PROUT 7 การนำแนวทางของ PROUT มาปรับประยุกต์ใช้งาน


ภาค ๗ การนำแนวทางของ PROUT มาปรับประยุกต์ใช้งาน

บทที่ ๑ สามารถ (Samaj)

คำว่า “สังคม” หรือ “society” ในภาษาอังกฤษนั้นตรงกับคำว่า สามารถ (samaj) ในภาษาสันสกฤต ซึ่งในบริบทของ PROUT นั้นหมายถึง กลุ่มประชาชนที่มาทำงานร่วมกันเพื่อการพัฒนาอย่างรอบด้านโดยมีเป้าหมายร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว การทำวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เข้มแข็งคือเงื่อนไข องค์ประกอบที่สำคัญที่ต้องสร้าง ต้องทำขึ้นมาให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เข้มแข็งทำให้สังคมมีความเข้มแข็ง ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตขยายตัวได้ดี สังคม-สามารถก็คือกลุ่มประชาคมทางเศรษฐกิจ-สังคมที่มีประวัิติศาสตร์ความเป็นมาที่เข้มแข็ง มีรากเหง้าที่มาของตนเอง มีภาษาและวัฒนธรรมของตนเองเป็นเครื่องยึดโยงกลุ่มคนเอาไว้ด้วยกัน กลายเป็นอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของตนเองของแต่ละชุมชน การทำให้เกิดความก้าวหน้าในการกระจายอำนาจ กระจายความเจริญทางเศรษฐกิจก็คือการนำหลักประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่ PROUT นำเสนอมาปรับประยุกต์ใช้งาน ความเจริญทางด้านวัฒนธรรมและชีวิตที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของการมีสติ การใช้ปัญญาก็คือสภาพบรรยากาศของสังคมที่มีความเสมอภาคและมีจิตวิญญานที่อยู่ในภาวะสมบูรณ์ครบถ้วน รอบด้าน และมีผู้นำที่มีคุณธรรมจริยธรรมสูง เป้าหมายของสังคม-สามารถก็คือการช่วยเหลือพึ่งพากัน ทำให้คนในสังคมทุกคนได้รับการตอบสนอง เข้าถึงปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์กันถ้วนหน้าโดยทั่วถึงกันทุกคน และบรรลุผลสูงสุดในการพัฒนาศักยภาพความเป็นมนุษย์ทั้งในทางสติปัญญาและจิตวิญญาน การทำให้สังคมก้าวเข้าสู่ภาวะความเป็นสังคมที่แท้จริง เป็นสังคมที่มีศักยภาพ มีความสามารถคือเป้าหมายสูงสุดของ PROUT ที่เกิดจากการพัฒนาใน ๓ ด้าน คือ เศรษฐกิจ-สังคม สังคม-การเมือง และสังคม-วัฒนธรรม  อาณาเขตดินแดน พรมแดนของแต่ละรัฐ แต่ละประเทศนั้นส่วนใหญ่จะถูกขีด กำหนดขึ้นภายใต้บริบทของเส้นแบ่งกั้นทางการเมืองในระดับ แง่มุมต่างๆ ดังนั้นหากเรานำหลักการเรื่องสังคม-สามารถมาปรับใช้เป็นนวทางในการขีดเส้นแบ่งพรมแดน สร้างอาณาเขตให้กับสังคม รัฐ ชาติต่างๆแล้วผลที่เกิดขึ้นย่อมแตกต่างไปจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง การแบ่งเขตสังคม-สามารถในทางปฏิบัตินั้นย่อมหลีกไม่พ้นการนำหลักอื่นเข้ามาผสมผลาน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสภาพธรรมชาติของความเป็นไปเช่นกัน