fin., M.Sc(Fin.), CFA, CQF เป็นต้น

ชีวิตและการทำงานของนายธนาคารอย่าง Mailer นั้นเป็นชีวิตที่หรูเลิศอลังการทั้งที่พัก ที่ทำงาน รสนิยมในการใช้ชีวิต เมลเลอร์มองอินเดีย มาตุภูมิของดาสว่าเป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ เป็นดินแดนแห่งโอกาส แม้ว่าชีวิตของชาวอินเดียในปัจจุบันจะยังขาดแคลนแม้กระทั่งน้ำสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และระบบประกันสุขภาพก็ยังล้าหลังอยู่มากก็ตาม แต่อินเดียมีประชากรนับพันล้านคน นี่คือมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดใจได้เป็นอย่างดี

Democracy of Greed

ปี ๒๐๐๖ ดาสติดรายการทีวีที่ชื่อ Money Show เป็นอย่างมาก รายการนี้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเงิน การลงทุนของประชาชนคนธรรมดาทั่วๆไป Global Finance Conference นั้นเปรียบได้กับแชมเปญกับคาเวียร์ ส่วน Money Show นั้นคือเบียร์กับพิซซ่า “ใครอยากรวยให้เปิดทีวีดูรายการนี้”

Money Show มองว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็น pick and pay mortgage loan ที่ผู้กู้ได้เงินกู้มาจำนวนหนึ่งพร้อมกับภาระที่ต้องส่งค่างวดในแต่ละเดือนให้กับสถาบันการเงิน ๒ ปีผ่านไป ๒ ฝ่ายสามารถตกลงกันเพื่อตั้งต้นนับ ๑ ใหม่ได้(repayments หรือ re-fi !) กู้เงินก้อนใหม่มาโปะหนี้เงินกู้ก้อนเดิม ราคาบ้านพักอาศัยในอเมริกาเพิ่มขึ้นทุกปีสุดแท้แต่ว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ร้อยละ ๑๐, ๒๐ หรือ ๔๐ จึงสร้างความมั่งคั่งให้กับคนที่มีบ้านเป็นของตนเอง ขณะที่ต้นทุนการ re-fi บ้านมูลค่า ๔ แสนดอลลาร์นั้นอยู่ที่ร้อยละ ๓ หรือ ๑๒,๐๐๐ ดอลลาร์ ส่วนต่างที่เกิดขึ้นก็คือกำไร การกู้เงินซื้อบ้านมาแล้วปล่อยขายต่อทำกำไร แล้วกู้เงินซื้อบ้านหลังใหม่ก็ทำได้ง่ายมาก เพราะสถาบันการเงินไม่ได้ถามอะไรผู้ขอสินเชื่อมากนัก ยื่นคำร้องมาก็ปล่อยกู้ให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตามมูลค่าบ้าน จากนั้นก็พัฒนาต่อไปอีกขั้นหนึ่ง คราวนี้ไม่ต้องขายบ้านแล้ว อยากได้เงินก็เอาบ้านไปจำนอง “Debt is in; debt is good.”

Life on the Margin

ในงานสัมนาแห่งหนึ่ง ดาสได้รู้จักกับ Mary และ Greg ๒ สามีภรรยา แมรี่ทำงานเป็นเลขานุการอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง เธอมีความเชื่อว่าการเล่นหุ้นจะทำรายได้ให้เธอได้มากกว่าเงินเดือนที่เป็นรายได้ประจำจากงานประจำของเธอ ซึ่งเพื่อนบ้านของเธอนั้นสามารถสร้างผลกำไรจากการเล่นหุ้นได้ถึงสัปดาห์ละ ๕ พันดอลลาร์ ส่วน Greg นั้นต้องการมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อผ่อนบ้าน รถยนต์ ๒ คัน ค่าเล่าเรียนของลูก ๒ คน ประกันสุขภาพ และการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดพักผ่าน ที่ปรึกษาทางการเงินเคยคำนวณตัวเลขให้เกร็กดูว่าเขาจำเป็นต้องมีเงินเท่าไหร่เพื่อการเกษียณอายุ

การสัมนาได้แนะนำให้ผู้เข้าร่วมสัมนาได้รู้จักกับการ trade รูปแบบต่างๆ ทั้ง futures และ option ที่วอร์เรน บัฟเฟตต์เรียกว่า weapons of mass destruction เพราะเห็นว่าตราสารอนุพันธ์มีการเหวี่ยงขึ้นลงของราคาสูงมาก รวมถึงการซื้อขายหุ้นสามัญ เงินตราต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย และสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น แค่ร้อยละ ๒ ของเงินทุน หมายถึงเงิน ๒ หมื่นดอลลาร์ที่จะได้จากการเทรดตราสารที่มีมูลค่า ๑ ล้านดอลลาร์ ถ้าตราสารขยับขึ้นไปถึงร้อยละ ๑๐ ก็จะเท่ากับ ๑ แสนดอลลาร์ที่คุณจะได้รับจากการลงทุนด้วยเงิน ๒ หมื่นดอลลาร์ กำไร ๕ เท่าหรือร้อยละ ๕๐๐

โดยปกติแล้วเวลาที่เราซื้อหุ้น ๑๐๐ ดอลลาร์ เราก็จะต้องจ่ายเงินค่าหุ้น ๑๐๐ ดอลลาร์ เต็มจำนวน หุ้นขึ้น ๑๐ ดอลลาร์ก็ได้กำไรร้อยละ ๑๐ จากเงินลงทุน ๑๐๐ ดอลลาร์ แต่ถ้าเราใช้วิธี leverage เราก็สามารถซื้อหุ้นด้วยเงินลงทุนเพียง ๑๐ ดอลลาร์ส่วนอีก ๙๐ ดอลลาร์นั้นมาจากการกู้ยืม เมื่อหุ้นขึ้น ๑๐ ดอลลาร์คนที่เล่นหุ้นด้วยวิธีการนี้ก็จะได้กำไร ๑๐ ดอลลาร์ แต่ผลตอบแทนการลงทุนกลายเป็นร้อยละ ๑๐๐ ของเงินลงทุน เพราะใช้เงินลงทุนไปเพียง ๑๐ ดอลลาร์เท่านั้น

leverage นั้นสามารถเล่นได้ทั้ง ๒ ขาคือขาขึ้นและขาลง การกู้ยืมเงินนั้นผู้กู้จะต้องเสียดอกเบี้ยด้วย leverage จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เมื่อราคาหุ้นลดลง ๑๐ ดอลลาร์ก็หมายถึงเงินลงทุนเต็มจำนวนที่สูญหายไป โลกสมัยใหม่ money game จึงยืนอยู่บนหลักการที่ว่า “Give me enough debt and I shall make you all the money in the world.”

Racing Days

ใครที่ต้องการประสบความสำเร็จก็ต้องจ่ายเงินซื้อโปรแกรม STT (๙๙๕ ดอลลาร์) DVD สอนการใช้งานอีก ๔๙๕ ดอลลาร์ คู่มือแบบ manual ๑๙๕ ดอลลาร์ หนังสือพิมพ์สำหรับนักลงทุน ๓๕๐ ดอลลาร์ต่อปี การเปิดบัญชีซื้อขายกับบริษัทนั้นมีค่าคอมมิชชั่นร้อยละ ๒ ในการซื้อขายแต่ละครั้ง เงินลงทุนแรกเริ่มขั้นต่ำ ๒ หมื่นดอลลาร์ เปิดบัญชีตอนนี้รับฟรีหนังสือ Trade Your Way to Wealth and Independence มูลค่า ๑๙๙ ดอลลาร์

Dr.Doom

เมื่อดาสเดินทางไปพบเมลเลอร์อีกครั้งหนึ่ง เมลเลอร์บอกกับดาสว่ามีคนเพียง ๒ คนเท่านั้นที่ประเมินสถานการณ์ทางการเงินของโลกไว้เหมือนดาสนั่นคือ Roubini และ Faber

Dr. Nouriel Roubini ได้รับฉายาว่า Dr.Doom เป็นนักเศรษฐศาสตร์เชื้อสายอิหร่านที่เกิดในตุรกี ส่วน Dr. Marc Faber ก็ได้รับฉายาว่า Dr.Doom เช่นกัน เป็นนักวิเคราะห์การลงทุนชาวสวิสเซอร์แลนด์ โด่งดังมาจากการวิเคราะห์วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทยผ่านหนังสือที่ชื่อว่า Gloom Boom Doom ทั้ง ๒ คนเชื่อว่าสถานการณ์ในโลกการเงินตอนนี้ตกอยู่ในภาวะฟองสบู่ขนาดใหญ่ ดังนั้น บทวิเคราะห์ของดาสจึงมีความน่าสนใจ