เราคงไม่สามารถนำหลักใดๆเพียงหนึ่งเดียวมาปรับประยุกต์ใช้งานได้ในทางปฏิบัติจริง เป็นธรรมดาที่เราย่อมต้องมีการเจรจาต่อรอง ถกเถียง ต่อรองกันระหว่างตัวทฤษฎีล้วนๆกับผลประโยชน์ทางการเมือง การแสวงประโยชน์ของระบอบทุนนิยม ดังนั้นเราจึงได้เห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มสังคม-ชาติพันธุ์ต่างๆเกิดขึ้นทั่วโลก นี่คือภาพสะท้อนให้เราได้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของความปรารถนาตามธรรมชาติที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจของมนุษย์ทุกคนที่ต้องการใฝ่ฝันถึงอิสระภาพ ทั้งในมิติด้านอาณาเขตดินแดน/พื้นที่ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ดังนั้นโลกจึงมีการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มต่างๆที่พยายามปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระภาพ ไม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของคนต่างกลุ่มชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นชาวควีเบคในฝรั่งเศส ชาวปาติสต้า กัวเตมาลา ชาวมายัน ชาวไอร์แลนด์เหนือ หรือกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในทวีปแอฟริกาที่ต่อสู้นองเลือดกันหลังยุคอาณานิคมล่มสลาย หรืออย่างในอิรัก และที่อื่นๆอีกมากมายที่เต็มไปด้วยสงครามนองเลือดเพื่อแบ่งแยกดินแดน เรียกร้องการปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ หลายครั้งที่ทางออกของการแบ่งเส้นพรมแดนทางการเมืองคือการนำลัทธิล่าอาณานิคมมาใช้เพื่อแบ่งแยกและปกครองดินแดนที่ผู้ชนะพิชิตมาได้ สายลมระลอกแรกที่มักเกิดขึ้นก็คือการพุ่งเป้าเล่นงานโจมตีภาษา้องถิ่นและการแต่งกายของคนในดินแดนที่ถูกพิชิต หนึ่งในหลักการขั้นพื้นฐานที่พวกทุนนิยมมุ่งแสวงผลประโยชน์เห็นพ้องต้องกัน ต่างก็นำมาใช้เหมือนๆกันก์คือการแบ่งแยกประชาชนและทำให้จิตใจของคนในอาณัติของตนอ่อนแอลงไปจากเดิมด้วยการประโคมโหมโอ่ว่าตนเองมีภาษาและวัฒนธรรมที่เหนือกว่า ภาษาพื้นเมือง เครื่องแต่งกายท้องถิ่นเป็นสิ่งล้าหลัง ไร้อารยธรรม จากนั้นก็สร้างปมด้อยเรื่องเชื้อชาติ แล้วก็นำศาสนามาเป็นเครื่องมือเสี้ยมคนในแต่ละชาติ แต่ละท้องถิ่นแตกแยกกัน อย่างในกรณีของสหราชอาณาจักรซึ่งประกอบด้วยประชาชนจากหลากหลายวัฒนธรรม มีภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างกันซึ่งถูกชาวอังกฤษพิชิตรวบรวมเป็นเครืองจักรภพอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นสก็อตแลนด์ เวลส์ หรือไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งแต่ละชาติก็คือหนึ่งสังคม-สามารถตามทฤษฎีของ PROUT คนทั้ง ๓ เชื้อชาติ-วัฒนธรรมต่างถูกอังกฤษกดขี่ ผนวกรวมเป็นเครือสหราชอาณาจักรทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมือง กลายเป็นเมืองขึ้นที่อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรอังกฤษ ภาษาท้องถิ่นของชาวสก็อตแลนด์ ไอร์แลนด์ เวลส์ ถูกกลืนกินจนแทบสูญสิ้นไปจากโลก วัฒนธรรมพื้นเมืองกลายเป็นวัฒนธรรมชองชาติอาณานิคม อินเดียว เบงกอลก็เช่นเดียวกัน ถูกอังกฤษเฉือนแบ่งเป็นชิ้นๆภายใต้การปกครองของอังกฤษ และยุคหลังการปกครองของอังกฤษก็ยังคงแตกแยกออกเป็นประเทศอิสระต่างๆหลายประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เจ้าอาณานิคมทำไปก็เพื่อให้วัฒนธรรมและความเจริญของชาติอาณานิคมภายใต้การปกครองของตนเองนั้นอ่อนด้อย เสื่อมถอย พิกลพิการลงไปจะได้ง่ายต่อการปกครองและแสวงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากชาติอาณานิคม ปรากฏการณ์เช่นนี้พบเห็นได้ทั่วทุกมุมโลก มาตรการ แนวทางของ PROUT จึงมุ่งหวังที่จะยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กลับมาเข้มแข็งกันอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงเศรษฐกิจของแต่ละท้องถิ่น ภายใต้เอกภาพ ความเป็นหนึ่เดียวกันของคนทั้งโลกตามหลักธรรมนูญสากลและหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน(a World Constitution and Bill of Rights) ทุกวันนี้สังคม-สามารถมากมายอยู่ร่วมรวมกันในรูปของรัฐชาติหรือรัฐต่างๆ PROUT ไม่สนับสนุนในเรื่องของการนำหลักการทางศาสนาหรือชาตินิยมที่ตีบตันคับแคบมาใช้ PROUT เห็นว่าสามารถคือหน่วยพื้นฐานทางสังคมที่จะทำให้เกิดวัฒนธรรมสากลที่มีความเข้มแข็ง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในปัจจุบันล้วนยืนอยู่บนหลักของความสัมพันธ์เพื่อแสวงผลประโยชน์ PROUT สนับสนุนหลักการผสมผสานกันทางด้านวัฒนธรรมที่เข้มแข็งหลายๆวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ยิ่งวัฒนธรรมที่โดดเด่นมีการผสมผสานกันมากเท่าไหร่ ความเป็นมนุษย์ก็จะยิ่งได้รับการพัฒนาให้สูงขึ้นมากเท่านั้น ตามการผสมผสาน พัฒนาวัฒนธรรม มนุษย์แต่ละคนควรจะมีสิทธิ สามารถใช้ชีวิตอยู่ ณ แ่หงหนตำบลไหนของโลกก็ได้ มีการผลสมผสานผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นท้องถิ่น รูปแบบขอบเขตสังคมวัฒนธรรม-เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดการแสวงหาผลประโยชน์ออกไป ไม่ใช่เพื่อเผยแพร่หรือส่งเสริมความโลภ ความเห็นแก่ตัว การแสวงหาผลประโยชน์ส่ตัวให้สะดวกง่ายดาย ทำได้มากขึ้น ซึ่งดัชนีชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการเริ่มต้นขึ้นของกระแสสังคม-สามารถนี้ก็ได้มีปรากฏให้เห็นกันบ้างแล้ว ผลกระทบดังกล่าวนั้นส่งผลต่อทั้งระบบทุนนิยมและคอมมิวนิสต์ ทำให้จิตสำนึกทางด้านสังคมของคนในสังคมเพิ่มสูงขึ้น และความเคลื่อนไหวนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต


บทที่ ๒ : แผนพัฒนาแบบหลายมิติ
Multipurpose Development Plans


PROUT ตระหนักดีถึงความจำเป็นของการมีกิจกรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนและแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะสั้นที่มีหลายมิติ หลายวัตถุประสงค์ มีประชาชนจำนวนมากนับพันล้านคนทั่วโลกที่รอคอยความช่วยเหลือจากโลกภายนอกให้ส่งอาหารเข้าไปให้กับพวกเขา ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็ฯผลมาจาระบบการกระจายสินค้า กระจายความเจริญของระบบเศรษฐกิจโลกมีปัญหาทำให้สินค้า อาหาร กระจายไปไม่ทั่วถึง ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ การกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลาง และการสิ้นยุคจักรวรรดินิยมคือเป้าหมายระยะยางที่ต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ แต่การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วยการส่งอาหารไปให้ประชาชนที่อดอยากหิวโหยเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำให้เร็วที่สุด ทั่วถึงมากที่สุด อาหารส่วนเกินจากโลกที่พัฒนาแล้วสามารถช่วยเหลือชาติกำลังพัฒนาที่ขาดแคลนอาหาร มีประชาชนที่กำลังอดอยาก รอความช่วยเหลืออยู่ได้ แผนพัฒนาแบบหลายมิติจะต้องกำหนดขึ้นบนพื้นฐานของระดับความยากจนที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และมุ่งไปสู่การยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นในทันที และพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาอย่างรอบด้านทั่วโลก เป็นโครงการที่เหมาะสมสำหรับคนทั้งโลก และสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทั้งในระยะสั้นๆ เป็นการชั่วคราว และการให้ความช่วยเหลืออย่างถาวรเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้กับทุกที่ๆมีความต้องการ บริการที่แตกต่าง มีความหลากหลาย ทั้งกว้างขวาง ครอบคลุม และลงลึกถึงรายละเอียด ทำงานในเชิงคุณภาพควบคู่กับปริมาณเพื่อช่วยเหลือคนยากจนในทุกประเทศ บริการที่กว้างขวาง ครอบคลุมนั้นหมายความว่า บริการที่จัดขึ้นนั้นจะต้องครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ ทั่วทุกหมู่บ้าน ส่วนบริการที่ลงลึกถึงรายละเอียดหมายความว่าจะต้องเป็นการทำงานในเชิงคุณภาพถึงระดับตัวบุคคลว่าคนยากจนจะต้องได้รับประโยชน์จากบริการนั้นอย่างแท้จริง ทั้งมิติเชิงปริมาณและคุณภาพนั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่รัฐสมัยใหม่ต้องเน้นหนัก ให้ความสำคัญมากกว่าในอดีตซึ่งทำกันแบบขอไปที เพื่อบริหารจัดการ อุดรูโหว่ ช่องว่างที่เกิดจากความบกพร่องของระบบเศรษฐกิจ กลไกตลาดเสรีที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วโลก โดยไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่และไก่ราคาถูกเป็นสิ่งที่เหมาะสม เลี้ยงคนได้ทุกชาติ ศาสนา เช่นเดียวกับบริบท แง่มุมอื่นๆอย่างเสื้อผ้า ยา และการได้รับโอกาสทางการศึกษา ได้เข้าเรียนในโรงเรียน และความจำเป็นขั้นพื้นฐานอื่นๆที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่ นี่คือความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่รัฐควรจัดหา ดำเนินการให้กับคนยากจนและประชาชนทุกคนในทุกท้องถิ่น ประการที่ ๒ คือ เราจะเห็นกันได้ว่าเกือบทุกประเทศทั่วโลกมีปัญหาอย่างเีดียวกันคือผู้ที่ได้รับประโยชน์มากมายจากระบบเศรษฐกิจนั้นเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ คนส่วนใหญ่ที่เข้าไม่ถึงประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจก็คือคนที่ไม่รู้หนังสือ การได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมทั่วถึง นี่คือความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่จะต้องทำเป็นเบื้องแรกในแผนการพัฒนาการศึกษาระดับชาติ อย่างที่ PROUT ได้กล่าวเอาไว้แล้วว่าการสร้างความก้าวหน้าของความเป็นมนุษย์นั้นต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาที่ออกมาจากภายในจิตวิญญาณผสานกับกระบวนการพัฒนาทางภายนอกคือกายกับจิตต้องสมดุลย์และสัมพันธ์กันในทุกมิติของชีวิตสังคม-เศรษฐกิจ สังคมทุกวันนี้ต้องกล้ำกลืนฝืนทนเผชิญกับปัญหา ๒ ประการ หนึ่งคือเรื่องความหลากหลายทางสังคม และสองคือการขาดแคลนทรัพยากรและวัตถุดิบที่จะมาหล่อเลี้ยง เป็นอาหารให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ๋ต้องเผชิญกับการบริโภคสินค้าอย่างล้างผลาญเกินความจำเป็น เราควรจำกัดการบริโภคอย่างไม่ลืมหูลืมตาของชาติอุตสาหกรรมพัฒนาแล้วและนำทรัพยากรที่คงเหลือจากการจำักัดควบคุมการบริโภคเกินจำเป็นไปแบ่งปันให้กับประชากรที่เหลืออีกร้อยละ ๘๐ ของประชากรโลกที่เผชิญกับความขาดแคลน ซึ่งความพยายามในการเกลี่ยทรัพยากร กระจายให้ทั่วถึงกันนี้เป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีให้เห็นในชาติอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้ว การปรับเกลี่ย กระจายทรัพยากรนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำสำหรับโลกยุคหลังอาณานิคม ชาติที่พัฒนาแล้วต้องรู้จักพอเพียงและช่วยเหลือแบ่งปันผูัอื่นให้เขาได้สามารถเข้าถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐานได้ทุกคนโดยถ้วนหน้ากัน