ดาสวิเคราะห์ว่าอเมริกาเผชิญกับหนี้ก้อนโต สูงกว่าร้อยละ ๓๕๐ หรือ ๓.๕ เท่าของจีดีพี คนอเมริกันแต่ละคนมีหนี้สินเฉลี่ยต่อหัวราว ๔ พันดอลลาร์ต่อคน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆก็เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย การกำกับดูแลก็ผ่อนคลายลงไปจากเดิม ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากนัก ธนาคารปล่อยกู้ให้กับบริษัทและประชาชนที่ไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ให้กับธนาคารได้

ถึงกระนั้นก็ยังคงไร้ซึ่งวี่แววว่าจะมีข่าวร้ายเกิดขึ้นตลอดปี ๒๐๐๗ ดาสกล่าวถึงเหตุปัจจัยแห่งหายนะที่รออยู่พร้อมแล้วในการประชุมของบรรดาผู้จัดการกองทุน แต่ไม่มีใครเชื่อ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างยังคงไปได้สวย เมลเลอร์เองก็วางแผนว่าจะเปิดสำนักงานขึ้นในอินเดีย จีน รัสเซีย บราซิล และดูไบ

Extreme Money

โลกทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสังคม วัฒนธรรม หรือการเมือง ล้วนมุ่งสู่เป้าหมายทางการเงิน ต้องการความสำเร็จทางการเงิน มีเงินเป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จทางธุรกิจหรือแม้กระทั่งรัฐบาลเองก็ใช้เงินเป็นเครื่องชี้วัดผลงานของรัฐบาลเช่นกัน

ส่วนประชาชนคนธรรมดาก็กู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้าน รถยนต์ และสิ่งของต่างๆ แล้วเก็บเงินเพื่อส่งลูกเรียน ท่องเที่ยวพักผ่อน และเตรียมไว้ใช้ในวัยเกษียณ บางคนนำเงินออมไปลงทุนในตลาดเงิน-ตลาดทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น บางคนก็นำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อหวังทำกำไรจากราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น บางคนก็นำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างๆ หรือไม่ก็ตั้งกองทุนส่วนบุคคลขึ้นมาเสียเอง โดยอาศัยพึ่งพาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ ประเมินผลตอบแทนทางการเงิน โอกาสและความเสี่ยง อสังหาริมทรัพย์และถนนหนทางต่างๆ รวมทั้งสนามบินต่างถูกแปรรูปเป็นหน่วยลงทุน นี่คือบริบทใหม่ของโลกทางการเงิน อาณานิคมทางการเงินและศาสนาใหม่ของโลก

ความตื่นเต้นระทึกใจจึงไม่ได้มีแค่เพียง extreme sports เท่านั้น ตอนนี้เราสามารถลุ้นระทึก ตื่นเต้นเร้าใจไปกับ extreme money ที่สุ่มเสี่ยงหวาดเสียวไม่แพ้กัน เราไม่ได้หาเงินเพื่อซื้ออยู่ซื้อกินเหมือนในอดีตกันอีกแล้ว เราหาเงินเพื่อเป็นเศรษฐีพันล้าน เพื่อให้โลกจารึกชื่อของเราลงไปในทำเนียบมหาเศรษฐีโลก เรากู้เงิน เราเก็บเงิน เราทำทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อให้ตัวเองมีเงิน มีความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้น นี่คือเกมที่ใครต่อใครต่างพึงพอใจที่จะเล่น สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังกระดานอิเลคทรอนิคส์ ลุ้นระทึกว่ามันเป็นสีเขียวหรือสีแดง ซึ่งนั่นหมายถึงผลกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นในแต่ละเศษเสี้ยววินาที หุ้นและตราสารหนี้เป็นเพียงกระดาษใบหนึ่ง แต่มันคือสินทรัพย์ ซึ่งความเจริญกับความเสื่อมนั้นเป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่กันเสมอ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s