บทที่ ๓ หน่วยงานรับผิดชอบหลัก

PROUT ตระหนักดีว่าการที่เราจะทำโครงการพัฒนาอะไรสักอย่างหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนั้น เราจำเป็นต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบหลักขึ้นมาดูแลรับผิดชอบงานในภาพรวมของแผนงานย่อยต่างๆให้เป็นเอกภาพ มีทิศทางของแผนงานแต่ละแผนที่สอดคล้องต้องกัน มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน PROUT เรียกหน่วยงานดังกล่าวว่า Master Units หน่วยงานหลักนี้มีหน้าที่ผสมผสาน ๒ แนวความคิดเข้าไว้ด้วยกันคือ การพึ่งพาตนเองและการกระจายอำนาจ ให้กลายเป็นจิตวิญญาณของสังคม/ชุมชนในการปฏิบัติพันธกิจต่างๆเพื่อให้บริการแก่สังคม เริ่มจากการเกษตรและโรงงานห้องแถวเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน/ท้องถิ่น จากนั้นก็ขยายการให้บริการไปสู่บริบทด้านอื่นๆที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตของคนในสังคม รวมถึงการให้บริการด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการอบรมเพาะบ่มพัฒนาจิตวิญญาณของมนุษย์ให้สูงขึ้น โครงการเกษตรกรรมแบบองค์รวมก็คือการทำการเกษตรด้วยเทคนิควิธีสมัยใหม่ที่มีความก้าวหน้า ส่วนการทำโรงงานห้องแถว/ใต้ถุนบ้านนั้นก็คือการทำการผลิตโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้จากในท้องถิ่น นี่คือเป้าหมายสูงสุดในการทำงานของหน่วยงานรับผิดชอบหลักนี้ ส่วนคลีนิครักษาโรคและโรงพยาบาลที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานหลักนี้ก็มุ่งไปที่การให้บริการแบบแพทย์ทางเลือก การทำโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับคนยากจน ฯลฯ รวมถึงโครงการโรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งการปลูกฝังค่านิยมแนวคิดมนุษย์นิยมแนวใหม่นั้นจำเป็นต้องใช้การศึกษาเป็นพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนามนุษย์ก็เช่นกัน

หน่วยงานหลักนั้นเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินโครงการทั้งในทางเศรษฐกิจและการให้บริการชุมชน ไม่ว่าจะเป็นโรงแป้ง โรงงานขนมปัง ธนาคารพันธุ์พืช จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ราคาถูกเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในชุมชน/ท้องถิ่น ศูนย์หัตถกรรมหม่อมไหม โรงงานแก๊สชีวภาพ โรงงานปุ๋ยหมัก โรงงานเนย ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ และศูนย์เพาะพันธุ์พืชและสัตว์ ฯลฯ

จากปรัชญาความคิด วิสัยทัศน์ที่ว่าสังคมคือศูนย์กลางของการสร้างความเจริญก้าวหน้าและการใส่ใจให้ความสำคัญกับเรื่องจิตวิญญาณ การพัฒนาทางด้านจิตใจของคนในสังคม หน่วยงานหลักย่อมต้องมีหน้าที่ มีความรับผิดชอบในการพัฒนาค่านิยมทางเศรษฐกิจที่ต้องคิดคำนึงถึงอนาคต ความเป็นไปของสังคม ชุมชน ให้มีความยั่งยืน พัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้น มีรูปแบบการพัฒนาที่สมดุลย์และหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน สอดคล้องกันทั้งในทางวัฒนธรรม การตอบสนองความต้องการทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์ ตั้งอยู่บนหลักปรัชญามนุษย์นิยมแนวใหม่ของ PROUT ที่มุ่งให้ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนกันไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ โลก และธรรมชาติ ห่วยงานหลักนั้นสามารถปรับเปลี่ยน ดำเนินการได้ในหลายระดับ รวมทั้งในระดับชาติและนานาชาติด้วยเช่นกัน

บทที่ ๔ อาชญากรรม-การลงโทษ ประชากร สิ่งแวดแล้อม

PROUT พยายามหาทางแก้ไขปัญหาที่มีอยู่มากมายในสังคมให้ตรงจุด ด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์ แก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม ประชากร และสิ่งแวดล้อม

อาชญากรรมและการลงโทษ

กระบวนการยุติธรรมยุคปัจจุบันนั้น แต่ละสังคมต่างมีบรรทัดฐาน วิธีคิดที่เป็นตัวของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ก็จะยืนอยู่บนพื้นฐาน หลักการเดียวกันคือผู้ใดกระทำความผิด ผู้นั้นต้องถูกลงโทษด้วยระบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ผู้ใดฆ่าคนตายก็ต้องตายตกไปตามกันแต่ก็แก้ปัญหาอาชญากรรมไม่สำเร็จ ภายหลังมีการเรียกร้องเรื่องสิทธิมนุษยชน หลายประเทศยกเลิกโทษประหารชีวิต แต่ก็แก้ปัญหาอาชญากรรมไม่สำเร็จเช่นกัน PROUT มองว่าความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมจำเป็นต้องยกเครื่องใหม่หมดตั้งแต่รากเหง้า คือ แนวความคิดเกี่ยวกับอาชญากรรม กระบวนการสืบสวน-สอบสวน-พิจารณาอรรถคดี การลงโทษผู้กระทำความผิด ศักดิ์ฐานะ-การปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดและผู้พ้นโทษว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร จะแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้อย่างไรเพื่อให้สังคมดีขึ้น คนในสังคมดีขึ้น ผู้กระทำความผิดได้สำนึกและกลับตัวกลับใจ ส่วนผู้ที่ไม่อาจกลับตัวกลับใจได้ก็มีการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ไม่สร้างปัญหา/ภาระให้กับสังคม

กระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นระบบไต่สวนหรือกล่าวหาถือหลักการสืบสวน สอบสวน หาพยานหลักฐานมาลงโทษผู้กระทำความผิด แต่ก็มีความผิดพลาดในการตัดสินอรรถคดีต่างๆของผู้พิพากษาให้เห็นกันอยู่เสมอ ผลแพ้ชนะวัดกันที่กึ๋นของทนายความว่าฝ่ายใดมีทนายความเก่งกว่าก็ชนะ

ตัวอาชญากรเองก็แตกต่างกัน แต่ละรายมีแรงจูงใจในการก่อคดีที่แตกต่างกัน บางคนเป็นอาชญากรโดยกมลสันดาน บางคนกระทำความผิดเล็กๆน้อยๆเพื่อปากท้อง ความอยู่รอด บางคนทำความผิดด้วยความจำใจเพราะเหตุการณ์/สถานการณ์พาไป บางคนจึงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ แต่บางคนก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงกลับกลายได้เพราะเติบโตมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมเช่นนั้น เป็นต้น

PROUT เห็นว่าหากคนในสังคมกินดีอยู่ดีมีสุขปัญหาอาชญากรรมย่อมลดลง คนในสังคมไม่จำเป็นต้องก่ออาชญากรรมเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง

เมื่อคนกินอิ่มนอนหลับและมีน้ำจิตน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดูแลซึ่งกันและกันด้วยจิตที่มีเมตตาเป็นที่ตั้ง ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากสังคมแวดล้อมไม่ดีก็ลดไปได้อีกส่วนหนึ่ง

เมื่อคนในสังคมมีคุณธรรมจริยธรรม อาชญากรรมที่เกิดจากโลภะ โทสะ โมหะก็ลดลง

ปัญหาประชากร

ประชากรที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลงย่อมทำให้อาหาร น้ำ ที่ดินเพื่อการทำกินมีไม่เพียงพอ คนในสังคมย่อมประสบปัญหาในการทำมาหาเลี้ยงชีวิต มีคุณภาพชีวิตลดต่ำลงไปจากเดิม และส่งผลกระทบต่อไปยังสังคม โลก และสิ่งแวดล้อมอื่นๆเป็นทอดๆ

PROUT เห็นว่ามี ๔ ปัจจัยมาเกี่ยวข้องที่ช่วยให้ปัญหาประชากรคลี่คลายได้ คือ (๑) ความเป็นประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจจะช่วยให้การกระจายทรัพยากร การกระจายทรัพยากรดีขึ้น ประชาชนเข้าถึงสิ่งที่เป็นความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตได้ดีขึ้น (๒) การจัดระบบประกันสุขภาพ-การรักษาพยาบาลที่ดีจะช่วยให้ประชาชนเจ็บป่วยน้อยลง มีสุขภาพพลานามัยที่ดีขึ้น (๓)  สุขภาพจิตที่ดี ปราศจากความเครียด ความกดดันช่วยให้คนในสังคมมีความสุขมากขึ้น และ (๔) การส่งเสริมการศึกษา ยกระดับภูมิปัญญา ค่านิยมเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ให้สูงขึ้น ดีขึ้น จะช่วยให้คนมีเป้าหมายชีวิตที่เหมาะสม ถูกต้อง ดีงาม ทั้ง ๔ ปัจจัยจะช่วยให้สังคมมนุษย์ดีขึ้น อัตราการเกิด การขยายตัวของประชากรอยู่ในระดับที่เหมาะสม ความแตกต่างของ ๔ ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้ชาติล้าหลังมีอัตราการเกิดของประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางกับชาติที่พัฒนาแล้วซึ่งประสบปัญหาการหดตัวของประชากร แต่ก็มีบางประเทศ เช่น สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สแกนดิเนเวียที่มีอัตราการเกิดของประชากรอยู่ในระดับที่เหมาะสม

เทคโนโลยีการเกษตรจะช่วยให้ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรม “อาหาร” เพิ่มขึ้น เพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลก การบริหารจัดการที่ดีจะช่วยให้คนทั้งโลกเข้าถึงปัจจัย ๔ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตโดยถ้วนหน้ากัน หากโลกทั้งโลกเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันปัญหาประชากร การกระจายทรัพยากร/แย่งชิงทรัพยากรก็จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การทำลายสิ่งแวดล้อมและมลภาวะ

มนุษย์ทำลายธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ก่อมลพิษ สารพัด ส่วนใหญ่นั้นจะมีผลประโยชน์ทางการเงินเป็นแรงขับเคลื่อน เช่น พรานฆ่าช้างเอางาเพราะนายทุนเสนอเงินให้ ๔ ล้านบาท นายทุนรุกป่าสงวนเพื่อทำสวนยางพารา สวนปาล์ม/รีสอร์ท ชาวบ้านรุกที่สารธารณะ/แม่น้ำ/ชายหาดเพื่อทำร้านอาหาร กางเปล/ร่มให้แก่นักท่องเที่ยว ประมงพาณิชย์จับปลาด้วยอวนรุน อวนลากเพราะสามารถขายปลาเป็ดให้โรงงานทำอาหารสัตว์ได้, โรงงานลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุนการกำจัดขยะอันตราย เป็นต้น วิทยาศาสตร์ วิทยาการสมัยใหม่นั้นส่วนใหญ่มักจะทำลาย สร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงเพราะมนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นมันขึ้นมาโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่รอบด้าน สร้างมันขึ้นมาด้วยความคิดแบบคนเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ถ่ายเดียว ไม่คำนึงถึงผลเสีย/ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาว่ามีอะไรบ้าง แล้วจะระวัง ป้องกัน หรือแก้ไขกันอย่างไร   ราคาที่มนุษย์ต้องจ่ายคืนให้กับความประมาทเลินเล่อในการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆจึงสูงมาก ทำลายธรรมชาติก็คือทำลายตัวเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือเรื่องพลังงาน การเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงที่กลั่นจากฟอสซิลนั้นก่อมลพิษเป็นอย่างมาก พลังงานนิวเคลียร์ก็เป็นฝันร้ายที่สร้างหายนะยิ่งกว่าน้ำมันฟอสซิล แต่ภาครัฐก็ยังคงให้การสนับสนุน ขณะที่พลังงานสะอาดไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวลกลับถูกละเลยมองข้าม(ตัวพลังงานทางเลือกเองก็ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบรอบด้าน ขาดการวางมาตการป้องกัน แก้ไข บรรเทาผลกระทบล่วงหน้าก่อนนำเทคโนโลยีมาใช้เช่นกัน)

PROUT จึงเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการควบคุม กำกับดูแลการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นที่คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน ไม่ใช่คิดเอาแต่ได้ มุ่งแต่จะเสาะแสวงหา สร้างผลกำไรทางธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจผลข้างเคียงที่เกิดกับมิติอื่นๆ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มักดำเนินไปบนพื้นฐานที่ว่า “no profit no loss” การค้นคว้า วิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์จึงมักคำนึงถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความต้องการของบริษัทผู้ทำการศึกษา ค้นคว้า หรือวิจัยเพียงมุมเดียว โดยไม่สนใจว่าจะเกิดผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจที่จะคิดหาหนทางป้องกัน แก้ไขผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการนำองค์ความรู้ใหม่มาใช้ให้เสียเงิน เสียทอง เสียเวลา เสียโอกาส ผิดกับภาคชุมชน/ท้องถิ่นที่วิถีชุมชนจะดำรงคงอยู่หรือดีร้ายประการใดย่อมขึ้นอยู่กับทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเป็นตัวแปรที่สำคัญตัวหนึ่ง ชุมชน/ท้องถิ่นจึงไม่สามารถคิดถึงความเจริญทางวัตถุแต่เพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนประกอบกันด้วย แนวคิดนี้คือที่มาของหลักการที่ว่า “polluter pays” ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้จริงในเชิงปฏิบัติอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากผู้ประกอบการคำนึงนึกถึงแต่ผลกำไร ไม่สนใจ ผลข้างเคียงว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม การปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้ประกอบการและคนในสังคมให้มียางอาย คำนึงถึงผู้อื่น กล้ายืดอกรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากสิ่งที่ตนกระทำแล้วกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ต้นทุนทางสังคม(social cost) ทั้งในส่วนที่เป็นกายภาพ(physical) จิตใจ(mental) และจิตวิญญาณ(spiritual capacity of people)จึงควรถูกผนวกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนทางธุรกิจของผู้ประกอบการด้วยว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ สุขภาพกาย สุขภาพจิตของคนในพื้นที่นั้นๆอย่างไร จะป้องกัน บรรเทา หรือแก้ไขผลกระทบนั้นอย่างไร ยังมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ให้ชุมชนเลือกหรือไม่

แนวคิดเรื่องต้นทุนทางสังคม(social costs)นี้จะช่วยให้สังคมและสิ่งแวดล้อมได้รับการปกป้อง คุ้มครอง ไม่เพียงแค่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ภาคการเกษตรเองก็ทำร้ายธรรมชาติด้วยเช่นกัน สารเคมีที่เกษตรกรนำมาใช้ไม่เพี่ยงทำร้ายเกษตรผู้ฉีดพ่นสารเคมีเท่านั้น ยังทำให้เกิดสารตกค้างในดินและพืชผลทางการเกษตร เป็นพิษภัยต่อผู้บริโภคอีกด้วย เพราะเกษตรกรเองก็คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียวเช่นกัน ไม่ห่วงใยแม้กระทั่งชีวิต สุขภาพของตนเอง ซ้ำร้ายยังทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผลกำไรลดลง และสูญสิ้นความเป็นไทกลับกลายเป็นทาสบริษัทปุ๋ย ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรเพราะใช้ปุ๋ย ใช้ยาฆ่าแมลงจนเคยชิน ไม่กล้าย้อนกลับไปใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเพื่อลดต้นทุนการผลิตแบบที่เคยทำมาในอดีต ภูมิปัญญาท้องถิ่น การวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ เทคนิคการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ทำลายธรรมชาติ ไม่ก่อมลพิษจึงมีความสำคัญไม่แพ้องค์ความรู้ด้านเทคนิคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมให้ปลอดภัยเช่นกัน

การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนจึงหมายถึงการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อมนุษย์ โลก และสิ่งแวดล้อม นี่คือสิ่งที่เป็นจุดอ่อน ข้อด้อยที่สุดของระบอบทุนนิยมที่นักเศรษฐกิจยุคใหม่ก็หันมาสนใจ ใส่ใจ แก้ไขข้อบกพร่องนี้โดยด่วนก่อนที่จะสายเกินกาล ก่อนที่เราจะไม่มีอากาศบริสุทธิ์หายใจ ไม่มีน้ำบริสุทธิ์ดื่มกิน ไม่มีดินสะอาดให้เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ไม่มีป่าสำหรับเป็นต้นน้ำและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เมื่อสัตว์ร่วมโลกก็สูญพันธุ์ไปเรื่อยๆจนโลกไร้ซึ่งความหลากหลาย อายุขัยของมนุษย์ก็จะหดสั้นลงไปเรื่อยๆเช่นกันเพราะโลกไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดอีกต่อไป ดังนั้น การหยุดทำลายโลกและสิ่งแวดล้อมก็คือการหยุดการบั่นทอน ทำลายตนเองของมนุษย์ ทำให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงอยู่ในภาวะที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s